“ตร.พระราชดำริ” ซิ่งเปิดทาง แข่งทุกวินาทีส่ง “ทหารกล้า” เหยียบระเบิดชายแดนสาหัส ถึงมือหมอพระมงกุฎฯ ปลอดภัย

9

ระทึกภารกิจแข่งกับเวลา! ทหารผู้ปฏิบัติหน้าที่ชายแดนไทย–กัมพูชา ประสบเหตุเหยียบกับระเบิดได้รับบาดเจ็บสาหัส ต้องเคลื่อนย้ายทางอากาศจาก จ.อุบลราชธานี มายังกองบิน 6 ดอนเมือง ก่อนตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริผนึกกำลังหลายหน่วย เปิดเส้นทางเร่งด่วนฝ่าการจราจรเมืองกรุง นำส่งโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ถึงมือแพทย์อย่างปลอดภัย

เมื่อวันที่ 2 ก.ย.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดภารกิจเร่งด่วนในการช่วยเหลือข้าราชการทหารรายหนึ่ง ซึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัสจากเหตุ เหยียบกับระเบิดขณะปฏิบัติหน้าที่บริเวณพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา จนจำเป็นต้องเร่งเคลื่อนย้ายเข้ารับการรักษาในกรุงเทพฯ โดยทุกขั้นตอนต้องดำเนินการแข่งกับเวลา

หลังเกิดเหตุ มีการประสานนำผู้บาดเจ็บขึ้นอากาศยานจาก จ.อุบลราชธานี มายัง กองบิน 6 ดอนเมือง ก่อนเตรียมเคลื่อนย้ายต่อไปยังโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เพื่อให้ทีมแพทย์รับช่วงรักษาอย่างเร่งด่วน

กระทั่งเวลา 15.00 น. ศูนย์วิทยุจราจรโครงการพระราชดำริ ได้รับการประสานจากศูนย์กู้ชีพโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ขอสนับสนุนกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจในการอำนวยความสะดวกและเปิดเส้นทางจากกองบิน 6 ดอนเมือง ไปยังโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เนื่องจากผู้บาดเจ็บมีอาการสาหัสและจำเป็นต้องถึงมือแพทย์โดยเร็วที่สุด

ทันทีที่ได้รับการประสาน ตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริระดมกำลังเข้าปฏิบัติภารกิจทันที โดยอยู่ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.ประทีป ศรีหรั่งไพโรจน์ ผกก.6 บก.จร. นก.โครงการ 1 และ พ.ต.ท.มนตรี ศรีวัฒนฤทธิ์ รอง ผกก.6 บก.จร. นก.โครงการ 12

มี พ.ต.ท.พีรวุฒิ ใหม่อ่อง สว.งานฯ 2 กก.6 บก.จร. โครงการใต้ 1 ควบคุมการปฏิบัติ พร้อมด้วย ร.ต.อ.มนตรี เป้าหินตั้ง รอง สว.งานฯ 1 กก.6 บก.จร. โครงการเหนือ 11, ร.ต.อ.มานะ จอกโคกสูง รอง สว.งานฯ 1 กก.6 บก.จร. โครงการเหนือ 14 และ ร.ต.ต.อารยะ ป้อมค่าย รอง สว.งานฯ 2 กก.6 บก.จร. โครงการใต้ 17

กำลังชุดเคลื่อนที่เร็วประกอบด้วย ด.ต.หญิง ณัฏฐพชร ประสงค์สันติ์, ส.ต.อ.ณัฎฐพลธ์ เนตรจรัสแสง, ส.ต.อ.ชนาธิป ชัยรัตน์, ส.ต.ท.ภาณุเกียรติ จันทร์คำเข้ม และ ส.ต.อ.เศรษฐกิจ ดวงมุกพะเนาว์ ขณะที่ชุดตำรวจช่างมี ส.ต.อ.พุทธาวุธ กาศอุดม และพนักงานวิทยุ จ.ส.ต.พิภพ โนนใหม่

นอกจากนี้ ยังมี ตำรวจจราจรทางด่วน 2 สารวัตรทหารที่ 11 เจ้าหน้าที่การทางพิเศษแห่งประเทศไทย และตำรวจจราจรในพื้นที่ตลอดเส้นทาง ร่วมประสานงานเปิดช่องทางจราจรอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้รถพยาบาลสามารถเคลื่อนตัวได้รวดเร็วที่สุดตลอดเส้นทางเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายทำงานประสานกันอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางภารกิจที่ ทุกนาทีมีความหมายต่อชีวิตของทหารผู้บาดเจ็บ กระทั่งสามารถนำส่งถึงโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า และส่งตัวเข้าสู่การดูแลของทีมแพทย์ได้สำเร็จเมื่อเวลา 16.40 น.

นับเป็นอีกหนึ่งภารกิจที่สะท้อนการประสานกำลังของหลายหน่วยงาน ตั้งแต่การเคลื่อนย้ายทางอากาศจากพื้นที่ชายแดน จนถึงการเปิดเส้นทางฉุกเฉินกลางกรุงเทพฯ เพื่อเป้าหมายเดียวกัน คือ นำทหารผู้บาดเจ็บสาหัสถึงมือแพทย์ให้เร็วที่สุด