วันที่ 10 กันยายน 2569 พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) เปิดเผยถึงกรณีตำรวจ บก.ป. เข้าจับกุมอดีตหลวงพ่ออติโชติ ธมฺมวโร อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ พระอารามหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา ว่า คดีดังกล่าว ทางตำรวจรับเบาะแสจากลูกศิษย์รายหนึ่ง ซึ่งไม่ประสงค์เปิดเผยชื่อ โดยประสานข้อมูลมายังตำรวจเมื่อช่วงเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา พร้อมนำข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรม รวมถึงคลิปหลักฐานและข้อมูลเกี่ยวกับการเบียดบังทรัพย์มาให้ตำรวจ ก่อนที่ตำรวจจะนำข้อมูลไปสืบสวนต่อในทางลับ จนนำไปสู่การขอศาลออกหมายจับในวันนี้
พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ กล่าวอีกว่า ผู้แจ้งยังให้ข้อมูลหลายประเด็น ทั้งเรื่องพฤติกรรมส่วนตัวของอดีตเจ้าอาวาสกับสีกาคนสนิท การจำหน่ายวัตถุมงคล รวมถึงข้อสงสัยเกี่ยวกับเส้นทางการเงิน โดยเฉพาะเงินที่ควรนำเข้าบัญชีของวัด แต่จากการตรวจสอบพบความผิดปกติ จึงต้องขยายผลตรวจสอบอย่างละเอียด
“ตามหลักการ เงินที่ได้จากกิจกรรมต่างๆ ของวัดควรเข้าสู่บัญชีวัด และการนำไปใช้ต้องเป็นไปตามวัตถุประสงค์ แต่จากการตรวจสอบคดีนี้พบความพยายามเปลี่ยนแปลงเส้นทางเงิน โดยบางส่วนมีการโอนไปยังบุคคล และต่อมามีการจัดตั้งมูลนิธิขึ้นมา แต่ออกใบอนุโมทนาบัตรในนามวัด” พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม รายละเอียดเกี่ยวกับจำนวนเงินและเส้นทางการเงินทั้งหมดยังอยู่ในสำนวนการสอบสวน โดยขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบว่ามีบุคคลอื่นเกี่ยวข้องอีกหรือไม่ เบื้องต้นคาดว่าอาจมีผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติมประมาณ 1-2 คน
ส่วนประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างอดีตเจ้าอาวาสกับสีกาคนสนิท จากการสืบสวนตำรวจเชื่อว่าเริ่มเข้ามาเกี่ยวข้องกันประมาณ 2 ปีที่ผ่านมา ขณะที่ประเด็นพระธรรมวินัยเป็นเรื่องที่ตำรวจไม่ได้เข้าไปดำเนินการโดยตรง โดยมุ่งตรวจสอบพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับคดีทุจริตและเส้นทางการเงินเป็นหลัก
สำหรับปฏิบัติการเข้าจับกุมและตรวจค้น เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจค้นและจับกุมตั้งแต่ช่วงเช้าวันเดียวกัน โดยอดีตเจ้าอาวาสให้ความร่วมมือในการตรวจค้นเป็นอย่างดี เบื้องต้นมีการตรวจค้นทั้งหมด 5 จุด ในพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา และกรุงเทพมหานคร
จากการตรวจค้น เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดเงินสด เอกสาร และวัตถุพยานต่างๆ เพื่อนำไปตรวจสอบและประกอบสำนวนคดี
โดย พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ระบุด้วยว่า คดีนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้เวลาสืบสวนประมาณ 2 เดือน เนื่องจากผู้ถูกกล่าวหาเป็นพระชั้นผู้ใหญ่และมีชื่อเสียง มีลูกศิษย์จำนวนมากให้ความเคารพศรัทธาจึงต้องรวบรวมพยานหลักฐานให้มีความชัดเจนเพียงพอก่อนดำเนินการตามกฎหมาย
ส่วนพยานหลักฐานสำคัญที่รวบรวมไว้ มีทั้งคลิป เอกสาร และสลิปทางการเงิน อยู่ในสำนวนทั้งหมด และจะนำมาใช้ประกอบการดำเนินคดีตามข้อกล่าวหา
สำหรับการพิจารณาคัดค้านการประกันตัว พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ กล่าวว่า ต้องพิจารณาจากพฤติการณ์ของผู้ต้องหาและข้อกฎหมาย โดยเฉพาะประเด็นว่าจะมีพฤติการณ์เข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานหรือไม่ เนื่องจากผู้ต้องหาเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงและมีผู้ให้ความเคารพจำนวนมาก
ต่อมาเวลาประมาณ 15.15 น. วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำนายเชษฐา นินสุขุม ไวยาวัจกรวัดพุทไธศวรรย์ มายังกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) โดยนำตัวขึ้นลิฟต์ด้านหลังอาคาร เพื่อหลีกเลี่ยงสื่อมวลชนที่รออยู่บริเวณด้านหน้า จากการสังเกตพบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจใส่กุญแจมือให้กับนายเชษฐาด้วย โดยมีรายงานว่าอาจเกี่ยวข้องกับการตรวจสอบเส้นทางเงินจำนวนกว่า 92 ล้านบาท ทั้งนี้ ต้องรอรายละเอียดจากพนักงานสอบสวนเกี่ยวกับสถานะและข้อกล่าวหาที่ชัดเจนอีกครั้ง
ขณะเดียวกัน อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์อยู่ระหว่างเดินทางมายังกองบังคับการปราบปราม เพื่อเข้าสู่กระบวนการสอบปากคำของพนักงานสอบสวน
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำหลักฐานและของกลางที่ตรวจยึดได้จากวัดมาตรวจสอบเพิ่มเติม อาทิ โต๊ะกลมสีส้มที่ปรากฏในคลิปซึ่งตำรวจใช้เป็นพยานหลักฐานในคดี รวมถึงลังเอกสารที่มีข้อความระบุว่า “อาคารสำนักงานและอาคารด้านหลังกุฏิเจ้าอาวาสองค์ก่อน”
พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ยืนยันว่า การดำเนินคดีเป็นไปตามพยานหลักฐาน ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างขยายผลตรวจสอบเส้นทางการเงิน รวมถึงบุคคลอื่นที่อาจเกี่ยวข้อง ก่อนสรุปข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกฎหมาย โดยรายละเอียดเชิงลึกยังอยู่ในสำนวน
ทั้งนี้ทางบช.ก.เตรียมแถลงรายละเอียดเกี่ยวกับคดีดังกล่าวอีกครั้งในวันที่ 11 ก.ย. เวลา 11.00 น.อีกด้วย

