มีการรายงานว่าพบ Data Center ขนาดใหญ่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองและใกล้กับชุมชน เช่น ย่านพระราม 9 และซอยรามคำแหง 28 ซึ่งประชาชนในพื้นที่อาจไม่รู้ตัวว่ามีศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ตั้งอยู่ข้างบ้าน!! ทันทีที่อ่านข่าวนี้ ตกใจว่าทำไม ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย

นำมาสู่คำถามที่ว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องมี Data Center หรือไม่ ? เพื่อรองรับเศรษฐกิจดิจิทัลและ AI ตามที่โลกหมุนไว อะไรก็ต้องใช้คลังข้อมูลมหาศาล แต่ปัญหาและคำถามสำคัญ อยู่ที่ “ศักยภาพ” ของรัฐบาลและกรุงเทพมหานคร รวมถึงพื้นที่อื่น ๆ ในประเทศนี้ จะมีความใส่ใจในการกำกับดูแลให้สถานประกอบการนั้นตั้งอยู่ในพื้นที่ที่เหมาะสม และดำเนินกิจการอย่างปลอดภัย นี่เรายังไม่ได้รวมถึง “ความคุ้มค่า” และการจ้างงาน ที่หลายคนออกมาเตือนรัฐบาลดัง ๆเรื่องความเสียมากกว่าได้? เพราะปัจจุบันประชาชนมีความกังวลอย่างมาก ตั้งแต่เรื่องการใช้ไฟฟ้า แหล่งน้ำ การระบายความร้อน ไปจนถึงการกักเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงจำนวนมากเพื่อใช้กับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง ซึ่งพบว่าบางแห่งมีการกักเก็บโดยไม่ได้รับอนุญาต!!!
“ช่องโหว่” และสัญญาณที่เตือนว่าความร้อน ไฟฟ้า น้ำมัน สำคัญ 3 ประเด็นนี้ มีมาตรการรองรับอย่างเป็นระบบ ได้แค่ไหนอย่างไร
ไปค้นข้อมูลการอภิปรายของผู้แทนในสภา อึ้งกว่า เพราะพบว่า ปัจจุบันยังไม่มีกฎหมายควบคุมอาคารสำหรับ Data Center ที่เฉพาะเจาะจงแบบนิยามและสภาพการณ์จริง ทำให้การขออนุญาตก่อสร้างสามารถเลี่ยงไประบุประเภทอาคารเป็น “คลังสินค้า” ทั้งที่ลักษณะกิจการและความเสี่ยงแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เนื่องจากมันมีการเก็บน้ำมัน ดังนั้นจะเชื่อมโยงไปถึงการดับเพลิง การระบายความร้อน ตลอดจนระบบติดตามการใช้น้ำ ไฟฟ้า และอุณหภูมิมันควบคุมได้มากน้อยแค่ไหนอย่างไร รยมไปจนถึงผังเมืองที่ไม่มีมาตรการกำกับ Data Center โดยเฉพาะช่องโหวที่สำคัญอีกอันคือไม่ถูกกำหนดให้ต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ไม่ว่าโครงการจะมีขนาดใหญ่เพียงใดก็ตาม
สิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งคือมีโครงสร้างทางกฎหมายและระบบกำกับดูแลที่รัดกุม โดยเฉพาะเราพบแล้วว่า มันมีโครงการจำนวนหนึ่งได้รับใบอนุญาตก่อสร้างไปแล้ว ซึ่งเราไม่รู้ว่าก่อนว่ามีแล้ว และมีกี่แห่ง อยู่ระหว่างก่อสร้างกี่แห่ง ได้รับใบอนุญาตแต่ยังไม่ก่อสร้างอีกกี่แห่ง แต่ละแห่งมีขนาดและมีการกักเก็บน้ำมันเท่าใด ยังไม่มีฐานข้อมูลสาธารณะที่ประชาชนสามารถเข้าไปตรวจสอบได้เลย
.
เรื่องนี้ใหญ่มาก เพราะมันเกี่ยวพันกับชีวิต ความปลอดภัยของผู้คนจำนวนมาก จำเป็นต้องอาศัยการวางแผนระยะยาว การออกแบบ ตรวจสอบบริษัทก่อสร้าง ย้อนประวัติและรายงานการตรวจอาคาร ดูกรมธรรม์ประกันภัย การดัดแปลงอาคาร ไปจนถึงปริมาณการกักเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงเพราะไม่อยากจินตนาการถึงความไปได้ที่เลวร้ายที่สุดที่จะเป็นไปได้ เรื่องนี้ต้องอาศัยหน่วยงานมากมาย อาศัยความร่วมมือหลายกระทรวง ทบวง กรม แล้วผลจากการตรวจค้นของกระทรวงพลังงาน พบอาคาร Data Center บางแห่งกลางเมือง มีการกักเก็บน้ำมันดีเซลกว่า 200,000 ลิตรโดยไม่มีใบอนุญาตครอบครองเชื้อเพลิงที่ถูกต้องตามกฎหมาย จนต้องสั่งรื้อถอนและดำเนินคดี
Data Center ต้องสร้างประโยชน์ต่อเศรษฐกิจไทยแค่ไหน จริงจัง คุ้มค่าหรือไม่ เป็นคำถามใหญ่ไม่น้อยไปกว่า พบข้อมูลที่รายงานโดยไทยพีบีเอสว่า การระบายอากาศของ Data Center จะทำให้ชุมชนร้อนขึ้น อาจจะ 1-2 องศาเซลเซียส เพราะมีการระบายออกมาตลอดเวลา ยิ่งหน้าร้อนจะยิ่งร้อนมากขึ้น ต่อมาคือจะมีเสียงดังรบกวนคงที่อยู่ตลอดเวลา อาจทำให้นอนไม่หลับ เกิดความเครียดได้ ดังนั้น Data Center ต้องมีการติดตั้งกำแพงกั้นเสียง ขณะที่ การใช้น้ำมันดีเซล เนื่องจากต้องมีการทดสอบอุปกรณ์-เครื่องกำเนิดไฟฟ้า เพื่อป้องกันไฟดับ น้ำมันดีเซลก็จะมีฝุ่นละออง เกิดมลพิษทางอากาศ แถมยังมีผลกระทบคือการระบายความร้อนไปสู่ชุมชนข้างเคียง โดยการใช้น้ำหล่อเย็น แล้วหากน้ำเหล่านี้ถูกระบายลงในแหล่งน้ำจะเกิดการปนเปื้อน เพราะในน้ำหล่อเย็นต้องใส่สารคลอรีน มีกลิ่นฉุนและส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ ใช้ทรัพยากรท้องถิ่นสูงมาก แต่รายได้และการจ้างงานกลับคืนสู่ชุมชนค่อนข้างน้อย ไม่คุ้มค่าต้นทุนสิ่งแวดล้อมที่ต้องเสียไป
ที่ร่ายมาทั้งหมดเป็นห่วงการดันทุรังของรัฐบาล และพฤติกรรมของคนในประเทศนี้ที่ไม่มีระเบียบวินัย หากคิดไม่ครบ ไม่รอบคอบ ไม่มีเจ้าภาพ เหมือนกับหลายโครงการ หลายปัญหาที่รัฐบาลเคยแก้ไม่จบ ไม่เสร็จ แถมนำไปสู่เปิดใต้พรมความหายนะอื่น ๆ เพราะมีเจ้าหน้าที่รัฐหรือนักการเมืองไม่กี่คนเห็นประโยชน์ส่วนตนรีบผลักดันไป ไม่คิดถึงความเดือดร้อนและชีวิตผู้คนในชุมชน ถ้าความประมาท ความไม่รอบคอบที่มีทั้งไฟ ทั้งน้ำมัน ไม่อยากจะคิดเหมือนกันว่ามันจะนำไปสู่อะไรได้อีก…
อย่าคิดว่าเป็นไปไม่ได้ รถไฟชนรถเมล์มีมาแล้ว โกงจนตึก บางแห่งพังถล่มเกิดมาแล้วโศกนาฏกรรมอาจไม่ใช่เรื่องไกลตัวเสมอไปยิ่งใกล้ชุมชน ยิ่งกลางเมืองเท่าไหร่ ยิ่งต้องคิดให้มาก หาเจ้าภาพให้มี กฎหมายให้เข้ม กำกับให้จริงจัง ไม่โยนกันไปกันมา แบบเจอตอที่ไหน ก็ไม่มีใครรับผิดชอบ!!!





