เมื่อเวลา 11.45น. ที่รัฐสภา นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีสุสานชาวยิวที่จ.ฉะเชิงเทรา ที่ล่าสุดผวจ.ฉะเชิงเทรา มีคำสั่งให้นำร่างผู้ที่ถูกฝังออกช่วงที่สุสานไม่ได้รับอนุญาตออกจากพื้นที่ ว่า ในสุสานดังกล่าวมีการฝังทั้งหมด 4 ร่าง ชัดเจนว่าจำนวน 3 ร่างมีการฝังช่วงที่สุสานไม่มีใบอนุญาต จึงต้องย้ายร่างออก ขณะนี้กำลังพิสูจน์ว่าอีก 1 ร่างฝังอย่างถูกต้องหรือไม่ โดยที่แปลงนั้นจะไม่สามารถใช้เป็นสุสานได้อีกเพราะองค์ประกอบเรื่องระยะห่างจากถนนและแหล่งน้ำผิดองค์ประกอบสุสานอย่างชัดเจน
สำหรับสุสานชาวยิวที่ ถ.เจริญกรุง ตรวจสอบแล้วพบมีร่างชาวยิวฝังอยู่ทั้งหมด 49 ร่าง โดยเชื่อมกับอีกหนึ่งสุสานที่มีกำแพงกั้น ตอนนี้ได้ให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยตรวจสอบว่าการเชื่อมกันเช่นนั้นสามารถทำได้หรือไม่ เพราะกำแพงที่กั้นนั้นจะแบ่งเป็นสองแปลงหรือไม่ เพราะหนึ่งแปลงอาจมีใบอนุญาตแต่อีกหนึ่งแปลงอาจไม่มี นอกจากนี้ตนยังให้ไปตรวจสอบสุสานทั่วประเทศ จากรายงานเบื้องต้นทราบว่า สุสาน โบสถ์ฌาปนกิจ ทั่วประเทศมี 1,200 แห่ง ซึ่งไม่ใช่ของชาวยิวทั้งหมดเป็นของทุกศาสนา และกำลังขอรายละเอียดว่าแต่ละที่มีใบอนุญาตถูกต้องหรือไม่ หมดอายุแล้วหรือยัง และใครเป็นคนขออนุญาต ซึ่งวันที่ 10 ก.ย. ตนจะลงพื้นที่ฉะเชิงเทราด้วยตัวเองเพื่อติดตามความคืบหน้า
นายพลพีร์ กล่าวว่า สำหรับข้อสงสัยของหลายคนว่าทำไมชาวต่างชาติสามารถจดทะเบียนสุสานได้นั้น บริษัท กาน ชาบาด ผู้ก่อตั้งมี 3 คนเป็นชาวอิสราเอลที่มีสัญชาติไทยทั้งหมด และเขาก็เป็นเจ้าของที่ดินแปลงนี้ และอีกหลายๆแปลงรวมถึงชาบาดที่จ.ภูเก็ตด้วย ตอนนี้ตนและรมว.ยุติธรรม ได้ขยายเครือข่ายชาวอิสราเอลที่คาดว่าจะเป็นนอมินีหรือทำผิดกฎหมายอยู่แล้ว โดยสถานที่เราสงสัยคือที่ จ.ฉะเชิงเทรา รวมถึงแปลงที่กำลังสร้างชาบาด ที่ ถ.สุขุมวิทด้วย ตอนนี้กำลังต่อจิ๊กซอว์ให้เป็นภาพใหญ่ ตรงไหนผิดกฎหมายก็จะดำเนินการทีเดียว
นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลด้วยว่ามีชาวอิสราเอลไปซื้อที่ไว้ในจังหวัดชายแดนใต้ ตนได้คุยกับ สส.ในพื้นที่หลายคน โดยตนจะลงไปดูว่าพฤติกรรมเป็นอย่างไร สิ่งที่กังวลคือพื้นที่ภาคใต้มีอีกศาสนาที่คนนับถือมาก หากมีอีกศาสนาลงไปอาจจะเป็นข้อถกเถียงในสังคมหรือไม่ โดยเบื่องต้นทราบว่าขณะนี้เป็นการซื้อที่ดินเปล่ายังไม่ได้สร้างอาคารหรือทำธุรกิจอะไร ส่วนเรื่องสัญชาติตนไม่ได้วิตกอะไรเพราะเป็นชาวต่างชาติที่มีสัญชาติไทยที่กฎหมายไทยควบคุมอยู่แล้ว ไม่ว่าจะยึดทรัพย์หรือดำเนินคดี แต่ถ้าหากเลวร้ายมากเราก็สามารถถอนสัญชาติและเนรเทศได้ด้วย แต่ขอทำทีละขั้นตอนทำเรื่องโครงข่ายธุรกิจให้สมบูรณ์ก่อนแล้วค่อยดูข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยวันที่ 15 ก.ย. ตนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะหารือวิธีการเชื่อมโยงหลังบ้านเรื่องนอมินีทุนเทาต่าง ๆ แล้วรายงานนายกฯ ต่อไป
เมื่อถามว่ามีกลุ่มการเมืองนำประเด็นชาวยิวออกมาเคลื่อนไหวทวงคืนประเทศ นายพลพีร์ กล่าวว่า ตนเห็นการขับเคลื่อนทางการเมืองในเรื่องนี้ แต่พอไปฟังเนื้อหาเป็นเรื่องการเมืองส่วนอื่นๆด้วย อยากบอกประชาชนว่าไม่ต้องกังวลใจ เพราะเรื่องนี้กระทรวงมหาดไทยและนายกฯจริงจังมากและพิสูจน์อยู่แล้วในทุกภารกิจที่ออกไป เราไม่ได้พุ่งเป้าไปที่ชาติใดชาติหนึ่งเราทำหมดเลย

