เดือดแต่เช้า! อุเทนฯ ปะทะเทคโนปทุมวันกลาง BTS สยาม แทงเจ็บ 2 ราย ตำรวจสงสัยนัดเคลียร์ผ่านโซเชียล

9

เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 เวลา 07.45 น. เกิดเหตุทะเลาะวิวาทระหว่างนักศึกษาอุเทนถวายและนักศึกษาเทคโนโลยีปทุมวัน บริเวณ BTS สยาม ชั้น 3 ส่งผลให้นักศึกษาเทคโนโลยีปทุมวันถูกแทงได้รับบาดเจ็บ 2 ราย เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ปทุมวัน พร้อมสายตรวจ จราจร และฝ่ายสืบสวน เข้าระงับเหตุและควบคุมสถานการณ์

ก่อนเกิดเหตุ ตำรวจได้วางกำลังป้องกันเหตุทะเลาะวิวาทตามแผน โดยพบกลุ่มนักศึกษาเทคโนโลยีปทุมวันประมาณ 30 คน ยืนรอขึ้นรถไฟเพื่อเดินทางต่อไปยังสถานีสนามกีฬาแห่งชาติ จึงจัดกำลังเจ้าหน้าที่ 7 นายยืนกั้นกลางระหว่างชานชาลา เพื่อป้องกันไม่ให้ทั้งสองฝ่ายเผชิญหน้ากัน

ต่อมานักศึกษาอุเทนถวายประมาณ 30 คน ลงจากขบวนรถอีกฝั่ง ทำให้เกิดการเผชิญหน้ากับกลุ่มนักศึกษาเทคโนโลยีปทุมวัน ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะวิ่งเข้าใส่กันจนเกิดเหตุชุลมุน เจ้าหน้าที่จึงเร่งเข้าระงับเหตุจนสถานการณ์คลี่คลาย

จากการตรวจสอบพบว่า นักศึกษาเทคโนโลยีปทุมวันได้รับบาดเจ็บ 2 ราย ถูกแทงบริเวณกลางหลัง ได้แก่ นายพระนคร ณ สงขลา อายุ 19 ปี และนายมงคลรัตน์ จุ้ยโต อายุ 21 ปี เจ้าหน้าที่ประสานกู้ชีพนำตัวส่งโรงพยาบาล ล่าสุดอาการปลอดภัยแล้ว

พ.ต.อ.ศิริชาติ จันทร์พรมมา ผกก.สน.ปทุมวัน เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้วางกำลังตามจุดเสี่ยงทั้งภายในสถานีรถไฟฟ้าทุกชั้นและบริเวณสกายวอล์ก เพื่อป้องกันเหตุระหว่างนักศึกษาทั้งสองสถาบัน แต่เนื่องจากมีกลุ่มนักศึกษาจำนวนมาก ทำให้บางส่วนไม่ฟังคำสั่งห้ามปราม และมีผู้ก่อเหตุบางรายเล็ดลอดสายตาเข้าไปใช้อาวุธมีดทำร้ายคู่กรณี

ส่วนชนวนเหตุ ตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบ โดยเบื้องต้นเชื่อว่าอาจมีความเกี่ยวข้องกับเหตุทะเลาะวิวาทบริเวณสกายวอล์กเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่ปกติทั้งสองสถาบันจะมีการจัดเวลาเดินทางเข้าเรียนเหลื่อมกัน เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า แต่วันนี้นักศึกษาของทั้งสองฝ่ายเดินทางมาในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน จึงอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อสงสัยว่าอาจมีการนัดหมายผ่านสื่อสังคมออนไลน์เพื่อมาก่อเหตุทำร้ายกัน

ด้านคณาจารย์ของผู้บาดเจ็บได้เข้าแจ้งความกับตำรวจ สน.ปทุมวันแล้ว ขณะที่ตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด และสอบปากคำพยาน เพื่อระบุตัวผู้ก่อเหตุ ก่อนพิจารณาออกหมายเรียกหรือหมายจับตามพยานหลักฐาน

ผกก.สน.ปทุมวัน ระบุด้วยว่า จากการหารือกับทั้งสองสถาบัน พบว่าในภาคการศึกษานี้มีการขอเปลี่ยนเวลาเดินทางของนักศึกษาจากข้อตกลงเดิมที่ใช้ในปีการศึกษาก่อน ส่งผลให้ทั้งสองฝ่ายยังไม่สามารถตกลงเรื่องเวลาเดินทางที่ชัดเจนได้

สำหรับช่วงเย็นวันนี้ ซึ่งเป็นเวลาเลิกเรียน ตำรวจจะเร่งหารือกับทั้งสองสถาบันเพื่อวางมาตรการป้องกันเหตุเพิ่มเติม ทั้งการจัดเวลาเดินทางให้เหลื่อมกัน และอาจพิจารณากลับไปใช้ระบบการเรียนออนไลน์ หากประเมินแล้วว่ามีความเสี่ยงต่อการเกิดเหตุซ้ำ

ทั้งนี้ ผู้บังคับบัญชาระดับสูงของตำรวจนครบาลได้สั่งการให้ สน.ปทุมวันรวบรวมข้อมูลเหตุการณ์ทั้งหมด เพื่อนำไปหารือกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาระยะยาว โดยย้ำว่าการแก้ปัญหาต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย ไม่สามารถปล่อยให้เป็นภาระของตำรวจเพียงฝ่ายเดียว

ที่ผ่านมา ตำรวจใช้มาตรการตรวจค้นอาวุธอย่างเข้มข้น ส่งผลให้การใช้อาวุธปืนลดลงอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่อาวุธมีดสามารถตรวจยึดจากนักศึกษาทั้งสองสถาบันได้เฉลี่ยเดือนละกว่า 10 เล่ม และมีการรายงานให้สถาบันทราบทุกครั้ง โดยแต่ละสถาบันมีมาตรการทางวินัยที่เข้มงวด หากพบนักศึกษาพกพาอาวุธ โดยเฉพาะอาวุธปืน อาจถูกลงโทษถึงขั้นพ้นสภาพนักศึกษา

ขณะนี้ตำรวจ สน.ปทุมวันยังคงเร่งตรวจสอบพยานหลักฐานและภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อติดตามตัวผู้ก่อเหตุทั้งหมดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป