ลุยตั้งแต่เช้า “เจเศรษฐ์” ขี่มอเตอร์ไซค์ ระดมเครื่องจักร-กำลังคน ฟื้นฟู “ปัว” นำรถน้ำล้างบ้านเรือน ลั่นสิ่งไหนทำได้ทำทันที ไม่ทิ้งประชาชน

15

น่าน 22 สิงหาคม 2569 — นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.3) ลงพื้นที่อำเภอปัว จังหวัดน่าน ตั้งแต่ช่วงเช้า เดินหน้าภารกิจฟื้นฟูพื้นที่หลังสถานการณ์น้ำลด โดยบูรณาการร่วมกับ กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ระดมกำลังเจ้าหน้าที่และเครื่องจักรเข้าช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วน

ภารกิจสำคัญในวันนี้ คือการเร่ง ทำความสะอาดและคืนสภาพพื้นที่หลังน้ำลด โดยนำรถบรรทุกและเครื่องจักรเข้าขนย้ายขยะ สิ่งปฏิกูล เศษวัสดุ และซากสิ่งของต่าง ๆ ที่ถูกน้ำพัดพามาทับถมออกจากชุมชน พร้อมนำรถฉีดน้ำเข้าทำความสะอาดถนน พื้นที่สาธารณะ และบ้านเรือนที่ได้รับผลกระทบ เพื่อลดภาระของประชาชนและให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว

ระหว่างลงพื้นที่ มท.3 กำชับเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า “สิ่งไหนทำได้ ให้ทำทันที ไม่ต้องรอ” โดยเฉพาะการทำความสะอาด การขนย้ายสิ่งกีดขวาง และการนำเครื่องจักรเข้าช่วยเหลือประชาชน ให้ใช้กำลังคนและทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด หากพื้นที่ใดขาดแคลนเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ ให้เร่งประสานหน่วยงานและพื้นที่ใกล้เคียงเข้ามาสนับสนุน เพื่อให้ภารกิจฟื้นฟูเดินหน้าอย่างต่อเนื่องและรวดเร็วที่สุด

สำหรับพื้นที่ดำเนินการในวันนี้ ครอบคลุม ตำบลศิลาแลง และตำบลวรนคร อำเภอปัว ซึ่งได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยเจ้าหน้าที่และเครื่องจักรเร่งเข้าดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ทั้งการขนย้ายสิ่งของที่มากับน้ำและการทำความสะอาดพื้นที่ เพื่อให้จุดสำคัญสามารถกลับมาใช้งานได้ตามปกติโดยเร็ว

ก่อนน้ำมา–เมื่อน้ำมา–น้ำลด” กรมโยธาฯ เตรียมพร้อมทุกจังหวัด

ด้าน นายพงษ์นรา เย็นยิ่ง อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง ได้กำชับสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัด (สยผจ.) ทุกจังหวัด ให้ดำเนินการตามข้อสั่งการของ มท.3 อย่างเคร่งครัด พร้อมบูรณาการร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมพร้อมรับมือฝนตกหนักและอุทกภัยในพื้นที่

“ก่อนน้ำมา” ให้ทุกจังหวัดตรวจสอบความพร้อมของ คันป้องกันน้ำท่วมและสถานีสูบน้ำของกรมฯ ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน พร้อมรายงานและประสานผู้ว่าราชการจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้สามารถบริหารจัดการสถานการณ์และช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ ให้ สยผจ. ลงพื้นที่ตรวจสอบโครงการก่อสร้างของกรมฯ เพื่อไม่ให้สิ่งก่อสร้างหรือวัสดุจากโครงการกีดขวางทางน้ำและทางระบายน้ำ พร้อมประสานผู้รับจ้างในพื้นที่เตรียมเครื่องจักรที่จำเป็น อาทิ รถบรรทุกน้ำ รถบรรทุก และรถตักล้อยาง รวมทั้งจัดทำบัญชีเครื่องจักรที่พร้อมสนับสนุนภารกิจของแต่ละจังหวัดไว้ล่วงหน้า

“เมื่อน้ำมา” ให้ทุกจังหวัดเตรียมกำลังคนและทรัพยากรเข้าช่วยเหลือทันที โดยเฉพาะการระดมเครื่องจักรจากผู้รับจ้างในพื้นที่ และใช้บัญชีเครื่องจักรที่จัดเตรียมไว้เป็นฐานในการบริหารจัดการ หากจังหวัดใดมีเครื่องจักรไม่เพียงพอ สามารถประสานกรมโยธาธิการและผังเมือง เพื่อสนับสนุนเครื่องจักรจากจังหวัดใกล้เคียงเข้าช่วยเหลือได้ทันที

ส่วน “เมื่อน้ำลด” ให้เร่งนำเครื่องจักรเข้าพื้นที่ทันที เพื่อทำความสะอาด ขนย้ายขยะ ดินโคลน สิ่งปฏิกูล และสิ่งกีดขวางต่าง ๆ พร้อมสนับสนุนการสำรวจความเสียหายของบ้านเรือนและอาคาร เพื่อให้การช่วยเหลือและฟื้นฟูประชาชนสามารถเดินหน้าได้โดยเร็ว

มท.3 กล่าวว่า วันนี้คือ “วันฟื้นฟู” หลังจากทุกฝ่ายร่วมกันรับมือสถานการณ์น้ำท่วมมาแล้ว ภารกิจต่อจากนี้คือการเร่งคืนพื้นที่ให้ประชาชน โดยเฉพาะการจัดการขยะ ดินโคลน สิ่งปฏิกูล และสิ่งของต่าง ๆ ที่มากับน้ำ ซึ่งต้องใช้ทั้งกำลังคนและเครื่องจักรเข้าดำเนินการอย่างรวดเร็ว

“น้ำลด ไม่ได้แปลว่างานจบ วันนี้เราลุยกันต่อ งานฟื้นฟูต้องเริ่มทันที อะไรที่ทำได้ให้ทำเลย ไม่ต้องรอ เพื่อให้พี่น้องประชาชนกลับบ้าน กลับมาใช้ชีวิต และกลับมาประกอบอาชีพได้เร็วที่สุด” มท.3 กล่าว

ทั้งนี้ มท.3 ยังกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ทำงานร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด สำรวจจุดที่ได้รับผลกระทบ และเร่งจัดสรรเครื่องจักร รถบรรทุก และอุปกรณ์ที่จำเป็นให้เพียงพอต่อการฟื้นฟู พร้อมย้ำให้ ทุกเรื่องที่สามารถทำได้ให้ดำเนินการทันที เพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงประชาชนอย่างรวดเร็วและทั่วถึง