“สว.กาญจนบุรี”เล่าประวัติศาสตร์ “ทางรถไฟสายมรณะ” บทเรียนสงคราม ดันมรดกโลก-สร้างเส้นทางเรียนรู้ เอื้อคนรุ่นหลังรู้คุณค่าสันติภาพ

11

สว.กาญจนบุรี หนุนยกระดับ “ทางรถไฟสายมรณะ-สะพานข้ามแม่น้ำแคว” เป็นแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ เชื่อมพิพิธภัณฑ์-เทคโนโลยีดิจิทัล ถ่ายทอดบทเรียนความสูญเสียจากสงครามสู่คนรุ่นหลัง พร้อมผลักดันสู่มรดกโลกยูเนสโก ย้ำสันติภาพเกิดจากการเสียสละในอดีต

ทางรถไฟสายมรณะ

กาญจนบุรี, 24 ส.ค. (ซินหัว) — เมื่อไม่นานนี้ สหพันธ์ รุ่งโรจนพณิชย์ สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดกาญจนบุรี ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวซินหัวว่าการสร้าง “ทางรถไฟสายมรณะ” ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ก่อให้เกิดความสูญเสียและการบาดเจ็บล้มตาย ซึ่งเป็นบทเรียนราคาแพงที่ไม่ควรเกิดขึ้นอีก และควรบอกเล่าประวัติศาสตร์นี้ให้เยาวชนคนรุ่นหลังได้รับรู้เพื่อตระหนักว่าสันติภาพในวันนี้เกิดจากการเสียสละในอดีต

สหพันธ์ ผู้เกิดและเติบโตในจังหวัดกาญจนบุรี มีความผูกพันกับสะพานข้ามแม่น้ำแคว จุดที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของทางรถไฟสายมรณะ ซึ่งเขานิยามว่าเป็นแหล่งประวัติศาสตร์บ้านเมืองและศูนย์รวมจิตใจ โดยแขกผู้มาเยือนกาญจนบุรีทุกคน ไม่ว่าจากชาติไหน จะมาที่นี่เพื่อเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ทำให้สะพานข้ามแม่น้ำแควและทางรถไฟสายมรณะไม่ได้เป็นเพียงแหล่งท่องเที่ยว แต่เป็นพื้นที่ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ระดับโลก

สหพันธ์ยอมรับว่าแม้การสูญเสียในอดีตเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นแต่แรกและเปลี่ยนแปลงไม่ได้ แต่การระลึกนึกถึงผู้เสียชีวิตยังคงเป็นเรื่องสำคัญ โดยกาญจนบุรีจัดงานสัปดาห์สะพานข้ามแม่น้ำแควทุกปีเพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งจะมีการจำลองการระเบิดสะพานให้ผู้มาเยือนเห็นภาพ อย่างไรก็ดี สหพันธ์สังเกตว่าผู้มาเยือนอาจยังเข้าใจประวัติศาสตร์ได้ไม่ครอบคลุมรอบด้านเพราะเรื่องราวต่างๆ ยังคงเป็นเรื่องเล่าปากต่อปาก

ด้วยเหตุนี้ สหพันธ์เสนอให้สร้างพิพิธภัณฑ์หรือเส้นทางเรียนรู้แบบครบวงจรของภาครัฐที่เชื่อมโยงสถานที่สำคัญต่างๆ เข้าด้วยกัน รวมถึงประยุกต์ใช้นวัตกรรมต่างๆ อย่างแพลตฟอร์มออนไลน์และเทคโนโลยีดิจิทัลมาเติมพลังความมีชีวิตชีวาในการบอกเล่าประวัติศาสตร์ เช่น การสแกนรหัสคิวอาร์โค้ดเพื่อดูข้อมูลประวัติศาสตร์ในแต่ละจุด ไม่ใช่เพียงมาดูและถ่ายรูปแล้วจบ แต่สามารถเข้าใจและเรียนรู้เพิ่มเติมได้อีก

สหพันธ์กล่าวว่าทุกวันนี้ทางรถไฟสายมรณะยังคงมีรถไฟวิ่งให้บริการอยู่ ซึ่งเป็นเหมือนเครื่องเตือนใจให้ระลึกนึกถึงผู้เสียสละเลือดเนื้อในอดีต และบทเรียนสำคัญที่ต้องไม่ลืมคือโลกนี้ไม่ควรมีสงคราม ไม่ควรมีเชลยศึก และไม่ควรมีผู้ถูกกดขี่ข่มเหงอีกต่อไป พร้อมเสริมว่าควรพัฒนากาญจนบุรีเป็นเมืองแห่งประวัติศาสตร์ รวมถึงเสนอชื่อทางรถไฟสายมรณะและสะพานข้ามแม่น้ำแควเป็นแหล่งมรดกโลกแห่งองค์การยูเนสโก (UNESCO)

(แฟ้มภาพซินหัว : สหพันธ์ รุ่งโรจนพณิชย์ สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดกาญจนบุรี ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวสำนักข่าวซินหัว บริเวณสะพานข้ามแม่น้ำแคว จังหวัดกาญจนบุรี วันที่ 10 ส.ค. 2026)