เดินหน้ายกระดับสินค้าเกษตรมูลค่าสูง สร้างจุดขายด้วยงานวิจัย นำร่อง กล้วยหอมมะเขือเทศ 

13

 

วันที่ 24 สิงหาคม 2569 น.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดสัมมนาเผยแพร่ผลการศึกษาการกล่าวอ้างหน้าที่ของสารสำคัญเชิงสุขภาพ (Function claims) เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร ซึ่งเป็นโครงการที่นำงานวิจัยและข้อมูลทางวิทยาศาสตร์มาใช้สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตรไทย จัดขึ้นโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) ร่วมกับนักวิจัยจากคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ณ โรงแรมรามาการ์เด้น กรุงเทพมหานคร

สำหรับแนวคิดสำคัญของโครงการนี้ คือ การนำคุณค่าของสารที่มีอยู่ในสินค้าเกษตร มาทำให้ผู้บริโภคมองเห็นได้บนฉลากสินค้า โดยมีข้อมูลงานวิจัย และหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ อย่างไรก็ตาม การจะติด ฉลาก Functional Claim ในสินค้าเกษตรสดยังเป็นเรื่องใหม่ ซึ่งต้องมีการจัดเตรียมข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ และเอกสารตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ซึ่งเป็นข้อจำกัดสำคัญสำหรับเกษตรกรและผู้ประกอบการ โดยเฉพาะรายเล็กและรายกลาง มกอช. จึงได้จัดทำโครงการนี้ขึ้น โดยเริ่มนำร่องกับสินค้าเกษตร 2 ชนิด ได้แก่ กล้วยหอมและมะเขือเทศ เพื่อจัดทำข้อมูลสำหรับยื่นขออนุญาตกล่าวอ้างคุณประโยชน์ของสาร GABA ที่มีส่วนช่วยคงระดับความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ บนฉลากสินค้าให้เป็นไปตามกฎระเบียบของไทย ความสำเร็จของการนำคุณประโยชน์ด้านสุขภาพมาแสดงบนฉลากดังกล่าว ถือเป็นการสร้างความแตกต่างให้สินค้าเกษตร ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจคุณค่าของสินค้าได้ง่ายขึ้น และเพิ่มโอกาสให้สินค้าเกษตรไทยเข้าสู่ตลาดใหม่ และขยับไปสู่ตลาดที่มีมูลค่าสูงขึ้น

นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรฯ โดย มกอช. ยังได้จัดทำ “คู่มือการเตรียมข้อมูลเพื่อยื่นขอ Functional Claim ในสินค้าเกษตร” เพื่อให้เกษตรกร ผู้ประกอบการ นักวิจัย และผู้สนใจ นำไปใช้เป็นแนวทางกับสินค้าเกษตรชนิดอื่นได้ ตั้งแต่การคัดเลือกสารสำคัญ การควบคุมการผลิต การรวบรวมหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ การกำหนดวิธีวิเคราะห์ ไปจนถึงการจัดทำข้อมูลและเอกสารสำหรับการยื่นขอ Functional Claim อันจะช่วยเป็นการขยายผลจากสินค้าเกษตรต้นแบบ ไปยังสินค้าเกษตรอื่นของไทย

น.ส.ปิยะรัฐชย์ กล่าวว่า โครงการนำร่องครั้งนี้จะเป็นอีกหนึ่งต้นแบบสำคัญ ในการยกระดับสินค้าเกษตรมูลค่าสูงโดยใช้วิทยาศาสตร์เป็นเครื่องมือสร้างความแตกต่างและเพิ่มมูลค่า พร้อมทั้งสร้างองค์ความรู้ อันเป็นฐานสำหรับการพัฒนาสินค้า เพื่อขยายไปยังตลาดทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดที่ให้ความสำคัญกับอาหารเพื่อสุขภาพ เช่น ญี่ปุ่น สาธารณรัฐเกาหลี และสหภาพยุโรป อีกทั้งกระทรวงเกษตรฯ จะเดินหน้าขยายผลไปยังพืช ผัก ผลไม้ และสินค้าเกษตรท้องถิ่นชนิดอื่นที่มีศักยภาพ เพื่อให้เกษตรกรและผู้ประกอบการสามารถนำคุณค่าที่มีอยู่ในสินค้าของตน มาพัฒนาเป็นจุดขายเพื่อสร้างความแตกต่าง เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงตลาดใหม่และการจำหน่ายสินค้าในราคาที่สูงขึ้น

“โครงการนี้จึงไม่เพียงช่วยเพิ่มมูลค่าให้สินค้าเกษตร แต่ยังสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารเพื่อสุขภาพ และอาหารอนาคตของไทย ในนำวัตถุดิบทางการเกษตรไปต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูงขึ้น ควบคู่กับการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าเกษตรและอาหารไทย เพื่อให้มูลค่าที่เพิ่มขึ้นกลับไปเป็นรายได้ให้กับเกษตรกรอย่างแท้จริง” น.ส.ปิยะรัฐชย์ กล่าว