สร้างประวัติศาสตร์ !! “โสภณ”  จับมือ 6 หน่วยงาน เซ็น MOU  แก้วิกฤตเกิดน้อยด้อยคุณภาพ  ลั่นไม่มีเวลารออีกแล้ว

รัฐสภา, 8 กันยายน 2569 – นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร  เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ขับเคลื่อนการส่งเสริมการเกิดและการเจริญเติบโตอย่างมีคุณภาพของเด็กและเยาวชน ระหว่างสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนและสถานประกอบการ องค์กรด้านเด็ก เยาวชน สตรีและครอบครัว รวมถึงพ่อแม่ ผู้ปกครอง สตรีตั้งครรภ์ เด็ก เยาวชน และเครือข่ายภาคประชาสังคมเข้าร่วม

ประธานรัฐสภา กล่าวว่า  เราจะมาร่วมกันสร้างประวัติศาสตร์ในการแก้ปัญหาของประเทศ โดยเฉพาะวิกฤตการเกิดน้อยด้อยคุณภาพ ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะประเทศไทย แต่เป็นความท้าทายที่หลายประเทศทั่วโลกกำลังเผชิญ รัฐสภาไม่ได้มีบทบาทเฉพาะการประชุมและการออกกฎหมาย แต่ควรเป็นพื้นที่เปิดสำหรับระดมความคิดเห็นเพื่อแก้ไขปัญหาสำคัญของประเทศ

นายโสภณ กล่าวว่า  จุดเริ่มต้นของการดำเนินงานเกิดจากความร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุขในการผลักดันโครงการในระดับพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ ผ่านโครงการ Smart Mom และโครงการมหัศจรรย์ 1,000 วันแรกของชีวิต ซึ่งทำให้เห็นปัญหาและแนวทางแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น เมื่อทำงานลงลึกในระดับพื้นที่ พบว่าวิกฤตการเกิดน้อยและปัญหาคุณภาพชีวิตของเด็กมีความซับซ้อนและเชื่อมโยงกับปัญหาอื่น ๆ โดยเฉพาะครอบครัวในพื้นที่ชนบทที่พ่อแม่ต้องเดินทางไปทำงานต่างถิ่น ทำให้เด็กบางส่วนไม่ได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด ประกอบกับปัญหายาเสพติดในชุมชน จึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายหน่วยงานเพื่อดูแลเด็กตั้งแต่เกิดจนเติบโตอย่างมีคุณภาพ

นายโสภณ กล่าวอีกว่า  ในวันที่ 15 กันยายน จะมีการจัดเวทีเสวนาเพื่อระดมความคิดเห็นจากรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมประชุมกลุ่มย่อย 4 หัวข้อ ได้แก่ การส่งเสริมทัศนคติและความพร้อมในการมีบุตร การสร้างสิทธิและหลักประกันสำหรับครอบครัว การพัฒนาด้านการศึกษา และการประมวลผลข้อเสนอเพื่อวิเคราะห์แนวทางแก้ไขปัญหา รวมถึงการปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ก่อนจัดทำรายงานและข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป

สำหรับความร่วมมือดังกล่าว มีเป้าหมายเพื่อบูรณาการการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการส่งเสริมการเกิดและการเจริญเติบโตอย่างมีคุณภาพของเด็กและเยาวชนอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การส่งเสริมสุขภาพและการเตรียมความพร้อมของครอบครัว การดูแลมารดาและเด็กตั้งแต่ช่วงตั้งครรภ์และแรกเกิด การพัฒนาด้านร่างกาย สติปัญญา สุขภาพจิต การศึกษา และคุณภาพชีวิต รวมถึงการสร้างหลักประกันและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม เพื่อให้เด็กและเยาวชนสามารถเติบโตอย่างมีคุณภาพ และรองรับความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรของประเทศไทยในระยะยาว

“อยากเห็นประเทศเราเดินหน้า อย่าติดหล่มอยู่กับความขัดแย้ง  เวลาประเทศนี้ที่จะแข่งกับโลกนี้ ไม่มีเวลาที่จะให้เราจะรอได้อีกแล้ว” ประธานรัฐสภากล่าว