“อภิสิทธิ์” กางโรดแมปฝ่ายค้าน บุกยื่น ป.ป.ช. กันพยาน บี้ “ตัวใหญ่” โกงสอบท้องถิ่น จี้ “นายกฯ” ตอบกระทู้สดดับไฟใต้
วันที่ 23 ส.ค. 2569 ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงทิศทางการทำงานของพรรคและพรรคร่วมฝ่ายค้าน ในโอกาสเปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยแบ่งประเด็นออกเป็น 2 ส่วนสำคัญ คือ การตรวจสอบกรณีทุจริตการสอบบรรจุพนักงานส่วนท้องถิ่น และกรอบการทำงานของฝ่ายค้านในสภาฯ
นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงกรณีทุจริตการสอบท้องถิ่นว่า เรื่องดังกล่าวเป็นขบวนการใหญ่ที่มีผู้มีอำนาจและเครือข่ายอยู่เบื้องหลัง สังคมกำลังกังวลว่าจะมีการตัดตอนไม่ให้ไปถึงตัวการใหญ่ ทั้งนี้ มีผู้เสียหายและผู้ที่ถูกชักชวนให้จ่ายเงินจำนวนมากพร้อมจะให้ข้อมูล แต่ยังเกรงกลัวว่าจะถูกดำเนินคดี ดังนั้น ในวันพรุ่งนี้ (วันจันทร์) พรรคจะมอบหมายให้นายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรค และ นายไพศาล เรืองฤทธิ์ คณะกรรมการกฎหมายพรรคยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อขอให้ใช้อำนาจตามมาตรา 135 ของกฎหมาย ป.ป.ช. ในการออกประกาศและนโยบายที่ชัดเจน เรื่องการกันบุคคลไว้เป็นพยาน รวมถึงมาตรการคุ้มครองพยาน เพื่อดึงกลุ่มคนที่กระทำผิดระดับล่างมาให้ข้อมูลขยายผลไปถึงผู้บงการตัวจริง โดยพรรคประชาธิปัตย์พร้อมเป็นผู้ประสานนำพยานเข้าให้ข้อมูล
“การใช้มาตรการกันเป็นพยานต้องทำเพื่อแลกกับการได้ตัวใหญ่ ไม่ใช่เปิดช่องให้ทุกคนพ้นผิด และต้องยึดหลักทำกับคนกลุ่มแรกๆ ที่มาให้เบาะแส หากพพิจารณาจากขนาด พื้นที่ และจำนวนคนที่เกี่ยวข้อง เป็นไปไม่ได้เลยที่จะเกิดจากคนระดับเล็ก ๆ แม้กระทั่งข้าราชการระดับสูงตนก็ไม่เชื่อว่าจะกล้าทำหากไม่มีผู้มีอำนาจสั่งการ” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
ส่วนสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนภาคใต้และเหตุอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดน่านนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวแสดงความเสียใจต่อผู้ได้รับผลกระทบ พร้อมชมเชยรัฐมนตรีที่ลงพื้นที่น้ำท่วมอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม ในส่วนของเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้เมื่อคืนที่ผ่านมา ซึ่งมีลักษณะก่อเหตุเชิงสัญลักษณ์หลายจุด พรรคเห็นว่า นโยบายของรัฐบาลยังขาดความชัดเจน แม้เจ้าหน้าที่ทหารและฝ่ายปฏิบัติจะทำงานเต็มที่ แต่การแก้ไขปัญหาต้องมีทิศทางจากระดับนโยบายด้วย ดังนั้น ในสัปดาห์นี้ พรรคจะหารือกับพรรคประชาชนและแกนนำฝ่ายค้าน เพื่อขอตั้งกระทู้ถามสดต่อนายกรัฐมนตรีโดยตรง เพื่อให้มาชี้แจงแนวทางการแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้ เนื่องจากเป็นเรื่องที่ผู้นำรัฐบาลต้องเป็นผู้กำหนดทิศทางเอง
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อถึงภารกิจในสภาฯ ว่า ในวันอังคาร พรรคจะประชุม สส. เพื่อเตรียมเสนอกฎหมายสำคัญ เช่น กฎหมายปาล์มน้ำมัน กฎหมายการศึกษาแห่งชาติ กฎหมายประกันสังคม และกฎหมายปฏิรูปราชการ ส่วนวันพุธ พรรคมีความพร้อมที่จะอภิปรายพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน โดยจะชี้ให้เห็นว่าแนวทางการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาลกำลังชนเพดาน หนี้สาธารณะเกือบเต็ม และเงินเยียวยาประชาชนเหลือเพียงงวดเดียวในต้นเดือนหน้า ขณะที่ปัญหาของแพงและราคาพลังงานกลับยังไม่ได้รับการแก้ไขตามที่เคยรับปากไว้ ซึ่งคำวินิจฉัยของผู้เชี่ยวชาญในชั้นศาลก็เห็นไปในทางเดียวกับฝ่ายค้านว่า การกู้เงินดังกล่าวไม่ได้ตอบโจทย์ความมั่นคงทางเศรษฐกิจนอกจากนี้ ในช่วงปลายสัปดาห์ พรรคจะจัดและร่วมกิจกรรมสำคัญ 3 เรื่อง ได้แก่
1. การสัมมนาปม “ฮั้ว สว.” ร่วมกับฝ่ายค้าน เพื่อจี้ให้ กกต. ส่งเรื่องให้ศาลฎีกาวินิจฉัย ชี้ให้เห็นบรรทัดฐานในอดีตที่แค่ สว. คุยไลน์แลกคะแนนกัน ศาลก็เคยตัดสินว่าผิดมาแล้ว คดีนี้มีหลักฐานชัดเจนจึงไม่มีเหตุผลที่ กกต. จะไม่ส่งศาล
2. การร่วมเสวนาแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อเสนอให้แก้ประเด็นเร่งด่วนก่อน เช่น ที่มาของ ส.ว. และการเพิ่มอำนาจประธานสภาฯ ในการส่งเรื่องตั้งผู้ไต่สวนอิสระตรวจสอบ ป.ป.ช. พร้อมเรียกร้องให้ประธานสภาฯ เปิดเผยรายชื่อคณะกรรมการกลั่นกรองและกรอบเวลาการพิจารณาเรื่องร้องเรียนที่ค้างอยู่
3. การจัดเสวนา “วิกฤตศรัทธาองค์กรอิสระ” โดยเชิญผู้ทรงคุณวุฒิ อาทิ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ นายวิชา มหาคุณ เข้าร่วมหาทางออกในการปฏิรูประบบตรวจสอบถ่วงดุล
เมื่อถามถึงการเตรียมการอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายอภิสิทธิ์ ยืนยันว่า พรรคประชาธิปัตย์ จะร่วมอภิปรายไม่ไว้วางใจกับพรรคร่วมฝ่ายค้านอย่างแน่นอน โดยแกนนำฝ่ายค้านจะมีการหารือร่วมกันในช่วงสิ้นเดือนนี้เพื่อจัดสรรเวลาและวางกรอบเนื้อหา ส่วนผลโพลที่ระบุว่ารัฐบาลอาจอยู่ได้ไม่นานจากปัญหาที่รุมเร้านั้น ตนมองว่า หน้าที่ของฝ่ายค้านคือการตรวจสอบ ข้อมูลความล้มเหลวหรือการทุจริตเป็นสิ่งที่ประชาชนต้องรับรู้ แม้เสียงในสภาอาจจะไม่ชนะ แต่ข้อมูลเหล่านี้จะเป็นแรงกดดันให้รัฐบาลต้องนำไปปรับปรุงการทำงาน เช่นเดียวกับกรณีโครงการแลนด์บริดจ์ที่ฝ่ายค้านเคยคัดค้านจนรัฐบาลต้องตั้งกรรมการขึ้นมาทบทวนในที่สุด




