“วันนอร์” วอน กมธ.งบฯเติม 600 ล้าน กองทุนอดีต สส. ชี้บางรายไร้เงินรักษา–ถูกไล่ห้องเช่า

10

วันนอร์” วอน กมธ.งบฯ เติมเงินกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา ยกกรณีอดีต สส.ไม่มีเงินจ่ายค่ารักษา ถูกไล่ออกจากห้องเช่า ชี้ต้องใช้งบปีละ 600–700 ล้านบาท ด้าน “ชาดา” หนุน ย้ำอดีตนักการเมืองไม่ได้ร่ำรวยทุกคน

วันที่ 21 ส.ค.ที่รัฐสภา ในการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ซึ่งมีนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะรองประธาน กมธ.คนที่สอง ทำหน้าที่ประธาน ที่ประชุมได้พิจารณารายงานการแปรญัตติเพิ่มและเปลี่ยนแปลงงบประมาณ

ช่วงหนึ่ง นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา กรรมาธิการ อภิปรายถึงงบกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา ซึ่งถูกปรับลดและตัดออกทั้งหมด ทั้งที่เป็นกองทุนที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย โดยขอให้จัดสรรงบเพิ่มเติมประมาณ 600 ล้านบาท เพื่อให้กองทุนสามารถจ่ายสวัสดิการแก่อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและอดีตสมาชิกวุฒิสภาได้อย่างต่อเนื่อง

นายวันมูหะมัดนอร์ยกกรณีอดีต สส.รายหนึ่ง ซึ่งปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว เคยโทรศัพท์มาขอเงินประมาณ 5,000 บาท เพื่อจ่ายค่ารักษาพยาบาลก่อนออกจากโรงพยาบาล แต่ไม่สามารถให้โอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัวได้ เพราะเงินจะถูกเจ้าหนี้ยึดทั้งหมด รวมถึงมีอดีต สส.บางรายถูกไล่ออกจากห้องเช่า เนื่องจากไม่มีเงินจ่ายค่าเช่า และไม่ต้องการพึ่งพาลูกเพราะต้องการรักษาศักดิ์ศรี

อดีต สส.ไม่ได้รวยทุกคน มีผู้มาขอรับเงินจากกองทุนประมาณ 1,800 คน ส่วนที่ไม่ขอรับมี 458 คน แต่ละปีต้องใช้งบประมาณ 600–700 ล้านบาท ที่ผ่านมาขอไว้ 200 ล้านบาท ซึ่งไม่เพียงพอ หลังเดือนมิถุนายน 2569 ก็ไม่มีเงินจ่าย ต้องรอตกเบิกจากงบประมาณปี 2570 หากไม่จัดสรรให้ถือว่าไม่เป็นธรรม” นายวันมูหะมัดนอร์กล่าว

นายวันมูหะมัดนอร์ระบุด้วยว่า แม้พ้นตำแหน่งแล้ว แต่อดีต สส.ยังมีประชาชนมาขอความช่วยเหลือและต้องทำงานในพื้นที่ พร้อมยกตัวอย่างประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชาและลาว ซึ่งยังจัดสวัสดิการให้แก่อดีตสมาชิกสภา หากรัฐสภาตัดงบกองทุนทั้งหมด อาจส่งผลกระทบต่อการบริหารกองทุนที่มีประธานรัฐสภาเป็นประธาน

ด้านนายภราดรกล่าวว่า ประเด็นดังกล่าวถือเป็นข้อสังเกตที่จะนำไปหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมวิจารณ์นักการเมืองบางรายที่โจมตีสวัสดิการดังกล่าวเพื่อเรียกกระแสสังคม ทั้งที่ตนเองก็รับเงินจากกองทุนเมื่อพ้นตำแหน่งเช่นกัน

ขณะที่นายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย สนับสนุนข้อเสนอ โดยระบุว่า สภาพทางการเงินของ สส.แต่ละคนไม่เหมือนกัน และอดีต สส.ไม่ได้ร่ำรวยทุกคน สังคมจึงควรเปิดโอกาสและเห็นใจผู้ที่เคยทำงานเพื่อประชาชน แต่ปัจจุบันมีฐานะยากจน