เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 30 สิงหาคม 69 ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก นางสาวกล้วยไม้ อายุ 37 ปี รับราชการเป็นเจ้าหน้าที่ เทคนิคการแพทย์ (สังกัดกรมการแพทย์) โรงพยาบาลชื่อดังแห่งหนึ่ง โดยตนกับน้องสาวถูกโจรบุกเข้ามาในบ้านช่วงที่ออกไปทำงาน และเชื่อแน่ว่า คนก่อเหตุเข้ามาทางฝ้าเพดานก่อนโรยตัวลงมายังห้องนอนของตนเองกับห้องนอนของน้องสาวแล้วลักทรัพย์สินเป็นทองคำแท่งกับทองรูปพรรณ พร้อมพระเลี่ยมทองอีกหลายองค์ รวมมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท หลบหนีไป

น.ส.กล้วยไม้ เล่าด้วยสีหน้าอันเศร้าสร้อยว่า ตนและน้องสาวซึ่งทำงานเป็นพยาบาลอยู่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ได้มาซื้อบ้านทาวน์โฮม2 ชั้น ภายในหมู่บ้านบัวทองธานี ต.บางบัวทอง อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี โดยตนมาทราบว่าทรัพย์สินที่เก็บสะสมไว้นานหลายสิมปีหายไปมี ทองคำแท่งหนัก 5 บาท 2 แท่ง สร้อยคอทองคำพร้อมพระเลี่ยมทองหนัก 1 บาท 2 เส้น สร้อยข้อมือหนัก 1 บาทหนึ่งเส้น รวมทั้งแหวนทองหนัก 50 สตางค์ของน้องสาวที่เป็นพยาบาล ถูกคนร้ายลักเอาไปจนเกลี้ยงห้อง รวมน้ำหนักทองคำทั้งหมด 13 บาท 50 สตางค์
โดยตนเชื่อแน่ว่าคนร้ายเข้ามาทางฝ้าเพดานหน้าห้องนอนชั้น 2 ก่อนโรยตัวลงมาด้านล่างแล้วเข้ามายังห้องนอนของตนกับน้องสาวขโมยทรัพย์สินไป โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.บางบัวทอง และเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานได้เข้ามาเก็บหาร่องรอยลายนิ้วมือและรายละเอียดไปแล้ว แต่คดีไม่มีความคืบหน้าจึงมาร้องเรียนขอความเป็นธรรมจากผู้สื่อข่าว

น.ส.กล้วยไม้ เผยต่อว่า ตนเองได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจไปแล้วว่าจุดที่น่าสงสัยเนื่องจากที่บ้านไม่มีร่องรอยงัดแงะ มีเพียงฝ้าเพดานที่เปิดออก ทำให้เชื่อแน่ว่าคนร้ายน่าจะเข้ามาทางช่องทางนี้ เมื่อขึ้นไปดูก็พบว่า โครงสร้างของหมู่บ้านโดยเฉพาะที่ช่วงเพดานสามารถคลานทะลุถึงกันได้มีเพียงเหล็กเส้นกั้นไม่ให้เข้ามา แต่โจรก็ใช้ เครื่องมือตัดเหล็กและเข้ามาทางนี้อย่างแน่นอน เพราะหลังก่อเหตุโจรที่เข้ามายังได้เชื่อมเหล็กกลับมาเหมือนเดิม
ซึ่งตรงจุดที่น่าสนใจตรงนี้ตนได้บอกกับเจ้าหน้าที่ตำรวจไปแล้วแต่เจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อ อีกทั้งหลังแจ้งความจนถึงทุกวันนี้ยังไม่เคยได้รับการติดต่อ หรือเรียกตัวไปสอบปากคำเพิ่มเติมแต่อย่างใดจากทางเจ้าของคดีหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนเลย ตนอยากฝากให้เจ้าหน้าที่ช่วยสนใจและติดตามคดี นำตัวโจรที่เข้ามาลักทรัพย์สินในบ้านตนด้วย เพราะตนสะสมเก็บมาจากน้ำพักน้ำแรงนานหลายสิบปีกว่าจะได้มา

ขณะที่ น.ส.เบลล์ อาย 26 ปี น้องสาวซึ่งเป็นพยาบาล กล่าวว่าคนร้ายเข้าไปขโมย ทรัพย์สินของพี่สาวแล้วได้เข้ามายังห้องนอนของตนซึ่งอยู่ติดกัน ก่อนลักทรัพย์สินเป็นแหวนทองคำหนัก 50 สตางค์ ที่พี่สาวซื้อให้ จากนั้นได้หยิบพระเลี่ยมทอง หลวงปู่ทวด และพระเครื่องอื่นๆที่อยู่ในกล่องไปอีกหลายสิบองค์ ” ตนเสียดายแหวนทองคำมากเพราะมีคุณค่าทางจิตใจเนื่องจากพี่สาวซื้อให้” ตอนนี้เวลากลับบ้านก็รู้สึกกลัว ไม่กล้าอยู่คนเดียวต้องรอเลิกงานกลับเข้ามาพร้อมพี่สาวแล้วเข้าบ้านด้วยกัน
ขณะที่นายนิพัฒน์ เกลียวเงิน อายุ 50 ปี เพื่อนบ้านฝั่งตรงข้ามที่สนิทกัน เผยว่า เรื่องที่เกิดขึ้นตนคุยกับทางคุณกล้วยไม้แล้วและมีความเห็นเหมือนกันว่า คนที่เข้ามาขโมยทรัพย์สินนั้นต้องเป็นคนที่มีบ้านอยู่ติดกันและสามารถมุดเข้ามาทางช่องเพดานได้ ที่หน้าแปลกใจคนก่อเหตุยังเอาเครื่องมือมาตัดเหล็ก และเชื่อมต่อคืนกลับไปเหมือนเดิมก็คงไม่ใช่คนที่ไหนหรอก คนใกล้ๆแถวนี้แหละ รู้ๆกันอยู่ หน้าตำรวจทำงานจริงคงไม่ยากหรอก

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวเองได้รับการเปิดเผยจากชาวบ้านหลายรายในหมู่บ้านว่า บ้านที่อยู่ติดกันกับบ้านของผู้เสียหายเป็นช่างรับเหมาทำงานมุ้งลวดเหล็กดัด หลังเกิดเรื่องนี้ขึ้นปรากฏว่ามีความเป็นอยู่ที่เปลี่ยนไป โดยไปออกรถยุโรปมือสองและรถยนต์ญี่ปุ่นมาพร้อมกัน 2 คัน ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้เคยพูดกับชาวบ้านว่าเลิกกับภรรยา เพราะถูกหลอกไปจนหมดตัว ทุกวันนี้หมุนเงินแทบไม่ทัน ซึ่งทางผู้เสียหายเองก็ได้ชี้ช่องบอกให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวไปเค้นสอบปากคำ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจกลับเมินเฉยทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น บอกเพียงแต่ให้รอๆๆ ซึ่งผู้เสียหายกับน้องสาวเองก็ไม่รู้ว่าต้องรอไปจนถึงเมื่อไหร่ ถึงจะจับตัวคนร้ายได้เพราะทรัพย์สินที่เก็บมาเป็นทรัพย์สินที่ค่อยๆสะสมมาเกือบครึ่งชีวิต ทำให้เกิดความเครียด กินไม่ได้นอนไม่หลับและรู้สึกกลัวทุกครั้งที่ต้องกลับเข้าบ้าน




