“อรรษิษฐ์” แจงกลางกระแสคลิปไหว้ “อนุทิน” ยันไม่ใช่การนอบน้อมขอบคุณที่ไม่ถูกย้าย แต่เป็นการรีบกราบขอโทษแทนคณะทำงาน หลังพบว่าดำเนินการบางเรื่องโดยเข้าใจผิดว่านายกฯ รับทราบแล้ว ย้ำตำแหน่งปลัด มท.ได้มาจากความไว้วางใจ ไม่เคยวิ่งเต้น พร้อมปัดกระแสโยงเรื่องโยกย้าย ยันทำงานตามหน้าที่และคำสั่งผู้บังคับบัญชา

วันนี้ (10 ก.ย. 69) นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงกรณี นายอดิศร เพียงเกษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นำเสนอคลิปต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในการประชุมพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วาระ 2-3 เมื่อวันที่ 9 ก.ย. 69 ซึ่งคลิปดังกล่าว เป็นคลิปที่ถูกบันทึกภาพในขณะที่เดินออกมาเป็นการส่วนตัวเมื่อวันที่ 27 ส.ค. 69 ช่วงที่ตนกำลังยกมือไหว้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ที่ทางขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล โดยท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้กล่าวในลักษณะว่า เป็นการไหว้แบบนบนอบเพราะไม่ถูกย้าย “ตนขอยืนยันว่า ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด”
.
นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า การไหว้แบบนอบน้อมในคลิปดังกล่าว หากเป็นการไหว้เพื่อขอบคุณเพราะไม่ถูกย้ายออกจากตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทย “ไม่ใช่เลย” เพราะถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ตนไม่มากราบขอบพระคุณท่านนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ตรงทางเดินแบบนั้น มันไม่สมควร เพราะยังมีเวลา มีโอกาส มีสถานที่เหมาะควรอีกมากมาย แต่ไม่ต้องมาทำในขณะนั้นแบบผู้บังคับบัญชาไม่เตรียมตัว จึงขอปฏิเสธว่า “สิ่งนำไปเผยแพร่เป็นข่าวไม่จริงตามข้อเท็จจริงแต่อย่างใดเลยแม้แต่น้อย”
.
นายอรรษิษฐ์ กล่าวอีกว่า “การที่กราบไหว้แบบนอบน้อม” ท่านนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในคลิปดังกล่าว เป็นการกราบ “ขอโทษแทนคณะทำงานที่เกี่ยวข้อง และตนเอง” ที่ได้ทำเรื่องบางเรื่องไปโดยพลการ ด้วยสำคัญผิดคิดว่าท่านนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทยได้รับทราบ และอนุญาต แล้ว ซึ่งขณะนั้น ตนได้เดินตามลงมาจากชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า จึงสนทนาพูดคุยกับท่าน จนได้ทราบว่า “ท่านนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ยังไม่รับทราบ จึงตกใจ และเราในฐานะผู้ใต้บังคับบัญชา แม้ไม่ได้เป็นความผิดโดยตรง แต่ตนควรแสดงความสำนึกผิดโดยพลันแทนสิ่งที่ผิดพลาด จึงต้อง “รีบกราบขอโทษโดยทันที” แล้วบังเอิญกำลังจะเดินผ่านประตูตึกไทยคู่ฟ้า จึงมีนักข่าวซูมถ่ายภาพนั้นจากระยะไกลไปเผยแพร่ และโยงใยเข้าไปกับเรื่องการโยกย้าย จนเกิดความเข้าใจผิดกระทบต่อภาพลักษณ์ของข้าราชการและกระทรวงมหาดไทย
.
“ที่ผ่านมา ตนไม่ออกมาแก้ข่าวที่ทำให้สังคมเข้าใจคลาดเคลื่อน เพราะคิดว่าคงเป็นเรื่องไม่เป็นสาระ แต่เมื่อมีท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนำมาอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎร อันถือเป็นพื้นที่ “ที่พูดเหตุผลให้คนจำ” และ “ที่ไตร่ตรองเปรียบเทียบคิดครวญใคร่” จึงจำเป็นต้องออกมาชี้แจงต่อสื่อมวลชนและสาธารณชน”
.
นายอรรษิษฐ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอเรียนอีกครั้งว่า สำหรับกรณีที่ตนติดตามท่านนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในบางวัน บางภารกิจ เป็นไปเพื่อสนองงานผู้บังคับบัญชา “เพราะท่านจะสั่งงานทุกกรมและรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงมหาดไทยผ่านปลัดกระทรวงมหาดไทย” และขอย้ำว่า “ไม่ใช่ทุกวัน เป็นบางวัน” เพราะตนก็มีงานที่กระทรวงมหาดไทย และมีงานที่ต้องประชุมคณะกรรมการต่าง ๆ ทั้งในฐานะประธานและในฐานะกรรมการ และการออกตรวจตราตามกฎหมายต่าง ๆ ในพื้นที่
.
“ในการทำงานของตน ตนให้ความสำคัญกับข้อสั่งการและนโยบายของผู้บังคับบัญชาเสมอ และเน้นย้ำผู้ใต้บังคับบัญชาทุกระดับในการสนองงานผู้บังคับบัญชาอย่างเต็มกำลังความสามารถ โดยพูดเสมอว่า “ถ้าอยากเดินให้ไกล..ต้องเดินไปด้วยกัน” และต้อง “ทำทันที” ตั้งแต่เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน สามารถขับเคลื่อนให้จังหวัดลำพูนเป็นจังหวัดสะอาดที่สุดของประเทศและเป็นจังหวัดแรกในประเทศไทยที่ No Foam ต่อมาเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดตาก สามารถควบคุมสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดและแนวชายแดนยาวที่สุดในประเทศ ระยะทาง 542 กิโลเมตร เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และเมื่อเป็นอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ขับเคลื่อนงานด้วยกลไก “รู้ คิด ดู ทำ” และให้พัฒนากรลงลึกระดับพื้นที่ ไม่ทิ้งของเดิม ต่อยอดสิ่งดี ๆ ทำให้เศรษฐกิจฐานรากมั่นคง ชุมชนเข้มแข็ง ทำงานใกล้ชิดประชาชนที่สุด และเมื่อได้รับตำแหน่งอธิบดีกรมการปกครอง ได้ขับเคลื่อนเป็นองค์กรความมั่นคงภายใน ปราบปรามการกระทำความผิดสถานบริการด้วยชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง การบำรุงขวัญสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน กระทั่งเป็นปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้เกิดนโยบายสำคัญของกระทรวงมหาดไทยในปัจจุบัน คือ “มหาดไทย ทำ ทัน ที Action 5″
.
นายอรรษิษฐ์ กล่าวในช่วงท้ายว่า สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นตั้งใจในการทำหน้าที่ของตนอย่างตรงไปตรงมาตามที่ผู้บังคับบัญชาได้รับทราบและเห็นชอบให้ดำรงตำแหน่งและให้ทำหน้าที่สำคัญ อันถือเป็นความภาคภูมิใจในชีวิตข้าราชการของตน ที่ได้สืบทอดจิตวิญญาณของครอบครัวตั้งแต่คุณทวด ที่เคยเป็นข้าหลวงเทศาภิบาล ซึ่งเป็นข้าราชการสังกัดกระทรวงมหาดไทยในอดีต ทั้งนี้ ตนไม่ยึดติดต่อหน้าที่ตำแหน่งหากเป็นไปโดยธรรม แต่จะต่อสู้เมื่อไม่ชอบธรรม และการก้าวสู่ตำแหน่งปลัดกระทรวงถือเป็นความเมตตาและความไว้วางใจของท่านอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ไม่เคยมีการวิ่งเต้น ความใกล้ชิดเกิดขึ้นจากการทำงานในหน้าที่ร่วมกันมาโดยตลอด

