“สนธิ” บุกสถานทูตอิสราเอล ทวงคืนแผ่นดินไทย! จี้รัฐปราบทุนสีเทา-นอมินี

สนธิ” พร้อมเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ได้เดินทางมารวมตัวกันบริเวณด้านหน้าสถานทูตอิสราเอล เพื่อยื่นจดหมายเปิดผนึก ทวงคืนผืนแผ่นดินไทย จี้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาต่างชาติสีเทา-นอมินี พร้อมมีตำรวจ 3 กองร้อยและ EOD ดูแลความเรียบร้อย

วันนี้ (10 ก.ย.) บรรยากาศบริเวณหน้า สถานทูตอิสราเอล มีกลุ่มมวลชนทยินเดินทางมารวมตัวกันจำนวนมาก นำโดย นายสนธิ ลิ้มทองกุล และ นายพิชิต ไชยมงคล แกนนำ เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย หรือคปท. รวมตัวกันบริเวณหน้าสถานทูตอิสราเอล เพื่อยื่น จดหมายเปิดผนึก ถึงเอกอัครราชทูตอิสราเอล ประจำ ประเทศไทย พร้อมแสดงจุดยืน ทวงคืนผืนแผ่นดินไทย ที่ชาวอิสราเอลสีเทา ยึดพื้นที่ของคนไทย ทำเป็นสถานที่ทางศาสนา ก่อนจะถูกกีดกัน ไม่ให้คนไทยเข้าไปยังสถานที่ รวมไปถึงการใช้นอมินีคนไทย ในการจัดตั้ง บริษัทซื้อที่ดินตั้งรกราก โดยกลุ่มผู้ชุมนุมได้ใช้รถเครื่องขยายเสียง มีแกนนำคอยขึ้นปราศรัย นาย โดย สนธิ กล่าวถึงพฤติกรรม ของชาวอิสราเอล ที่เป็นกระแสข่าวถูกสังคมจับตามอง รวมไปถึงชนชาติอื่นๆที่มีพฤติกรรมที่เป็นภัยต่อประเทศชาติทำผิดกฎหมาย โดยมีเจ้าหน้าที่ภาครัฐอำนวยความสะดวก การปราศัยเป็นการทวงความยุติธรรมให้กับคนไทย และเป็นการบีบให้ทางรัฐบาล เรงแก้ไขปัญหาโดยด่วน การชุมนุมในครั้งนี้ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก กองบังคับการตำรวจนครบาล 5 จำนวน 2 กองร้อย , กองร้อยน้ำหวาน 1 กองร้อย และ เจ้าหน้าที่ EOD คอยดูแลความสงบเรียบร้อย และ อำนวยความสะดวก รวมไปถึงการจราจร ในถนนสุขุมวิทและบริเวณพื้นที่ รอบการชุมนุม

นายสนธิ ลิ้มทองกุล เปิดเผยหลังนำมวลชนเดินทางมายื่นหนังสือถึงสถานทูตอิสราเอลว่า การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ได้มีเป้าหมายล้มรัฐบาล แต่ต้องการกดดันให้รัฐบาลทำงาน โดยเฉพาะการยึดหลักนิติรัฐ นิติธรรม และความโปร่งใส พร้อมประกาศเดินทางไปหลายจังหวัด เพื่อเปิดเวทีติดตามปัญหาทุนสีเทา โดยเฉพาะพื้นที่ภาคตะวันออก รวมถึงตั้งคำถามถึงการทำธุรกิจของต่างชาติและการใช้คนไทยเป็นนอมินี

และเรียกร้องให้รัฐบาลแก้กฎหมายเกี่ยวกับนอมินี เพิ่มโทษผู้กระทำผิด และดำเนินการอายัดทรัพย์สิน พร้อมย้ำว่า หากพบการกระทำผิด ต้องดำเนินการทั้งคนไทยและต่างชาติที่เกี่ยวข้อง ส่วนการเคลื่อนไหวหลังจากนี้จะเตรียมลงพื้นที่ภาคใต้ โดยระบุว่าจะติดตามปัญหาในภูเก็ต พังงา หาดใหญ่ และสมุย ขณะที่พื้นที่ภาคตะวันออก เตรียมจัดเวทีที่จังหวัดชลบุรี

“ขณะเดียวกันยังต้องจับตา วันที่ 14 กันยายน ที่ กกต.มีกำหนดประชุมลงมติพิจารณาสำนวนเกี่ยวกับ คดีฮั้วเลือก สว.และ วันที่ 28 กันยายน ที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัยกรณี การใช้บาร์โค้ดและ QR Code บนบัตรเลือกตั้ง สส. 8 ก.พ. 2569 ว่าขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งหากผลออกมาไม่เป็นไปตามที่ประชาชนคาดหวัง อาจระดมประชาชนทั่วประเทศออกมาชุมนุมใหญ่ ในส่วนประเด็นเขากระโดง ตนเองไม่ได้ให้ความสนใจ เนื่องจากมีเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ตามอยู่แล้ว” นายสนธิ กล่าว พร้อมย้ำการเคลื่อนไหววันนี้เป็นเพียง “จุดเริ่มต้น” และยังไม่ใช่การชุมนุมใหญ่บนท้องถนน