นายกฯ ลั่นใครเกี่ยวทุจริตสอบท้องถิ่นโดนหมด บอกมีหลักฐานก็ส่ง ป.ป.ช. ได้เลย จริง-เท็จมีวิธีตรวจสอบ

13

วันที่ 5 กันยายน 2569 ที่จังหวัดราชบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกระแสข่าวตัวการใหญ่ในเรื่องการทุจริตสอบท้องถิ่น คือบุคคลที่อยู่ในรัฐบาลชุดนี้ โดยนายกฯ ย้อนถามกลับทันทีระหว่างที่สื่อยังตั้งคำถามไม่จบว่า “มันมีข่าว มันมีข่าว ต้องบอกว่ามันต้องมีหลักฐาน มันต้องมีสิ่งที่พิสูจน์ได้แล้ว ถ้าบอกว่ามันมีข่าว มีกระแส คนโน้นว่าทีคนนี้ว่าที มันตอบไม่ได้ ก็ไม่รู้จะตอบอะไร เพราะผมไม่ใช่ข่าวนั้น”

ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่าผู้ที่ถูกดำเนินคดีไปก่อนหน้านี้ ได้ยื่นหลักฐานลักษณะที่เกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดนี้ นายอนุทินกล่าวว่า “ถ้าเกี่ยวก็โดนหมด ยื่นกันมาเยอะ ๆ ก็ดี และขอประชาสัมพันธ์ตรงนี้เลยว่า คนที่ทำเรื่องนี้คือ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพราะฉะนั้นก็ไปยื่นที่ ป.ป.ช. เลย จะได้สบายใจเลยว่าไม่มีอิทธิพล หรือคำสั่งใด ๆ จากฝั่งการเมืองอย่างแน่นอน แม้แต่ฝั่งบริหารหรือรัฐบาล ตอนนี้ ป.ป.ช. ก็ทำเรื่องอยู่แล้ว ใครที่เห็นว่ามีความไม่เป็นธรรม และมีหลักฐานที่จะแสดงให้เห็นว่ามีการทุจริต ไม่ว่าระดับไหน ขอให้เอาหลักฐานไปยื่นกับ ป.ป.ช. ได้เลย จะเป็นหลักฐานจริง หลักฐานเท็จ ป.ป.ช. จะมีวิธีพิสูจน์ได้ นี่คือวิธีการที่ทำให้ความจริงปรากฏ แต่ในส่วนของรัฐบาล ได้ดำเนินการตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง ให้คนที่คิดว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง หรือมีส่วนได้ส่วนเสีย ออกจากตำแหน่งที่จะบริหารจัดการอะไรได้ ในหน่วยงานกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ต่างคนต่างทำงาน”

เมื่อถามว่าแต่ถ้าหากมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับรัฐมนตรี นายอนุทินย้อนถามกลับอีกว่า “นั่นน่ะ หลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า หลักฐานต้องเป็นหลักฐานที่ประจักษ์ชัด แต่ถ้าเป็นหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า ก็ส่งไป จะเป็นศูนย์ดำรงธรรมกระทรวงมหาดไทย หรือศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ทำเนียบรัฐบาล แต่ถ้าดีที่สุดตอนนี้ เนื่องจาก ป.ป.ช. รับเรื่องแล้ว ในการจะสอบสวนดำเนินคดีกรณีทุจริตโกงสอบท้องถิ่น ก็เอาหลักฐานจะอันควรเชื่อหรือไม่ควรเชื่อ ส่งมอบให้กับ ป.ป.ช. ก็เป็นหลักฐานที่เขาจะเอาไปดำเนินการต่อได้ ถ้าหลักฐานเชื่อได้ ก็จะเป็นส่วนที่นำมาดำเนินคดีได้”