สอศ.ยกระดับระบบติดตามผู้จบอาชีวศึกษา มุ่งลดออกกลางคัน–ดันมีงานทำ 100%

วันที่ 8 กันยายน 2569 นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เป็นประธานเปิดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการเพิ่มประสิทธิภาพกลไกการติดตามสถานภาพของผู้สำเร็จการศึกษาอาชีวศึกษาของสถานศึกษา เพื่อพัฒนาระบบข้อมูลผู้เรียนและผู้สำเร็จการศึกษาให้ครบถ้วน ถูกต้อง และสามารถนำไปใช้วางแผนการผลิตกำลังคนให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน

นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวว่า ปัจจุบันมีจำนวนผู้เรียนอาชีวศึกษา ปีการศึกษา 2569 ประมาณ 860,000 กว่าคน โดยมีเป้าหมายปรับสัดส่วนผู้เรียนสายสามัญศึกษาต่อสายอาชีวศึกษา ในปีการศึกษา 2569 จาก 61.86 ต่อ 38.14 ให้เป็น 60 ต่อ 40 ในปีต่อไป ก่อนก้าวไปสู่เป้าหมาย 50 ต่อ 50 ในอนาคต การติดตามสถานภาพผู้เรียนและผู้สำเร็จการศึกษาจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการวิเคราะห์ข้อมูลการศึกษาต่อ การมีงานทำ และทักษะที่ตลาดแรงงานต้องการ การดำเนินงานจะมุ่งเชื่อมโยงข้อมูลสถานศึกษาทั่วประเทศ ส่งเสริมการอัปสกิล (Upskill) รีสกิล (Reskill) และหลักสูตรระยะสั้น ควบคู่กับการปรับภาพลักษณ์อาชีวศึกษา การพัฒนาสื่อและรูปแบบการเรียนการสอนให้ทันสมัย รวมถึงการขยายการจัดการศึกษาแบบทวิภาคี เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนได้รับประสบการณ์จริงและมีรายได้ระหว่างเรียน

เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวต่อไปว่าปัจจุบันสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ดำเนินการติดตามสถานภาพของผู้สำเร็จการศึกษาอาชีวศึกษาได้ร้อยละ 86 ซึ่งส่วนที่ขาดไป เนื่องจากส่วนหนึ่งกำลังศึกษาต่อและเป็นผู้ประกอบธุรกิจส่วนตัว อย่างไรก็ตาม สอศ. มุ่งยกระดับสู่เป้าหมายการติดตามผู้สำเร็จการศึกษา ให้ได้ร้อยเปอร์เซ็น  ผ่านการติดตามข้อมูลผู้จบการศึกษาอย่างเข้มข้นให้ครบถ้วน และใช้ข้อมูลสะท้อนกลับเพื่อพัฒนาหลักสูตรให้ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน โดยเฉพาะกำลังคนอาชีวศึกษา สายวิชาชีพทั้งในระดับ ปวช. ปวส. รวมถึงระดับปริญญา นักเทคโนโลยีสายปฏิบัติการที่สามารถทำงานปฏิบัติ ทำงานภาคสนามได้จริง

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเน้นการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ “Thailand Zero Dropout” ตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง 

 เพื่อลดปัญหานักเรียนออกกลางคัน โดยให้สถานศึกษาติดตามข้อมูลผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง ใช้ข้อมูล ณ วันที่ 10 มิถุนายน ของทุกปีเป็นฐานในการเปรียบเทียบสถานภาพผู้เรียน พร้อมวิเคราะห์สาเหตุและวางมาตรการช่วยเหลืออย่างตรงจุด ทั้งนี้ การจัดเก็บและใช้ข้อมูลจะครอบคลุมผู้เรียนทุกกลุ่ม รวมถึงผู้เรียนที่อยู่ในภาวะเสี่ยงหรือเผชิญปัญหาด้านสุขภาพจิต ความรุนแรง และวิกฤตชีวิต เพื่อให้สถานศึกษาสามารถดูแล ช่วยเหลือ และส่งต่อผู้เรียนได้อย่างเหมาะสม อันจะนำไปสู่การลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และการพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษาที่มีคุณภาพตอบโจทย์ประเทศ

การประชุมครั้งนี้ จัดโดยสำนักติดตามและประเมินผลการอาชีวศึกษา (สตอ.) โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วยผู้อำนวยการสำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัด ผู้บริหารส่วนกลาง และผู้เกี่ยวข้อง 150 คน ณ โรงแรมแกรนด์ ริชมอนด์ สไตลิช คอนเวนชั่น จังหวัดนนทบุรี