เปิดปฏิบัติการล่าเครือข่ายยา! ชปส.ดส. รวบ “คู่รักนักบิน” ขนไอซ์ 240 กก. เข้ากรุง ขยายผลค้นบ้านยึดคีตามีนอีก 20 กก. ขณะที่สืบนครบาล 7 ผนึก ปปส. ตามรวบเครือข่ายอีก 400 กก. รวมไอซ์ 640 กก. มูลค่ากว่า 80 ล้านบาท
ตำรวจนครบาลเดินหน้ากวาดล้างเครือข่ายยาเสพติดตามนโยบายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยคดีแรก กองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี หรือ กก.ดส. นำกำลังชุดปราบปรามยาเสพติดเข้าจับกุม “คู่รักนักบิน” 2 ราย หลังสืบทราบว่ารับยาเสพติดจากผู้ค้ารายใหญ่ใน จ.ลพบุรี ก่อนลำเลียงเข้าพื้นที่กรุงเทพฯ ยึดไอซ์ได้ 240 กิโลกรัม และขยายผลตรวจค้นบ้านพักย่านสุขสวัสดิ์ พบคีตามีนอีก 20 กิโลกรัม รวมมูลค่าของกลางกว่า 80 ล้านบาท
ปฏิบัติการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายการบริหารราชการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ปีงบประมาณ 2569 โดยมี พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร., พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร., พล.ต.อ.สมประสงค์ เย็นท้วม ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. และ พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร. มอบนโยบายให้ตำรวจเร่งป้องกันและปราบปรามความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด โดยเฉพาะเครือข่ายรายใหญ่ การครอบครองเพื่อการค้า จำหน่าย ผลิต นำเข้า ส่งออก สมคบ สนับสนุน และช่วยเหลือเครือข่ายยาเสพติด
ในส่วนของกองบัญชาการตำรวจนครบาล นำโดย พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น., พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำสำนักงาน ผบ.ตร. ช่วยราชการที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล, พล.ต.ต.วสันต์ เตชะอัครเกษม รอง ผบช.น., พล.ต.ต.ชรินทร์ โกพัฒน์ตา รอง ผบช.น., พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รอง ผบช.น. และ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. ได้กำชับให้หน่วยในสังกัดเร่งกวาดล้างเครือข่ายยาเสพติดและขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้อง
สำหรับคดีของ กก.ดส. ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.ศุภชัย ชัยสุวรรณ ผกก.ดส., พ.ต.ท.ปียรัช เวสสะโกศล รอง ผกก.ดส., พ.ต.ท.วรปรัชญ์ วุฑฒิรักษ์ รอง ผกก.ดส. และ พ.ต.ท.นราธิป คงเพ็ชร์ รอง ผกก.ดส. สั่งการให้ พ.ต.ท.วรพล สมประสงค์ สว.กก.ดส. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด กก.ดส. ดำเนินการสืบสวนติดตาม
กระทั่งวันที่ 11 ก.ย. 2569 เวลาประมาณ 07.00 น. เจ้าหน้าที่พบ นายวิวัฒน์ หรือเต้ย อายุ 39 ปี และ น.ส.พิมลพรรณ อายุ 30 ปี ขับรถยนต์ของกลางมาจอดบริเวณสถานีบริการน้ำมันย่านอยุธยา-เอเชีย ต.เชียงรากน้อย อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้น พบยาไอซ์ 240 ถุง น้ำหนักรวมประมาณ 240 กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่ภายในรถยนต์ที่นายวิวัฒน์เป็นผู้ขับ
ผู้ต้องหาทั้งสองให้การรับว่า เดินทางไปรับยาเสพติดจาก จ.ลพบุรี เพื่อนำไปจำหน่ายต่อให้ลูกค้าตามคำสั่งของหัวหน้าเครือข่าย ซึ่งไม่ทราบชื่อจริง โดยได้รับค่าจ้างในการลำเลียงครั้งนี้ 100,000 บาท และกำลังจะนำยาไปเก็บไว้ที่บ้านพักภายในซอยสุขสวัสดิ์ 70 แขวงทุ่งครุ เขตทุ่งครุ กรุงเทพฯ
เจ้าหน้าที่จึงขยายผลเข้าตรวจค้นบ้านพักดังกล่าว พบคีตามีน 20 ถุง น้ำหนักรวมประมาณ 20 กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่ภายในห้องนอน พร้อมตรวจยึดรถยนต์ 2 คัน และโทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง ก่อนแจ้งข้อกล่าวหาและนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย
อีกคดี สืบนครบาล 7 ผนึก ปปส.กทม. ยึดไอซ์ 400 กก.
ขณะเดียวกัน กก.สส.บก.น.7 ร่วมกับสำนักงาน ปปส.กทม. ขยายผลจับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ ยึดไอซ์ได้อีก 400 กิโลกรัม โดยเป็นการขยายผลจากคดีที่เจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามยาเสพติด ภ.9 จับกุมยาไอซ์ 205 กิโลกรัม เมื่อวันที่ 14 ส.ค. 2569 และพบข้อมูลว่าเครือข่ายดังกล่าวมีพฤติกรรมส่งยาเสพติดผ่านบริษัทขนส่ง เพื่อกระจายให้ลูกค้าในพื้นที่ภาคใต้
ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นไปตามคำสั่งของ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น., พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รอง ผบช.น. และ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. โดยมี พล.ต.ต.ชัยยะ เพ็ชรปัญญา ผบก.น.7 และ พ.ต.อ.กุลเชษฐ์ บางพราน รอง ผบก.น.7 กำกับดูแล พร้อมสั่งการให้ พ.ต.อ.อัษฎาวุธ ขวัญเมือง ผกก.สส.บก.น.7, พ.ต.ท.อัครเดช พรมโพธิ์ รอง ผกก.สส.บก.น.7, พ.ต.ท.ภราดร เชิดชูล้ำตระกูล รอง ผกก.สส.บก.น.7 และ พ.ต.ท.ธวัชชัย โป๊ะโดย รอง ผกก.สส.บก.น.7 นำกำลังเจ้าหน้าที่ กก.สส.บก.น.7 ลงพื้นที่สืบสวน
ด้านสำนักงาน ป.ป.ส. ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. ได้สั่งการให้สำนักงาน ปปส.กทม. โดย นายปฤณ เมฆานันท์ ผู้อำนวยการสำนักงาน ปปส.กทม., นายพีรพงศ์ รำพึงจิตต์ ผู้เชี่ยวชาญสำนักงาน ปปส.กทม. และ นายอดิเรก อ่อนละมูล ผอ.ส่วนอำนวยการบังคับใช้กฎหมาย ปปส.กทม. ร่วมดำเนินการ
ต่อมาวันที่ 9 ก.ย. 2569 เวลาประมาณ 13.00 น. เจ้าหน้าที่ติดตามพฤติกรรมกลุ่มเป้าหมายจนพบว่ามีการเรียกรถขนส่งเข้าไปรับกล่องพัสดุจากบ้านพักย่านประชาอุทิศ 90 จ.สมุทรปราการ ก่อนติดตามรถขนส่งไปถึงปั๊มน้ำมันย่านพระราม 2 ขาออก เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ ตรวจสอบพบยาไอซ์ซุกซ่อนอยู่ในกล่องพัสดุ จำนวน 300 ถุง น้ำหนักประมาณ 300 กิโลกรัม
เจ้าหน้าที่อีกชุดติดตาม นายธเนศ อายุ 52 ปี ซึ่งขับรถยนต์ออกจากบ้านพักหลังส่งพัสดุให้รถขนส่ง ก่อนแสดงตัวเข้าจับกุมบริเวณตลาดนางรำบางเสาธง จ.สมุทรปราการ จากนั้นนำตัวกลับไปตรวจค้นบ้านพัก พบยาไอซ์ซุกซ่อนอยู่อีก 100 ถุง น้ำหนักประมาณ 100 กิโลกรัม รวมยาไอซ์ของกลางในคดีนี้ประมาณ 400 กิโลกรัม
นายธเนศให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ว่าจ้างรถขนส่งให้นำกล่องพัสดุไปส่งให้ลูกค้า และยอมรับว่ายาไอซ์ทั้งหมดเป็นของตนเอง เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาไอซ์) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน รวมถึงกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส.ดำเนินคดี
ทั้ง 2 คดี เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างขยายผลไปยังนายทุน ผู้สั่งการ ผู้ร่วมขบวนการ และเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง โดยคดีของ กก.ดส. เจ้าหน้าที่ระบุว่าสามารถสืบทราบตัวผู้ร่วมกระทำความผิดบางรายแล้ว แต่อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอศาลออกหมายจับต่อไป

