ชาวบ้านหมู่บ้านออมทอง บุกทำเนียบฯ ร้องนายกฯ สอบ พศ. ละเว้นปฏิบัติหน้าที่ เหตุไม่ร่วมเจรจาสิทธิพิพาทที่ดินวัดดังย่านบางปู

14

วันที่ 24 สิงหาคม 2569 ที่ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนของรัฐบาล 1111 สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล กลุ่มราษฎรผู้ได้รับความเดือดร้อนเสียหายจากโครงการหมู่บ้านออมทอง จ.สมุทรปราการจำนวน 35 หลังคาเรือน นำโดย นางสาวสุรีย์ญา แสงรอด ตัวแทนผู้ประสานงาน ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนถึงนายกรัฐมนตรี ผ่านสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี โดยมี นางสาวสุวีรยา ทองพิทักษ์ ผู้อำนวยการส่วนประสานมวลชนและองค์กรประชาชน เป็นตัวแทนรับมอบหนังสือ

การเดินทางมายื่นหนังสือในครั้งนี้เป็นการติดตามผลการประสานงาน และแจ้งพฤติการณ์การละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ. ส่วนกลาง) และสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดสมุทรปราการ (พศจ.สมุทรปราการ) เกี่ยวกับข้อพิพาทสิทธิ์ที่อยู่อาศัยกับวัดชื่อดังในพื้นที่ย่านบางปู ซึ่งเดิมทีชาวบ้านได้ขอความอนุเคราะห์ให้หน่วยงานดังกล่าวเข้าร่วมประชุมเจรจาไกล่เกลี่ย ณ ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนฯ เพื่อจัดทำสัญญาเช่าที่ดินศาสนสมบัติระยะยาว (30 ปี) ตามคำมั่นเดิม

อย่างไรก็ตาม พศจ.สมุทรปราการ ได้ปฏิเสธเข้าร่วมเจรจาโดยอ้างเหตุผลติดคดีความในศาล ขณะที่ พศ. ส่วนกลาง เพิกเฉยและไม่ได้ส่งตัวแทนเข้าร่วม ทางกลุ่มผู้เดือดร้อนเห็นว่า การจัดทำสัญญาเช่าที่ดินศาสนสมบัติเกินกว่า 3 ปีขึ้นไปเป็นอำนาจหน้าที่โดยตรงของ พศ. และ พศจ. ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2511) การบิดเบือนสัญญาเช่าจาก 30 ปี เหลือเพียง 3 ปี และอ้างเหตุคดีความเพื่อปฏิเสธการระงับข้อพิพาท จึงเข้าข่ายสมรู้ร่วมคิดและละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตาม ม.157

ทั้งนี้ กลุ่มผู้เดือดร้อนได้เสนอข้อเรียกร้องต่อสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี 2 ข้อ ดังนี้

1. จัดทำบันทึกรายงานการประชุมสรุปข้อเท็จจริง: ขอให้ทำบันทึกรายงานระบุว่า พศ. และ พศจ.สมุทรปราการ เพิกเฉยและปฏิเสธเข้าร่วมการเจรจาไกล่เกลี่ย พร้อมประทับตราครุฑและลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง จำนวน 1 ชุด เพื่อใช้เป็นพยานหลักฐานยื่นต่อศาลต่อไป

2. ส่งเรื่องตรวจสอบ ป.ป.ช.: ขอความอนุเคราะห์ประสานส่งรายงานผลการดำเนินงานและพฤติการณ์ดังกล่าวไปยัง สำนักงาน ป.ป.ช. (ส่วนกลาง) เพื่อดำเนินการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย

นางสาวสุรีย์ญา แสงรอด ตัวแทนผู้ประสานงาน  กล่าวว่าการเดินทางมาศูนย์รับเรื่องร้องเรียน สำนักนายกรัฐมนตรี ในวันนี้ พวกเราตั้งใจมา ‘เปิดโอกาส’ ให้กับ พศ. และ พศจ. อีกครั้ง ในการเข้ามาจัดระเบียบ ทำสัญญาเช่าที่ดิน 30 ปีให้ถูกต้องตามคำมั่นเดิม เพื่อเร่งบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ราษฎรทั้ง 35 ครัวเรือน

แต่ในเมื่อ พศ. และ พศจ. เลือกที่จะปล่อยโอกาสที่พวกเราหยิบยื่นให้ทิ้งไปเอง ก็ไม่เป็นไร เพราะวัตถุประสงค์หลักของพวกเราในวันนี้ ชัดเจนตั้งแต่แรกอยู่แล้วว่า เรามาเพื่อขอรับหนังสือบันทึกรายงานการประชุมตราครุฑฉบับนี้กลับไป เพื่อนำไปใช้เป็นพยานหลักฐานสำคัญยื่นสู้คดีในชั้นศาล และใช้ยื่นต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

“การที่ พศ. และ พศจ. ปล่อยโอกาสนี้ทิ้งไป จึงไม่ได้ทำให้พวกเราเสียเปรียบเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม พวกเรากลับได้หนังสือหลักฐานชั้นดีติดมือกลับไป แถมยังได้เพิ่มให้อีก 2 คดี ให้กับหน่วยงานรัฐที่ปล่อยปละละเลยและละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ทำให้ประชาชนต้องได้รับความเดือดร้อน” นางสาวสุรีย์ญา แสงรอด  กล่าว

นางสาวสุรีย์ญา แสงรอด  กล่าวต่อด้วยว่า ลุง อายุ 90 ปี ประชาชนผู้อาศัยในหมู่บ้านออมทองได้ถูกส่งหนังสือขับไล่ออกจากบ้านภายใน 30 วันด้วย ซึ่งเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมและไม่ยุติธรรม

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่าสำหรับคดีหมู่บ้านออมทองจังหวัดสมุทรปราการนั้น เป็นกรณีพิพาทเกี่ยวกับที่ดินและอาคารซึ่งเป็นทรัพย์สินของประชาชน รวมถึงประเด็นสัญญาที่เป็นโมฆะกรรม โดยมีตัวละครสำคัญและผู้ร่วมขบวนการเกี่ยวข้องหลายฝ่าย ตั้งแต่วัดชื่อดัง เจ้าอาวาส ไวยาวัจกร กรรมการชุมชน ตลอดจนนายทุน ผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ และเจ้าหน้าที่รัฐบางราย ในพื้นที่วัดดัง ย่าน ต.บางปูใหม่ อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ เนื่องจากชาวบ้านเชื่อว่าทางวัดมีพฤติการณ์ฉ้อโกงประชาชนเป็นปกติธุระ หลังมีการนำที่ดินที่ของวัด  มาปล่อยขายให้กับชาวบ้านในลักษณะโครงการบ้านจัดสรรและให้สิทธิ์ในการเช่าที่ดินถาวร ตั้งแต่ปี 2537 แต่ภายหลังทางวัดกลับเปลี่ยนสัญญาและยื่นฟ้องขับไล่ชาวบ้าน หวังยึดอาคารบ้านเรือนของชาวบ้าน โดยกรณีดังกล่าวชาวบ้านได้แจ้งความวัดและไวยาวัจกรวัด ที่สภ.บางปูแล้ว ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2568 แต่คดียังไม่มีความคืบหน้า เนื่องจากตำรวจระบุว่าเป็นคดีแพ่ง แต่ประชาชนรับทราบจากอัยการจังหวัดสมุทรปราการที่พิจารณาแล้วเห็นว่าคดีนี้มีมูลความผิดการทุจริตต่อหน้าที่ตามหนังสือของ อัยการ ที่ อส 0058(สป)/3680