กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน, 10 ก.ย.2569 – พลตำรวจโท ดร. ปิยะ ต๊ะวิชัย ในฐานะรองประธานสภาวัฒนธรรมไทย-จีนและส่งเสริมความสัมพันธ์ เป็นผู้แทนนายพินิจ จารุสมบัติ ประธานสภาฯ ร่วมปฐมนิเทศและเปิดการอบรมข้าราชการไทย ที่เดินทางมาศึกษาภาษาจีนกลาง และเรียนรู้วัฒนธรรมจีน โดยมี นางKong Xuemei ผู้อำนวยการสถาบันภาษาและวัฒนธรรมปักกิ่ง (BCLCC) นางYao Min ผู้อำนวยการบริหารฯ นาย Sun Weikai ผู้อำนวยการฝ่ายประสานงาน ฯ และคณะ ร่วมให้การต้อนรับ

โครงการการศึกษาและการแลกเปลี่ยนบุคลากรซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่ปฏิบัติหน้าที่ในหน่วยงานต่าง ๆกัน เป็นการดำเนินการร่วมกัน ระหว่าง สภาวัฒนธรรมไทย-จีนฯ และ สถาบัน BCLCC มาถึง 20 ปี และรุ่นนี้เป็นรุ่นที่ 21 โดยมีวัตถุประสงค์ที่สำคัญ คือ การนำความรู้ด้านภาษาจีนกลับมาใช้ในการทำงานเพื่อสร้างความเข้าใจ และความร่วมมือระหว่างสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์ทางด้านการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวระหว่างประเทศไทยและประเทศจีน โดยผู้ที่ได้รับการคัดเลือกอย่างเป็นระบบโดยสถาบันพระปกเกล้า เป็นผู้ดำเนินการคัดเลือก
พล.ต.ท.ปิยะ กล่าวว่า “ นักศึกษาผู้เข้ารับการอบรมมาจากหน่วยราชการต่างๆ เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานสำนักงานปราบปรามยาเสพติด สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน สำนักงานการส่งเสริมการลงทุน (BOI) กระทรวงการคลัง กรมประชาสัมพันธ์ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงมหาดไทย และอื่น ๆ ใช้เวลาการอบรม 8 เดือน โดยมุ่งหวังให้นักศึกษาได้ศึกษาเรียนรู้ เปิดใจรับฟังและทำความเข้าใจความแตกต่างทางวัฒนธรรม เคารพกฎระเบียบของประเทศจีน และใช้ทุกโอกาสในการสร้างมิตรภาพกับเพื่อนชาวจีนและนานาประเทศ และเป็นกำลังสำคัญในการสานต่อมิตรภาพและความร่วมมือระหว่างสองประเทศให้เติบโตอย่างมั่นคงแน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น

ดังที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวบนเวทีปาฐกถาพิเศษในงานสัมมนาเศรษฐกิจที่นครเฉิงตู ว่า จงกั๋ว เจี่ยโหยว ไท่กั๋ว เจี่ยโหยว (เดินหน้าประเทศจีน เดินหน้าประเทศไทย) ห่าวห่าวเผิงโหย่ว เราจะเป็นมิตรแท้ที่ดีตลอดไป เมื่อสำเร็จการศึกษา ให้กลับมาสร้างประโยชน์ให้แก่ทั้งสองประเทศต่อไป เปรียบเสมือนสะพานที่ดีเชื่อมระหว่างไทยกับจีนต่อไป”
ทั้งนี้ นายพินิจ ได้กล่าวในงานเลี้ยงส่งก่อนการเดินทาง เมื่อวันที่ 3 ก.ย. 2569 ณ สถานฑูตจีน ว่า ”ขอให้ทุกท่านตระหนักว่า เมื่อเดินทางมายังประเทศจีน ท่านไม่ได้เป็นเพียงนักเรียนหรือผู้ได้รับทุนเท่านั้น แต่ท่านคือ ตัวแทนของประเทศไทย และเป็นหนึ่งในผู้ที่จะช่วยสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างประชาชนไทยกับประชาชนจีน “

