Home อุบัติเหตุ-ภัยพิบัติ “สุริยะ” สั่งระดมเครื่องจักรเร่งฟื้นฟู-เคลียร์เส้นทาง หลังพื้นที่ อ.ปัว จ.น่าน น้ำทยอยลด

“สุริยะ” สั่งระดมเครื่องจักรเร่งฟื้นฟู-เคลียร์เส้นทาง หลังพื้นที่ อ.ปัว จ.น่าน น้ำทยอยลด

13

วันที่ 20 ส.ค. 69 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะ ลงพื้นที่จังหวัดน่าน ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมและการบริหารจัดการน้ำ หลังฝนตกหนักต่อเนื่อง ส่งผลให้หลายพื้นที่เกิดน้ำป่าไหลหลากและน้ำเอ่อล้นตลิ่ง โดยมีนายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน นายนพดล น้อยไพโรจน์ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 2 และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมรายงานสถานการณ์

นายสุริยะ กล่าวว่าพื้นที่ อำเภอปัวเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนัก โดยขณะนี้ระดับน้ำทยอยลดลง แต่หลายพื้นที่ยังมีโคลนจากน้ำท่วมสะสม จึงสั่งกรมชลประทานระดมรถบรรทุกน้ำ 26 คัน พร้อมเครื่องจักรกลเข้าช่วยทำความสะอาด ฟื้นฟูพื้นที่และเคลียร์เส้นทาง เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาสัญจรได้โดยเร็ว

ขณะเดียวกัน กรมชลประทานได้ระดมเครื่องสูบน้ำเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมขังทั้งนี้จากการลงพื้นที่พบว่า โคลนจากน้ำท่วมเข้าปกคลุมหลายจุด รวมถึงไหลลงไปในบ่อน้ำของประชาชน จึงให้เร่งฉีดล้างโคลนและฟื้นฟูพื้นที่เป็นอันดับแรก

โดยนายสุริยะและคณะ ได้ลงพื้นที่บริเวณวัดบ้านปง หมู่ 2 ตำบลเจดีย์ชัย อำเภอปัว เยี่ยมประชาชนที่ได้รับผลกระทบ พร้อมมอบถุงยังชีพ 100 ชุด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นนอกจากนีัยังสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสำรวจความเสียหายทันที เพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบราชการโดยเร็ว บรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม

ด้านนายวิทยา กล่าวว่า กรมชลประทานได้ระดมเครื่องสูบน้ำเพื่อเร่งสูบและระบายน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วม พร้อมให้เจ้าหน้าที่ติดตามระดับน้ำอย่างใกล้ชิด และแจ้งข้อมูลแก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยลดความเสียหายต่อบ้านเรือน พื้นที่ทำกิน พื้นที่เศรษฐกิจ และทรัพย์สินของประชาชนส่วนอำเภอภูเพียงได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมเช่นกัน โดยกระทรวงมหาดไทยประสานขอรับการสนับสนุนด้านอาหาร

นายสุริยะ จึงสั่งให้กรมชลประทานตั้งครัวประกอบอาหารแจกจ่ายให้ประชาชนในพื้นที่ตามการประสานของจังหวัดขณะที่ปริมาตรน้ำสูงสุดผ่านเขตเมืองน่านแล้วเมื่อคืนที่ผ่านมา โดยน้ำในแม่น้ำน่านจะไหลลงไปยังอำเภอเวียงสา ก่อนเข้าสู่อ่างเก็บน้ำเขื่อนสิริกิติ์ ปัจจุบันมีปริมาณน้ำประมาณร้อยละ 65 ของความจุอ่าง และยังมีพื้นที่รองรับน้ำได้อีกประมาณร้อยละ 35 ของความจุอ่าง อย่างไรก็ตาม แม้ปริมาตรน้ำสูงสุดจะผ่านเขตเมืองน่านแล้ว แต่อำเภอเมืองน่านยังต้องเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นพื้นที่ชุมชนและเขตเศรษฐกิจสำคัญ

โดยช่วงบ่ายนายสุริยะมีกำหนดลงพื้นที่บริเวณสถานีวัดน้ำ N.1 เพื่อติดตามระดับน้ำในแม่น้ำน่านและการบริหารจัดการน้ำที่จะไหลลงสู่พื้นที่ตอนล่าง

ขณะเดียวกัน กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า ภาคเหนือยังมีฝนต่อเนื่องถึงวันที่ 21 สิงหาคม แม้ปริมาณฝนมีแนวโน้มลดลงหลังจากนั้น จึงยังต้องติดตามฝนตกสะสมและสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด โดยนายสุริยะกำชับให้เจ้าหน้าที่แจ้งข้อมูลและประกาศเตือนประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้พื้นที่เสี่ยงเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ที่อาจเปลี่ยนแปลงได้