สคบ.จับมือสภาเอสเอ็มอี คุมเข้มอินฟลูฯ-ยกระดับ Trusted SMEs

สภาเอสเอ็มอี ขานรับนโยบายรัฐ ผนึกกำลัง สคบ. – ภาคีเครือข่าย ลงนาม 2 MOU ยกระดับ “Trusted SMEs” คู่ขนานคุมเข้มรีวิว “อินฟลูเอนเซอร์” สร้างนิเวศการค้าดิจิทัลอย่างเป็นธรรม

กรุงเทพมหานคร, 10 กันยายน 2569 – ณ โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ — สภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย (สภาเอสเอ็มอี) ร่วมผนึกกำลังกับ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) และภาคีเครือข่ายด้านโฆษณา 5 องค์กร จัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) 2 ฉบับสำคัญ โดยได้รับเกียรติจาก นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานและสักขีพยาน เพื่อยกระดับการดำเนินงานคุ้มครองผู้บริโภคเชิงรุก สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน และสนับสนุนผู้ประกอบการให้ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องและเป็นธรรม

การลงนามในครั้งนี้นำโดย นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค, นายสุปรีย์ ทองเพชร ประธานสภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย และผู้แทนภาคีเครือข่ายด้านโฆษณา โดยมี คุณรมนต์อร บุญเรือง เลขาธิการสภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย รวมถึงคณะผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐและภาคีเครือข่ายภาคเอกชน เข้าร่วมเป็นเกียรติและสักขีพยาน

นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองประชาชนจากการบริโภคสินค้าและบริการ โดยกำชับให้ สคบ. ทำงานเชิงรุกเพื่อป้องกันปัญหาการโฆษณาเกินจริง จึงเกิดเป็นความร่วมมือ MOU 2 ฉบับ ได้แก่:

  1. MOU ว่าด้วยการโฆษณาอย่างรับผิดชอบของอินฟลูเอนเซอร์: ความร่วมมือระหว่าง สคบ. กับภาคีเครือข่าย 5 องค์กร เพื่อยกระดับมาตรฐานการโฆษณาให้โปร่งใส โดยกำหนดให้อินฟลูเอนเซอร์และครีเอเตอร์ต้องเปิดเผยวัตถุประสงค์ทางการค้าในการรีวิว ไลฟ์สด หรือเนื้อหาที่สร้างด้วย AI ให้ชัดเจน นำเสนอข้อเท็จจริง ไม่ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด
  2. MOU การยกระดับตลาดที่เป็นธรรมสำหรับผู้บริโภคและผู้ประกอบการ SMEs สุจริต: ความร่วมมือระหว่าง สคบ. กับ สภาเอสเอ็มอี เพื่อสร้างกลไกเชิงระบบ อาทิ การพัฒนาระบบรับรองผู้ประกอบการที่น่าเชื่อถือ (Trusted SMEs), การพัฒนากลไกระงับข้อพิพาทแบบ Fast-track Mediation และการจัดทำคู่มือ (Toolkit) เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการรายเล็กปฏิบัติได้ถูกต้องตามกฎหมาย ลดความเสี่ยงจากการกระทำผิดโดยไม่เจตนา

ทางด้าน ดร.สุทัด ครองชนม์ รองประธานอาวุโส สภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย, นายกสมาคมไทยไอโอที (Thai IoT Association) และประธานคณะทำงานขับเคลื่อนในนามของสภาฯ ได้กล่าวถึงความร่วมมือแบบบูรณาการในครั้งนี้ว่า “การเติบโตของ SMEs ในยุคดิจิทัลมักควบคู่ไปกับการทำการตลาดผ่านโซเชียลมีเดียและอินฟลูเอนเซอร์ การมี MOU ทั้ง 2 ฉบับนี้จึงเป็นการสร้างสมดุลให้ระบบนิเวศธุรกิจอย่างแท้จริง ในส่วนของสภาฯ เราพร้อมนำเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล หรือเทคโนโลยี IoT มาประยุกต์ใช้เพื่อตรวจสอบย้อนกลับและยืนยันตัวตนของผู้ประกอบการ (Verified SMEs) คณะทำงานของเราพร้อมขับเคลื่อนนโยบายนี้ร่วมกับ สคบ. อย่างเต็มที่ เพราะเราเชื่อมั่นว่า การคุ้มครองผู้บริโภคและการสื่อสารการตลาดที่โปร่งใส ไม่ใช่ภาระของผู้ประกอบการ แต่คือเกราะป้องกันและเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันบนโลกดิจิทัล”

สภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย สคบ. และภาคีเครือข่าย มีเป้าหมายสูงสุดร่วมกันในการผลักดันให้ความร่วมมือครั้งนี้เกิดผลในทางปฏิบัติ เพื่อสร้าง Ecosystem ที่ผู้บริโภคได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและสามารถ “ซื้ออย่างมั่นใจ” ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการ SMEs สุจริต ก็สามารถเติบโตและ “ขายอย่างยั่งยืน” ไปพร้อมกัน