วันนี้ (24 ส.ค. 69) นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงวาระการทำงานของพรรคประชาชนที่จะเปิดประชุมสภาฯ ในสัปดาห์นี้ ว่า เราเตรียมความพร้อม ทั้ง พ.ร.ก.กู้เงิน และ ร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 ในวาระ 2 และ 3 ที่กำลังจะเข้ามา ซึ่งตลอดระยะเวลาเกือบ 2 เดือน ที่ตัวแทนพรรคประชาชนเข้าไปทำหน้าที่เป็นกรรมาธิการงบประมาณ ได้เข้าไปดูงบประมาณที่จัดสรรให้หน่วยงานต่างๆ ที่อาจไม่ถูกต้อง ถึงแม้เราจะตัดงบได้ 11,000 ล้านบาท แต่ช่วงที่พิจารณาว่าจะเอางบส่วนที่ตัดนี้ไปไว้ที่ไหน ซึ่งฝ่ายค้านเห็นว่า การที่ประเทศจะขับเคลื่อนไปได้ ควรนำงบประมาณไปสนับสนุนกองทุนวิจัย ประมาณ 6,000 ล้านบาท เพื่อยกระดับงานวิจัยให้ประเทศก้าวกระโดด ตอนนี้เราวิ่งไม่ทันเทคโนโลยีแล้ว ส่วนที่เหลือเราสนับสนุนให้นำเงินไปช่วยเหลือในกองทุนกู้ยืมเงินเพื่อการศึกษา เพราะล่าสุดปีนี้ มีเด็กที่สอบติดมหาวิทยาลัยแล้ว แต่ไม่มีทุนการศึกษา ซึ่งสร้างความเจ็บช้ำ เงินในกองทุนไม่มีให้น้อง ๆ กู้ยืมเงินเพื่อการศึกษา เมื่อเราตัดงบประมาณส่วนเกินออกมาได้ เราไม่ได้มองด้านนี้ โดยสิ่งที่เกิดขึ้นจริง คือ พรรคประชาชนโหวตแพ้ในห้องงบประมาณ โดยฝั่งรัฐบาล โหวตให้นำงบส่วนนี้ไปไว้ในงบกลาง กองทุนหมู่บ้าน กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช รวมถึงหน่วยงานต่าง ๆ 9 หน่วยงาน โดยเราจะเปิดให้ประชาชนได้รับรู้รับทราบถึงทิศทาง เพราะการจัดสรรงบประมาณ เป็นเครื่องสะท้อนความคิดของรัฐบาลว่า กำลังเดินหน้าประเทศไปทิศทางไหน
ส่วนการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เราเตรียมความพร้อมไว้อยู่เสมอ เมื่อถึงจังหวะเวลาที่เราสามารถยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ เรายื่นอย่างแน่นอน แต่ตนเองทราบมาจากการประชุมของวิปฝ่ายค้าน ว่าก่อนจะไปถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แบบลงมติ เราอาจจะยื่นการอภิปรายไม่ไว้วางใจแบบทั่วไปก่อน เพื่อนำเสนอให้ประชาชนเห็นว่า ที่ผ่านมาสิ่งที่ฝ่ายค้านอยากแนะนำ อยากจะท้วงติง เราจะนำเสนอผ่านการอภิปรายครั้งนี้
เมื่อถามว่าประเมินการทำงานของรัฐบาลอย่างไรบ้าง นายณัฐชา กล่าวว่า ขณะนี้รัฐบาลบริหารงานมาเพียงไม่กี่เดือนเท่านั้น แต่สิ่งที่ประชาชนได้รับทราบ มีหลายเรื่องราวเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการทุจริต โกงข้อสอบท้องถิ่น อุทกภัย การบริหารงานที่ผิดทิศผิดทาง ทำให้รัฐบาลไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้ สิ่งที่รัฐบาลกำลังทำอยู่ในขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดหลักเกณฑ์บัตรคนจนรอบใหม่ รวมถึงหลายนโยบายติดขัดไปหมด ตนคิดว่ารัฐบาลขาดการรับฟังเสียงของประชาชน อาจจะฟังเสียงนายทุนมากไป จนทำให้ทุกกระบวนการคิด หรือวิธีการในการตัดสินใจ ขาดสมการสำคัญ คือความต้องการของประชาชนไปด้วย
“การรับมติของประชาชนเข้าไปแก้ไข ล้วนแล้วแต่มาจากข่าว มาจากกระแสกดดันทางสังคมทั้งสิ้น เป็นเรื่องที่รัฐบาลยังทำผิดพลาด ถือว่าสอบตก ในเรื่องการรับฟังเสียงของประชาชน เราจะเห็นได้ว่าการพิจารณาตัดงบประมาณ จะเห็นความกินแหนงแคลงใจระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล เพราะงบประมาณที่ถูกตัด ส่วนมากจะเป็นงบประมาณในสัดส่วนของพรรคร่วมรัฐบาล เรื่องนี้อาจจะมีคลื่นใต้น้ำ หรือกระทบกระทั่งกันภายใน แล้วก่อให้เกิดอะไรต่อไป ยังไม่สามารถทราบได้ ต้องรอการพิจารณางบประมาณวาระ 2 และ 3 ที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้ก่อนจะได้เห็นภาพชัดเจนมากยิ่งขึ้น“ นายณัฐชา กล่าว



