ตร.ทางหลวง ตามจับรถสวมทะเบียน เจ้าของตัวจริงเดือดร้อนหนัก-หลังโดนใบสั่งหลายใบ ทั้งที่ไม่เคยไป อ้างที่สั่งทะเบียนปลอมมาใช้ เพื่อหนีไฟแนนซ์

25

วันที่ 22 ส.ค. พ.ต.อ.วิษณุ คำโนนม่วง ผกก.6 บก.ทล. และ พ.ต.ท.กฤตภาส สครรัมย์ สว.ส.ทล.2 กก.6 บก.ทล. ร่วมกันจับกุมนายณัฐวัตร (สงวนนามสกุล) อายุ 53 ปี ผู้ต้องหาตามข้อหา “ปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม” พร้อมของกลางรถเก๋งไฟฟ้า ยี่ห้อ MG รุ่น MG4 ELECTRIC สีเทา ติดแผ่นป้ายทะเบียน 4ขร 9xx8 กรุงเทพมหานคร จำนวน 2 แผ่น บริเวณด้านหน้าและด้านหลัง พร้อมป้ายแสดงการเสียภาษีที่ใช้หมายเลขทะเบียนเดียวกัน และแผ่นป้ายทะเบียนหมายเลข 5ขด 1xx6 กรุงเทพมหานคร อีก 2 แผ่น ซึ่งพบซุกซ่อนอยู่บริเวณกระโปรงหลังรถ ได้บริเวณทางหลวงหมายเลข 24 กม.113 หน้าสถานีอนามัยโคกแร่ ต.หนองโบสถ์ อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์

คดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อเดือน มิ.ย. 2569 น.ส.พรพรรณ ผู้เสียหายชาว จ.ปทุมธานี เข้าแจ้งความว่า รถยนต์เก๋งไฟฟ้า ยี่ห้อ MG สีเทา ทะเบียน 4ขร 9xx8 กทม. ซึ่งเป็นรถของตนเอง ถูกรถยนต์อีกคันนำทะเบียนไปสวมใช้ในการกระทำผิดกฎหมายจราจร จนมีใบสั่งส่งมาถึงเจ้าของรถหลายครั้ง ทั้งที่ผู้เสียหายไม่เคยเดินทางไปยังพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนใต้แต่อย่างใด ผู้เสียหายจึงเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.คลองหลวง ก่อนประสานตำรวจทางหลวงนครราชสีมา ซึ่งเป็นหน่วยที่ออกใบสั่งดังกล่าว เพื่อช่วยตรวจสอบติดตามรถต้องสงสัย

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงเร่งสืบสวนจนทราบว่ารถคันดังกล่าวกำลังเดินทางออกจากพื้นที่ อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ มุ่งหน้าเข้าสู่กรุงเทพฯ โดยใช้ทางหลวงหมายเลข 24 เจ้าหน้าที่จึงติดตามจนพบรถเป้าหมายบริเวณสี่แยกไฟแดงสระขุด ต.ทุ่งกระเต็น อ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์ ก่อนแสดงตัวเข้าตรวจสอบและจับกุม

จากการตรวจค้นพบว่ารถคันดังกล่าวติดแผ่นป้ายทะเบียน 4ขร 9xx8 กรุงเทพมหานคร ซึ่งตรงกับทะเบียนรถของผู้เสียหาย ขณะเดียวกันยังพบแผ่นป้ายทะเบียนอีกหมายเลข 5ขด 1xx6 กรุงเทพมหานคร จำนวน 2 แผ่น รวมถึงป้ายแสดงการเสียภาษีหมายเลขเดียวกับทะเบียนที่สวมติดอยู่กับรถ

จากการสอบสวน นายณัฐวัตรให้การว่า ตนได้สั่งซื้อแผ่นป้ายทะเบียนรถและป้ายแสดงการเสียภาษีผ่านช่องทางออนไลน์ โดยสาเหตุที่นำมาใช้เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาไม่มีงานทำและไม่มีเงินชำระค่างวดรถ จึงตัดสินใจนำวิธีดังกล่าวมาใช้เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้บริษัทไฟแนนซ์ติดตามมายึดรถคืน

จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป