Home กองทัพ-ความมั่นคง สามสมอสมาคมเชิดชู 8 ศิษย์เก่าโรงเรียนนายเรือ ผู้สร้างคุณประโยชน์แก่กองทัพเรือ สังคม และประเทศชาติ ประจำปี 2569

สามสมอสมาคมเชิดชู 8 ศิษย์เก่าโรงเรียนนายเรือ ผู้สร้างคุณประโยชน์แก่กองทัพเรือ สังคม และประเทศชาติ ประจำปี 2569

24

พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า สามสมอสมาคมได้ประกาศผลการคัดเลือกศิษย์เก่าโรงเรียนนายเรือ เพื่อรับรางวัลเชิดชูเกียรติสามสมอสมาคม ประจำปี 2569 จำนวน 8 นาย โดยพิจารณาจากความสำเร็จในการปฏิบัติหน้าที่ ตลอดจนผลงานและคุณประโยชน์ที่สร้างไว้แก่กองทัพเรือ สังคม และประเทศชาติ สามสมอสมาคมก่อตั้งขึ้นเพื่อเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงผู้ที่เคยศึกษาในโรงเรียนนายเรือ ให้มีโอกาสพบปะ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมและประเทศ ตลอดจนร่วมสนับสนุนการพัฒนาโรงเรียนนายเรือให้มีความก้าวหน้าและเป็นที่ยอมรับในสังคม โดยมีผู้บัญชาการทหารเรือดำรงตำแหน่งนายกสามสมอสมาคมโดยตำแหน่ง

สำหรับรางวัลเชิดชูเกียรติสามสมอสมาคม จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมและเผยแพร่เกียรติคุณของโรงเรียนนายเรือและศิษย์เก่าโรงเรียนนายเรือ โดยคัดเลือกผู้ที่มีผลงานเป็นประโยชน์ต่อกองทัพเรือ สังคม และประเทศชาติ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความทุ่มเท เสียสละ และมีความประพฤติดีเป็นที่ยอมรับ เพื่อจารึกชื่อไว้ในหอเกียรติยศ และเป็นแบบอย่างแก่นักเรียนนายเรือรุ่นต่อไป

ผู้ได้รับรางวัลประจำปี 2569 ประกอบด้วย

  1. ประเภทผู้ประสบความสำเร็จในหน้าที่ราชการ จำนวน 2 นาย

พลเรือเอก ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ นักเรียนนายเรือรุ่นที่ 81 ผู้บัญชาการทหารเรือ ลำดับที่ 59 เป็นผู้มีความรู้ความสามารถ มีวิสัยทัศน์ และปฏิบัติหน้าที่ด้วยความวิริยะอุตสาหะและซื่อสัตย์สุจริตตลอดชีวิตรับราชการ โดยมีผลงานสำคัญหลายประการ ได้แก่ การปรับปรุงโครงสร้างกองทัพเรือให้มีความกะทัดรัดและมีประสิทธิภาพ เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมในปัจจุบัน โดยลดกำลังพลในส่วนสนับสนุน พร้อมปรับสัดส่วนกำลังพลและทรัพยากรให้สอดคล้องกับภารกิจและสถานการณ์ด้านความมั่นคง

นอกจากนี้ ยังผลักดันการปรับโฉมกองทัพเรือสู่ความทันสมัย โดยนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ โดยเฉพาะยานไร้คนขับ มาเพิ่มขีดความสามารถในการปฏิบัติการ มุ่งพัฒนาสู่กองทัพเรือที่ใช้ระบบไร้คนขับ หรือ Unmanned Navy รวมทั้งมีแนวคิดพัฒนาเรือหลวงจักรีนฤเบศรให้เป็นฐานปฏิบัติการของยานไร้คนขับ หรือ UXV ควบคู่กับการเร่งรัดซ่อมบำรุงเรือและยุทโธปกรณ์ เพื่อฟื้นฟูความพร้อมรบและทำให้กำลังทางเรือสามารถตอบสนองต่อภารกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเมื่อเข้ารับตำแหน่งได้ประกาศให้ พ.ศ. 2569 เป็น “ปีแห่งความพร้อมรบของกองทัพเรือ”

ในด้านการศึกษา ได้กำหนดนโยบายปรับปรุงอาคารสถานที่ของโรงเรียนนายเรือ และการจัดสร้างพิพิธภัณฑ์ภายในอาคาร เพื่ออนุรักษ์ประวัติศาสตร์ ถ่ายทอดเกียรติภูมิของกองทัพเรือ และพัฒนาโรงเรียนนายเรือให้เป็นสถาบันผลิตนายทหารเรือที่ทันสมัย พร้อมสร้างกำลังพลสำหรับกองทัพเรือแห่งอนาคต อันนำไปสู่เป้าหมายการเป็นกองทัพเรือที่มีความพร้อมรบ และเป็นที่เชื่อมั่นและภาคภูมิใจของประชาชน

พลเรือเอก วีระศักดิ์ อ๊อกกังวาล นักเรียนนายเรือรุ่นที่ 68 ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการสำนักงานราชองครักษ์ประจำพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ นับเป็นศิษย์เก่าโรงเรียนนายเรือที่สร้างเกียรติประวัติสูงสุดในสายงานราชองครักษ์และการถวายความปลอดภัย เป็นสุภาพบุรุษทหารเรือผู้มีอุดมการณ์ เสียสละเพื่อส่วนรวม และยึดมั่นในความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 40 ปี

  1. ประเภทผู้ทำคุณประโยชน์แก่สังคม กองทัพ และประเทศชาติ

สาขาเสริมสร้างความมั่นคงของชาติทางทะเล

พลเรือเอก ภราดร พวงแก้ว นักเรียนนายเรือรุ่นที่ 74 อดีตประธานคณะที่ปรึกษากองทัพเรือ มีผลงานสำคัญในการนำเรือหลวงจักรีนฤเบศรเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยสึนามิฝั่งอันดามัน และในฐานะผู้บังคับหน่วยเรือปราบปรามโจรสลัด ได้นำกำลังเดินทางไปร่วมปฏิบัติหน้าที่กับกองกำลังผสมนานาชาติ CTF 151 ในอ่าวเอเดน ชายฝั่งโซมาเลีย และพื้นที่ใกล้เคียง สร้างบทบาทและเกียรติภูมิของกองทัพเรือไทยในเวทีนานาชาติ

นอกจากนี้ ยังมีบทบาทสำคัญในการผลักดันพระราชบัญญัติการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล พ.ศ. 2562 และการจัดตั้งศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล หรือ ศรชล. เพื่อเป็นกลไกบูรณาการการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล และเสริมสร้างความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนของประเทศ

สาขาการทหารเรือ

พลเรือเอก เขมวันต์ สงคราม นักเรียนนายเรือรุ่นที่ 70 นายทหารปฏิบัติการพิเศษ สำนักงานราชองครักษ์ประจำพระองค์ มีประวัติการรบอย่างโดดเด่น จากการนำกำลังเข้าตีฐานปฏิบัติการของผู้ก่อการร้ายในพื้นที่กรุงชิง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยเฉพาะวีรกรรมในยุทธการบ้านชำราก จังหวัดตราด ซึ่งสามารถเข้ายึดพื้นที่คืนจากกองกำลังต่างชาติได้สำเร็จ สร้างความเชื่อมั่นและขวัญกำลังใจให้แก่ประชาชนในพื้นที่ชายแดนมาอย่างยาวนาน

สาขาส่งเสริมและสนับสนุนกิจการทหารเรือ

พลเรือเอก ช่อฉัตร กระเทศ นักเรียนนายเรือรุ่นที่ 76 มีผลงานโดดเด่นในการปฏิบัติการทางเรือ โดยนำเรือหลวงหาญหักศัตรูเข้าปะทะเรือประมงติดอาวุธและจับกุมโจรสลัดที่รุกล้ำน่านน้ำไทยได้ 15 นาย รวมทั้งเป็นหัวหน้าชุดผู้ควบคุมขบวนพยุหยาตราทางชลมารคแสดงโคมในงานเอเปค พ.ศ. 2546 ซึ่งเป็นการปฏิบัติในเวลากลางคืนเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวของกองทัพเรือ

อีกทั้งเป็นผู้แปลบรรณสารทางยุทธวิธีขององค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือ NATO ในชุด Allied Tactical Publication: ATP ซึ่งกองทัพเรือใช้มาจนถึงปัจจุบัน ตลอดจนมีผลงานวิจัยทางทะเล โดยค้นพบหอยสายพันธุ์ใหม่ของโลกจำนวน 7 ชนิด และได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านเปลือกหอย

ด้านการพัฒนาสังคม

พลเรือเอก พิเชฐ ตานะเศรษฐ นักเรียนนายเรือรุ่นที่ 75 มีบทบาทสำคัญในการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม หรือ IUU Fishing จนประเทศไทยได้รับการปลดใบเหลืองจากสหภาพยุโรป อีกทั้งมีผลงานด้านการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC และการสร้างอ่างเก็บน้ำแม่ตาช้าง เพื่อบรรเทาปัญหาภัยแล้งที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนมายาวนานกว่า 30 ปี

ด้านการบริหาร

พลเรือเอก ชุมศักดิ์ นาควิจิตร นักเรียนนายเรือรุ่นที่ 78 เป็นผู้จัดตั้งโครงการศูนย์รักษาความปลอดภัยทางทะเล กองทัพเรือฝั่งอันดามัน ภายหลังเหตุการณ์สึนามิ นอกจากนี้ ยังได้จัดทำอุทยานประวัติศาสตร์เรือของพ่อ “เรือ ต.99” บริเวณอ่าวดงตาล ด้วยความร่วมมือร่วมใจจากผู้มีจิตศรัทธา โดยมิได้ใช้งบประมาณของกองทัพเรือ ให้เป็นแหล่งเรียนรู้สำคัญที่แสดงถึงความจงรักภักดีและสืบสานประวัติศาสตร์ราชนาวีไทย

ด้านการวิจัย

พลเรือตรี เกรียงไกร เพชรประไพ นักเรียนนายเรือรุ่นที่ 83 เป็นผู้พัฒนาระบบสารสนเทศการส่งกำลังบำรุงรวม หรือ Integrated Logistics Support Information Technology: ILS-IT สำหรับเรือของกองทัพเรือ ช่วยให้กองทัพเรือสามารถพึ่งพาตนเอง ลดการนำเข้าซอฟต์แวร์จากต่างประเทศ และประหยัดงบประมาณของชาติได้อย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ ได้มอบสิทธิในระบบให้แก่กองทัพเรืออย่างเป็นทางการ ทำให้กองทัพเรือมีอำนาจเต็มในการบริหารจัดการ พัฒนาต่อยอด และนำไปติดตั้งใช้งานกับโครงการเรือต่าง ๆ ในอนาคตโดยไม่ต้องพึ่งพาบริษัทภายนอก ซึ่งสามารถลดภาระด้านงบประมาณได้เป็นจำนวนมาก

โฆษกกองทัพเรือกล่าวว่า ผู้ได้รับรางวัลทั้ง 8 นาย ล้วนมีผลงานโดดเด่นเป็นที่ประจักษ์ในหลากหลายมิติ ทั้งการบังคับบัญชา การถวายความปลอดภัย การปฏิรูปและพัฒนากองทัพเรือ การปฏิบัติการทางทหาร การรักษาความมั่นคงและผลประโยชน์ของชาติทางทะเล การพัฒนาสังคม และการวิจัยเทคโนโลยีเพื่อการพึ่งพาตนเอง ผลงานเหล่านี้สะท้อนถึงความรู้ ความสามารถ ความเสียสละ และอุดมการณ์ของศิษย์เก่าโรงเรียนนายเรือในการนำประสบการณ์จากการรับราชการมาสร้างประโยชน์แก่ส่วนรวม

กองทัพเรือขอแสดงความยินดีและชื่นชมผู้ได้รับรางวัลทุกท่าน ซึ่งนอกจากจะเป็นเกียรติประวัติของผู้ได้รับรางวัลแล้ว ยังเป็นความภาคภูมิใจของโรงเรียนนายเรือและกองทัพเรือ ตลอดจนเป็นแบบอย่างและแรงบันดาลใจแก่นักเรียนนายเรือและกำลังพลรุ่นต่อไป ให้ยึดมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ เสียสละ และถือประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ

สำนักงานโฆษกกองทัพเรือ
21 สิงหาคม 2569