ถ้าดูตามไทม์ไลน์ของกฎคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ(ก.ตร.)ว่าด้วยการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ระดับรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(รองผบ.ตร.)-ผู้บังคับการ(ผบก.)ต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 สิงหาคม

หากไม่มีปัจจัยอะไรเข้ามายุ่งเหยิงกับการพิจารณาบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายนายพลตำรวจ ตามไทม์ไลน์ วันที่ 21 สิงหาคม พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร ผบ.ตร.ในฐานะประธานคณะกรรมการพิจารณาแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับตร.(บอร์ดกลั่นกรอง)จะนัดประชุมบอร์ดกลั่นกรอง มีรอง ผบ.ตร.จเรตำรวจแห่งชาติ และผู้แทนสำนักงาน ก.พ. เป็นกรรมการ จากนั้นจะนำเข้าสู่ที่ประชุม ก.ตร.เพื่อพิจารณาลงมติ
โดยมีตำแหน่งนายพลตำรวจตั้งแต่ระดับ รองผบ.ตร.-ผบก.ว่าง 159 ตำแหน่ง รอง ผบ.ตร. 3 ตำแหน่ง ผู้ช่วย ผบ.ตร.ว่า 6 ตำแหน่ง ผู้บัญชาการ(ผบช.)ว่าง 19 ตำแหน่ง รอง ผบช.ว่าง 41 ตำแหน่งและ ผบก.ว่าง 90 ตำแหน่ง ทำให้รอง ผบก.ขยับติดยศ พล.ต.ต. 159 นาย
ในการพิจารณาบัญชีแต่งตั้งฯเชื่อว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ คงให้เกียรติพล.ต.อ.สำราญ นวลมา ว่าที่ผบ.ตร.มีบทบาทสำคัญในฐานะผู้กุมบังเหียนที่รับไม้ต่อจาก พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมเป็นต้นไป ส่วนจะนั่งยาวครบ 7 ปีหรือไม่ต้องรอลุ้นในแต่ละปี แต่การจัดทัพสีกากีครั้งนี้ทั้ง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐและพล.ต.อ.สำราญ ควรนำสถานการณ์ด้านอาชญากรรมมาปัจจัยหลักในคัดเลือกบุคคลให้เหมาะสมกับตำแหน่งที่รับผิดชอบ เนื่องจากการก่ออาชญากรรมของอาชญากรมีแนวโน้มซับซ้อนมากขึ้น รวมถึงอาชญากรรมทั่วๆไปอาทิ ลัก วิ่ง ชิง ปล้น และการแพร่ระบาดของยาเสพติด มีแนวโน้มที่สูงขึ้นเช่นกัน
สำหรับโผแต่งตั้ง”ประดู่แดง”ไม่ขอลงรายละเอียดรายชื่อตัวเต็ง รวมถึงนักวิ่งเต้นที่มีตั๋วฝากจากบรรดานักการเมืองและอินฟูเอนเซอร์ เพราะสื่อหลายสำนักนำเสนอแบบทะลุปรุโปร่งแล้ว
แต่อยากเห็นการพิจารณาของบอร์ดกลั่นกรองและก.ตร.นอกจากยึดกฎกติกาแล้วต้องเน้นถึงศักยภาพ ฝีมือ ผลงาน มาเป็นองค์ประกอบแล้วพิจารณาให้ลงตำแหน่งที่เหมาะสม ที่สามารถบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้กับประชาชนได้อย่างแท้จริง โดยเฉพาะตำแหน่ง ผบช.หลัก ผบก.ภ.จว. ผบก.น.1-9 และผบก.รับผิดชอบเกี่ยวกับอาชญากรรมพิเศษ อาทิ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ สแกมเมอร์ ทุนเทา และค้ามนุษย์ เป็นต้น
รวมถึงอยากเห็น กลุ่มที่กุมอำนาจ รัฐมนตรี แกนนำพรรคร่วมรัฐบาล ผู้บริหารตร.และกลุ่มผู้มีอิทธิพลในวงการต่างๆ หากจะฝากหรือออกตั๋วฝากให้กับตำรวจนายไหน ควรพิจารณาว่ามีศักยภาพเพื่อที่จะช่วยบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้กับประชาชนได้จริง ซึ่งปัญหาการฝากแบบไม่ได้ประเมินศักยภาพ แต่ฝากเพราะรับใช้ใกล้ชิดมีปัจจัยและผลประโยชน์คอยเกื้อหนุน ผลเสียนอกจากจะตกกับประชาชนแล้ว ยังสร้างภาระและความลำบากใจให้กับผู้บังคับบัญชาที่มุ่งมั่นในการปราบปรามอาชญากรรมอีกด้วย
ปรากฏการณ์ดังกล่าวมีนายตำรวจมีผลงานเป็นที่ประจักษ์เคยสะท้อนผ่านสื่อและวงสัมมนาต่างๆหวังสื่อสารไปถึงผู้บริหาร ตร.และรัฐบาล ให้แก้ไข อย่างกรณีการปราบปรามพวกทุนเทา มีเสียงสะท้อนจาก พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวผ่านรายการแต้มต่อ สเปเชียลว่า”การที่จะเอาตำรวจไปปราบปรามอาชญากรรมทุนเทา ต้องคัดคนที่มีความรู้ ความสามารถ ไม่ใช่เอาคนที่ทำงานไม่ได้ แต่ว่าโปรไฟล์เลิศหรู พูดง่ายๆว่ามีผู้ใหญ่ฝากมา ประเทศเราจะเสียหาย”
ทาง ผู้บริหาร ตร. นายกรัฐมนตรีและ ก.ตร.ควรรับฟังแล้วนำไปใช้เป็นแนวทางในการพิจารณาแต่งตั้งอย่างยิ่ง เพราะเป็นเสียงสะท้อนจากผู้ปฏิบัติจริง มีผลงานเชิงประจักษ์ที่คนในสังคมต่างสัมผัสได้
ดังนั้นในการจัดบัญชีโยกย้ายที่กำลังจะเกิดขึ้นพล.ต.อ.กิตติ์รัฐและพล.ต.อ.สำราญ ควรนำเสียงสะท้อนนี้เป็นปัจจัยหนึ่งในการพิจารณาโผแต่งตั้งโยกย้ายด้วย โดยเฉพาะระดับผบก.ที่คุมพื้นที่และ ผบก.ที่สืบสวนสอบสวนคดีพิเศษต่างๆ ถ้าทำได้เชื่อว่าจะรับมือกับอาชญากรรมได้อย่างแน่นอน และเชื่อว่าทั้งพล.ต.อ.กิตติ์รัฐและพล.ต.อ.สำราญ ย่อมรู้โปรไฟล์ของบรรดาแคนดิเดตตำแหน่งต่างๆดีอยู่แล้วว่าใครจริง ใครปลอม ใครมือหนัก และใครไร้ฝีมือแต่ถนัดวิ่งเต้น
แต่ถ้า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐและพล.ต.อ.สำราญ จัดทำโผแบบตามใจตั๋ว เน้นเครือข่าย และเพื่อนร่วมรุ่น ขอทำนายเลยว่าประชาชนต้องเจอกับภัยอาชญากรรมที่สาหัสขึ้นกว่าเดิมแน่นอน !!!
-ประดู่แดง-

