ปวงชนทนเจ็บปวด 20 กว่าปีกับงบที่ถูกละเลงลง จว.ชายแดนใต้ ครึ่งล้านล้านบาท รัฐกลับไร้สำเนียก

ครุ่นคิด

ภาษีไหลลงใต้ แต่เลือดชาวบ้านยังไหลลงดิน! รัฐจะอ้างความซับซ้อนไปอีกกี่ศพ จะประกาศความสำเร็จบนความสูญเสียอีกกี่ครั้ง? ถึงเวลาเปิดบัญชีงบ กางผลงาน แล้วตอบให้ชัด—ใครต้องรับผิดชอบกับความล้มเหลวที่ประชาชนจ่ายด้วยชีวิต

เหตุปะทะเทือกเขาตะเว จังหวัดนราธิวาส อันนำไปสู่การเสียชีวิตของผู้ก่อเหตุรุนแรง 2 ราย เป็น1ในหลายๆ เหตุที่เกิดขึ้นอย่างถี่ยิบในช่วงสิงหาคมและกันยายนที่ผ่านมา ของความรุนแรงและความไม่สงบในจังหวัดชายแดนใต้ไทย แทบจะเกิดเหตุรายวัน ซึ่งนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2547 เป็นต้นมา รัฐบาลใช้งบประมาณรวมราว 500,000 ถึง 700,000 ล้านบาท ในการแก้ปัญหาไฟใต้ ไม่รู้ว่าเม็ดเงินที่ทุ่มเทไปมหาศาลขนาดนี้ ทำไมช่างไร้น้ำยา ราวกับตำน้ำพริกเปล่า ๆ เล่น ๆ ละลาย ลงน้ำไปดื้อ ๆ 22ปีเสียเงินเกิน ครึ่งล้านล้าน ไปกับการที่โจรเหิมเกริมขึ้นทุกวัน มีคนบริสุทธิ์ตายขึ้น ๆ เรื่อย ๆ ชาวไทยพุทธไร้ถิ่นที่อยู่ จำต้องย้ายตัวเองออก

คำถามที่หลายคนรู้สึกว่าทำไมเหมือนไม่มีอะไรดีขึ้นมาเลย ? การจัดการอย่างจริงจังแทบไม่เห็น พบได้แต่ความดูหน่อมแน้ม ไร้น้ำยา ปล่อยให้มีการสร้างสถานการณ์กันรายวัน มีการแสดงเชิงสัญลักษณ์ถี่ยิบ หลายคนเชื่อด้วยซ้ำว่าเจ้าหน้าที่ทราบดี ว่าใครทำอะไรที่ไหนอย่างไร โจรอยู่ที่ใด ใครคบค้าได้ แต่บางครั้งก็ไม่เด็ขาดหรือไม่ ไม่กล้าจับ กลัวมวลชน คนจำนวนมากต้องทิ้งถื่นที่อยู่ทำให้ดินแดนแห่งนี้มีแต่คราบเลือด คราบน้ำตา ของกลุ่มคนไม่กี่คนที่อยากยึดครอง งบจำนวนมหาศาลและการทุ่มสรรพกำลัง มีทรัพยากรจำนวนมากลงไป ก็เอาคนระยำไม่อยู่ ?

งบประมาณส่วนใหญ่เท่าที่ไปกางดู จะถูกกระจายผ่านหน่วยงานด้านความมั่นคง โดยเฉพาะ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ซึ่งได้รับสัดส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนงานในพื้นที่ ซึ่งตามยุทธศาสตร์ ที่รัฐตั้งเป้าไว้ ความรุนแรงในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ต้องลดเหลือศูนย์ภายในปี 70 แต่เมื่อเทียบกับสถิติความรุนแรงในพื้นที่เมื่อปี 68 เกิดเหตุการณ์รวม 168 ครั้ง ซึ่งมากกว่าช่วงที่เริ่มต้นยุทธศาสตร์ชาติตัวนี้เสียอีก คำถามคือ หน่วยงานที่มีภารกิจรักษาความมั่นคง และใช้ทรัพยากรไปจำนวนไม่น้อย กับมีประสิทธิภาพที่ควรตั้งคำถาม มีการกินเงินหลวงมาก มีการการนับเวลาราชการเป็นทวีคูณ แถมระบบงานและงบประมาณดับไฟใต้เกาไม่ถูกที่คัน ทำอะไรก็ไม่สำเร็จ

งบประมาณจากแผนที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาชายแดนใต้ ที่ใช้เงินผ่านโครงการต่างๆ จากทุกกระทรวงถือว่าไม่น้อย แต่ไม่ได้อะไรเลย เงินขนาดนี้ สามารถเดินตรวจปูพรมได้เลยหรือไม่เป็นสิ่งที่สงสัยมานานแล้ว จนชาวบ้านหรือบางคนไปตั้งข้อสังเกตว่าเหตุที่ไม่สงบเสียทีเพราะมีคนได้ประโยชน์จากเรื่องเหล่านี้หรือไม่

โรงเรียนปอเนาะ ตาดีกา หลายคนทราบดีว่าแท้จริงมีการบ่มเพาะคน ปลูกฝังความคิดจิตวิญญาณ ความเชื่อศรัทธาที่ก่อรูปก่อร่างให้เด็กถูกพัฒนามาเป็นแบบใดในอนาคต พอมีการจะเข้าไปตรวจสอบควบคุมก็ถูกเสียงค้านโต้ตอบ เราไม่ได้รังเกียจหรือคัดค้านความแตกต่าง แต่หลายครั้งความโปร่งใสตรวจสอบได้ก็เป็นสิ่งที่ควรทำมากกว่าการยอมทำตามคนก่อความรุนแรงเพียงมิติด้านเดียวใช่หรือไม่ ?ทุกท่านในพื้นที่ต้องการความเป็นธรรม คนอื่นๆในสังคมก็ต้องการสิ่งเดียวกับท่านเช่นกัน

การโฆษณาชวนเชื่อ ปลุกระดม บิดเบือนประวัติศาสตร์ และ ปลุกกระแสบางอย่างยังคงมีหรือไม่ เราไม่มีคำตอบแต่ถ้าไม่มีแล้วทำไมตัวบ่งชี้หลายประการถึงยังทำหน้าที่ชัดแจ้งอยู่ คนดี คนโปร่งใส คือคนเดียวกับผู้ที่ทำให้ทุกอย่างอยู่บนที่สว่างไม่ทำให้สังคมตัวเองมืดบอดทั้งจิตใจ และอนาคตของเด็กๆที่ต้องมารับน้ำลายถ่ายทอดสิ่งที่ทำให้สังคมไม่ได้ถูกพัฒนาหรือก้าวไปข้างหน้าได้เท่าที่ควร เสียดายทั้งเงินงบประมาณ เสียดายทั้งอนาคตลูกหลาน เสียดายทั้งโอกาสดีๆที่อีกหลายอำเภอหลายจังหวัดในประเทศนี้ได้มีวัฒนธรรมน่าชม การท่องเที่ยวที่หล่อเลี้ยงคนในพื้นที่ ชีวิตคุณภาพมากกว่าการฝึกให้คนคิดไม่ดีต่อประเทศชาติ จับหนังสือมากกว่ากระสุนหรืออาวุธ คิดพัฒนามากกว่าทำลายล้างมิใช่หรือ ?