“สว.นันทนา” ซัดยึดอำนาจเชิงโครงสร้าง เร่ง กกต. ชงศาลฎีกาฟัน 229 สว. หวั่นครหา “ต่างตอบแทน”

วันที่ 14 กันยายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจากอาคารรัฐสภา ว่า รศ.ดร.นันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนในประเด็นฮั้ว สว. ถึงกระบวนการได้มาซึ่ง สว. และการตรวจสอบของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยระบุว่าพฤติการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการได้มาซึ่งอำนาจในครั้งนี้ ส่งผลกระทบต่อระบบการเมืองไทยอย่างหนัก

“อันนี้คือการยึดอำนาจเชิงโครงสร้าง มันจะทำให้ประชาธิปไตยของไทยนั้นบิดเบี้ยวไปอย่างรุนแรง หมายความว่าเราจะได้ฝ่ายนิติบัญญัติมาโดยไม่ต้องสุจริตก็ได้” สว.นันทนา กล่าว

สว.นันทนา ได้ตั้งข้อสังเกตถึงบทบาทของ กกต. ในขณะนี้ว่า ไม่ควรทำหน้าที่เพียงแค่วินิจฉัยสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องเป็นบางส่วน โดยเฉพาะกรณีที่คณะอนุกรรมการฯ ชุดที่ 26 ได้แจ้งข้อกล่าวหาผู้ที่เกี่ยวข้อง 229 คน ว่าการได้มาซึ่ง สว. นั้นไม่ปกติ ซึ่ง กกต. 4 ใน 7 คน ล้วนมาจากการเลือกของ สว. ชุดนี้

“ถ้าเผื่อ กกต. เสียงข้างมากเห็นควรไม่สั่งฟ้อง สว. หรือผู้ที่เกี่ยวข้องจำนวน 229 คน ประชาชนก็ย่อมตั้งข้อสงสัยว่ามีลักษณะของการต่างตอบแทนหรือไม่ เพราะ กกต. เสียงข้างมากมาจากการเลือกของ สว. ซึ่งถูกแจ้งข้อกล่าวหา” สว.นันทนา ระบุ

ทั้งนี้ เพื่อเรียกคืนความศรัทธาและให้การเมืองไทยเดินหน้าต่อไปได้อย่างมีเสถียรภาพ สว.นันทนา เสนอว่า กกต. ไม่ต้องตัดสินใจเรื่องนี้ด้วยตนเอง แต่ควรส่งเรื่องให้ศาลฎีกาเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาด

“สิ่งที่จะเป็นไปได้แล้วดีที่สุด ที่จะทำให้การเมืองไทยเดินไปอย่างมีเสถียรภาพแล้วเกิดความศรัทธาเชื่อมั่น กกต. ไม่ต้องตัดสินใจในการที่จะฟ้องใครหรือไม่ฟ้องใคร กกต. ส่งให้ศาลฎีกาเป็นผู้วินิจฉัย… ส่งทั้ง 229 คนเพื่อให้ศาลเป็นผู้พิสูจน์จนสิ้นสงสัย” สว.นันทนา กล่าวทิ้งท้าย

นอกจากนี้ สว.นันทนา ย้ำว่า หากศาลพิสูจน์แล้วไม่มีใครผิด ก็จะเป็นผู้บริสุทธิ์ทั้งหมด แต่หากพบว่ามีผู้กระทำผิดก็ต้องรับโทษตามกฎหมาย ซึ่งกระบวนการที่ให้ศาลฎีกาเป็นผู้ตัดสินนี้ ประชาชนจะยอมรับได้มากกว่า