ตำรวจแจงปม “สายไหมต้องรอด” หลัง “สีหราช ลาวิน” ร้องเรียนการดำเนินคดีอาญาที่ 370/2561 ยืนยันชุดจับกุมปฏิบัติตามขั้นตอนกฎหมาย ผลตรวจคัดกรองเบื้องต้นพบสารเมทแอมเฟตามีน แต่ผลตรวจยืนยันจากสถาบันนิติเวชวิทยาไม่พบสารเสพติด ก่อนพนักงานอัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องทั้ง 2 ข้อหา ขณะที่ตำรวจอยู่ระหว่างดำเนินการนำประวัติออกจากสารบบทะเบียนประวัติอาชญากร
จากกรณีนายสีหราช ลาวิน ผู้ต้องหาในคดีอาญาที่ 370/2561 ร้องเรียนผ่านเพจ “สายไหมต้องรอด” เกี่ยวกับการดำเนินคดีและการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ภายหลังได้รับทราบคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องของพนักงานอัยการนั้น สน.ยานนาวาได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและจัดทำรายงานชี้แจงลำดับเหตุการณ์ตั้งแต่เริ่มจับกุมจนถึงปัจจุบัน
รายงานระบุว่า เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2561 เวลาประมาณ 22.30 น. ร.ต.อ.ธงชัย จวนเจริญ พร้อมชุดจับกุม เข้าจับกุมนายสีหราช ขณะอายุ 23 ปี บริเวณแยกนรินทร์ ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ แขวงยานนาวา เขตสาทร กรุงเทพมหานคร ในข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) และขับขี่ยานพาหนะขณะมีสารเสพติดในร่างกาย โดยผลตรวจปัสสาวะคัดกรองเบื้องต้นด้วยชุดตรวจชนิดตลับให้ผลเป็นบวก และผลตรวจจากโรงพยาบาลวิชัยเวช แยกไฟฉาย ก็พบสารเมทแอมเฟตามีน ขณะที่นายสีหราชให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา
ต่อมาวันที่ 5 กรกฎาคม 2561 พนักงานสอบสวนยื่นคำร้องขอฝากขังต่อศาลอาญากรุงเทพใต้เป็นครั้งแรก ศาลอนุญาตให้ฝากขัง และนายสีหราชได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างฝากขัง จากนั้นวันที่ 26 กรกฎาคม 2561 พนักงานสอบสวนได้ส่งตัวอย่างปัสสาวะไปตรวจพิสูจน์ยืนยันอย่างละเอียดที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ
กระทั่งวันที่ 21 สิงหาคม 2561 ซึ่งครบกำหนดฝากขังครั้งที่ 1 ไม่ปรากฏว่าพนักงานสอบสวนยื่นคำร้องขอฝากขังต่อ และพนักงานอัยการยังไม่ได้ยื่นฟ้องผู้ต้องหาต่อศาล ขณะเดียวกันสถาบันนิติเวชวิทยาได้รายงานผลตรวจยืนยัน หมายเลขงานวิเคราะห์ พ.07898/2561 โดยใช้วิธี Immunoassay และ Gas Chromatography/Mass Spectrometry หรือ GC/MS พบว่า “ไม่พบยาเสพติดกลุ่ม Amphetamines ในตัวอย่างปัสสาวะ” ทำให้ผลตรวจคัดกรองเบื้องต้นที่เป็นบวกไม่สอดคล้องกับผลตรวจยืนยันทางวิทยาศาสตร์
อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นคดียังค้างอยู่ในชั้นสอบสวนเป็นเวลานาน โดยพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบเดิม ร.ต.ท.ปุณวัฒน์ สุริยกุล ณ อยุธยา ได้รับคำสั่งโยกย้ายไปดำรงตำแหน่ง สว.(สอบสวน) สภ.บ้านแพง จ.นครพนม มีผลตั้งแต่วันที่ 22 มีนาคม 2567 ส่งผลให้การสอบสวนและการสรุปสำนวนคดีไม่ได้ถูกส่งต่อไปยังพนักงานอัยการ ทำให้คดียังไม่ถึงที่สุด
ต่อมาในปี 2568 สน.ยานนาวาได้เร่งติดตามเอกสารและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง โดยมีการขอคัดสำเนาเอกสารประกอบคำร้องฝากขังจากศาลอาญากรุงเทพใต้ รวมถึงขอสำเนารายงานผลตรวจปัสสาวะจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำมาประกอบสำนวนให้ครบถ้วน
วันที่ 26 กันยายน 2568 สน.ยานนาวาได้แจ้งผลการตรวจสอบความคืบหน้าคดีให้นายสีหราชทราบ โดยระบุว่าผลตรวจพิสูจน์ยืนยันทางวิทยาศาสตร์ไม่พบสารเสพติด แต่คดียังไม่ถึงที่สุด เนื่องจากการโยกย้ายพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบเดิม พร้อมระบุว่าอยู่ระหว่างเร่งรัดสรุปสำนวนเพื่อเสนอความเห็นควรสั่งไม่ฟ้องต่อพนักงานอัยการ
ต่อมาวันที่ 13 มกราคม 2569 ร.ต.อ.ธีรยุทธ จันทนะ รอง สว.(สอบสวน) สน.ยานนาวา ได้รับมอบสำนวนคดีมาดำเนินการต่อ ก่อนวันที่ 24 มีนาคม 2569 จะสรุปสำนวนมีความเห็นควร “สั่งไม่ฟ้อง” นายสีหราช เนื่องจากพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะผลตรวจยืนยันไม่พบสารเสพติด ไม่เพียงพอที่จะดำเนินคดี โดยหัวหน้างานสอบสวนและ ผกก.สน.ยานนาวา มีความเห็นชอบ ก่อนส่งสำนวนพร้อมความเห็นไปยังอัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลแขวง 4 (ยานนาวา) เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2569
กระทั่งวันที่ 10 สิงหาคม 2569 อัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลแขวง 4 มีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องนายสีหราชทั้ง 2 ข้อหา โดยข้อหาขับขี่ยานพาหนะขณะมีสารเสพติดในร่างกาย มีคำสั่งไม่ฟ้องเนื่องจากพยานหลักฐานไม่เพียงพอ โดยเฉพาะผลตรวจยืนยันไม่พบสารเสพติด ส่วนข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 มีคำสั่งไม่ฟ้องเนื่องจากคดีขาดอายุความตามกฎหมายที่ใช้บังคับและเป็นคุณแก่ผู้ต้องหา
วันที่ 11 สิงหาคม 2569 ฝ่ายสอบสวน สน.ยานนาวาได้มีหนังสือแจ้งคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องให้นายสีหราชทราบโดยตรง และล่าสุดวันที่ 1 กันยายน 2569 สน.ยานนาวามีหนังสือถึง ผบก.ทว. ขอให้พิจารณานำข้อมูลประวัติของนายสีหราชออกจากสารบบทะเบียนประวัติอาชญากร เนื่องจากคดีถึงที่สุดแล้วจากคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องของพนักงานอัยการ โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณา
สำหรับข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของชุดจับกุมนั้น สน.ยานนาวาระบุว่า จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงไม่พบว่าชุดจับกุมปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ โดยเจ้าหน้าที่ดำเนินการตามขั้นตอน ทั้งการแจ้งสิทธิ การตรวจค้น และการตรวจปัสสาวะโดยความยินยอมของผู้ต้องหา ขณะที่ผลตรวจเบื้องต้นเป็นเพียงการตรวจคัดกรอง ซึ่งมีข้อจำกัดทางเทคนิค และเมื่อผลตรวจยืนยันด้วยวิธี GC/MS จากสถาบันนิติเวชวิทยาไม่พบสารเสพติด พนักงานสอบสวนจึงมีความเห็นควรสั่งไม่ฟ้อง และท้ายที่สุดพนักงานอัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องทั้ง 2 ข้อหา
ตำรวจจึงชี้แจงว่า ความล่าช้าที่ทำให้คดีใช้เวลานานเกิดจากการค้างของสำนวนและการโยกย้ายพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบเดิม มิใช่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบของชุดจับกุม ขณะเดียวกันหลังคดีมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องแล้ว สน.ยานนาวาได้ดำเนินการขอให้ตรวจสอบและนำข้อมูลประวัติของนายสีหราชออกจากสารบบทะเบียนประวัติอาชญากรตามขั้นตอนต่อไป



