วันที่ 7 กันยายน 2569 ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร. และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปอส.ตร. เปิดเผยสถิติคดีออนไลน์ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังเจ้าหน้าที่ดำเนินการสืบสวนจับกุมและช่วยเหลือประชาชนที่ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ
โดยระหว่างวันที่ 30 ส.ค.-5 ก.ย. 2569 มีคดีรับแจ้งผ่านระบบ Thaipoliceonline จำนวน 5,863 คดี มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 241 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงวันที่ 23-29 ส.ค. 2569 พบว่าจำนวนคดีเพิ่มขึ้น 84 คดี แต่ความเสียหายลดลงกว่า 19 ล้านบาท
จากข้อมูลทีมวิเคราะห์พบว่า “การหลอกลวงด้านสินค้าและบริการ” ยังคงเป็นประเภทคดีที่มีจำนวนสูงที่สุด 4,349 คดี คิดเป็น 74.2% ของคดีทั้งหมด ขณะที่ประเภทคดีที่สร้างความเสียหายสูงสุด ได้แก่ การหลอกลวงโดยการแอบอ้างบุคคลอื่น มีมูลค่าความเสียหายกว่า 69 ล้านบาท หรือคิดเป็น 28.7% ของความเสียหายทั้งหมด
สำหรับกลุ่มผู้เสียหาย ยังคงพบว่า ผู้หญิงตกเป็นเหยื่อมากกว่าผู้ชาย และกลุ่มอายุ 21-30 ปี ยังคงเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงสุด โดยเมื่อจำแนกตามประเภทคดี พบว่ากลุ่มอายุ 21-30 ปี มีจำนวนผู้เสียหายสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ 1. คดีหลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ 2. คดีหลอกลวงโดยการแอบอ้างบุคคลอื่น และ 3. คดีหลอกลวงด้านการจ้างงาน
ทั้งนี้ ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ศูนย์ ACSC ได้ประสานความร่วมมือกับกลุ่มธนาคารต่างๆ และเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ เพื่อเข้าตรวจสอบและช่วยเหลือเหยื่ออย่างทันท่วงที สามารถ ระงับการโอนเงินของผู้เสียหายก่อนเงินจะถูกโอนไปยังบัญชีมิจฉาชีพได้ 18 ราย รวมเป็นเงินกว่า 1.2 ล้านบาท
หนึ่งในเคสที่น่าสนใจ เกิดขึ้นหลังศูนย์ ACSC ได้รับการประสานจากตำรวจภูธรภาค 9 กรณีผู้ปกครองแจ้งว่าบุตรสาว ซึ่งเป็นนักศึกษาหญิงอายุ 19 ปี จากมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ กำลังถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกให้โอนเงิน จึงประสานเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือภายในห้องพักย่านพญาไท
เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงและแสดงตัว ผู้เสียหายถึงกับร้องไห้และอยู่ในอาการตกใจ เจ้าหน้าที่ต้องช่วยปลอบจนสงบ ก่อนทราบว่า ผู้เสียหายถูกมิจฉาชีพหลอกว่าได้รับทุนไปศึกษาต่อต่างประเทศ แต่เมื่อตรวจสอบกลับพบว่ามีคดีติดตัว จากนั้นคนร้ายโอนสายไปยังบุคคลที่อ้างตัวเป็นตำรวจ พร้อมข่มขู่ให้เก็บเรื่องดังกล่าวเป็นความลับ และสั่งให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบความบริสุทธิ์
ด้วยความหวาดกลัว ผู้เสียหายจึงโทรศัพท์ไปหาผู้ปกครองและกุเรื่องขอเงิน ก่อนถอนเงินไปส่งมอบให้คนร้าย สูญเงินไปแล้วกว่า 800,000 บาท และกำลังจะโทรศัพท์ขอเงินจากพ่อแม่เพิ่มอีก 1 ล้านบาท ตามคำสั่งของมิจฉาชีพ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าช่วยเหลือได้ก่อน
ภายหลังเจ้าหน้าที่ได้ประสานญาติเข้ารับตัวผู้เสียหาย พร้อมแนะนำให้รวบรวมพยานหลักฐานและแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป




