“สิริพงศ์” ลงพื้นที่ปทุมธานี เช็กความคืบหน้าการแก้ปัญหาจราจร – ขยายถนน – เร่งแก้ไฟส่องสว่าง ปรับสายรถเมล์ เพิ่มfeeder เชื่อมโยงการเดินทางสายสีแดง

11

วันนี้ (17 ก.ค. 69) นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วย นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายธนชัย สินธุไพร ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการคมนาคม นายคชศักดิ์ ศิริรัตน์มานะวงศ์ ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายเสกสม อัครพันธุ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม และผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่จังหวัดปทุมธานี เพื่อติดตามความคืบหน้าโครงการก่อสร้างทางต่างระดับบริเวณจุดตัดระหว่างถนนทางหลวงชนบท สาย ปท. 4001 กับทางหลวงหมายเลข 352 และรับฟังข้อเสนอแนะ ปัญหา อุปสรรค จากนายพิษณุ พลธี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นางสาวพรพิมล ธรรมสาร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้นำชุมชน และประชาชนในพื้นที่ ณ โรงเรียนหนองเสือวิทยาคม อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ เปิดเผยหลังลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าโครงการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมขนส่งในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี ว่า กระทรวงคมนาคมวางเป้าหมายพัฒนาจังหวัดปทุมธานีให้เป็น “Satellite Town” หรือเมืองที่รองรับการอยู่อาศัยและการเดินทางเข้าสู่พื้นที่เศรษฐกิจชั้นใน แม้ปัจจุบันจะมีระบบรถไฟฟ้าสายสีแดงให้บริการแล้ว แต่ยังต้องเร่งเติมเต็มโครงสร้างพื้นฐานให้ครอบคลุม โดยเน้นย้ำการปรับเปลี่ยนแนวทางจากการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า มาเป็นการวางระบบในภาพรวมอย่างยั่งยืนตามแผนงบประมาณที่เหมาะสม

นายสิริพงศ์ กล่าวต่อว่า จากการลงพื้นที่ได้เห็นความก้าวหน้าของหลายหน่วยงานในการแก้ไขปัญหาจุดเสี่ยงต่าง ๆ อาทิ บริเวณสะพานกลับรถใกล้กับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมได้นำข้อเสนอจากการลงพื้นที่ไปกำหนดเป็นนโยบายเชิงรุกเพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์พื้นที่ใต้ทางยกระดับและทางโค้งวนลง โดยกำชับให้ดำเนินการเทคอนกรีตทั้งหมด เพื่อป้องกันปัญหาพื้นที่รกร้าง หญ้าขึ้นสูง และการนำขยะหรือศาลพระภูมิเก่ามาทิ้ง จนกลายเป็นแหล่งเสื่อมโทรมในลักษณะเดียวกับหลายพื้นที่ในเขตปริมณฑล

ขณะเดียวกันได้เร่งรัด กรมทางหลวงชนบท (ทช.) ในการแก้ไขปัญหาจราจรหนาแน่นและลดอุบัติเหตุ บริเวณจุดตัดบนถนน ทช. สาย ปท.4001 กับ ทล. 352 รวมระยะทางกว่า 4.8 กม. โดยก่อสร้างสะพานข้ามจุดตัดความยาว 380 เมตร (2 ช่องจราจร) และงานขยายผิวจราจรสะพานข้ามคลอง 7 เดิม และงานขยายผิวจราจรสะพานข้ามคลองแอลระหว่างคลอง 6 และคลอง7 จาก 2 ช่องจราจร เป็น 4 ช่องจราจร พร้อมทั้งขยายความกว้างผิวจราจร ทช. ปท.4001 จาก 8 เมตร เป็น 12 เมตร

นอกจากนี้ ได้ติดตามความคืบหน้าโครงการก่อสร้างขยายทางหลวงหมายเลข 352 จาก 4 ช่องจราจร เป็น 6 ช่องจราจร ระยะทาง 13.5 กม. และการขยายทางหลวงหมายเลข 3312 จาก 4 ช่องจราจร เป็น 6 ช่องจราจร ระยะทาง 20.35 กม. พร้อมนำระบบควบคุมสัญญาณไฟจราจรอัตโนมัติ (Adaptive Link) มาใช้บริเวณแยกนิมิตรใหม่และแยกตัด ปท.3004 รวมถึงการแก้ไขจุดเสี่ยงบน ทล.3214 บริเวณประตูทางออกมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ประตูรังสิต 1 และ 2) โดยปรับปรุงช่องจราจร ก่อสร้างสะพานกลับรถจักรยานยนต์พร้อมทางคนเดินข้าม และติดตั้งสัญญาณไฟจราจรบริเวณประตูเชียงราก 1 และประตูรังสิต 2

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวเพิ่มเติม ได้มอบหมายให้ กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ร่วมกับเทศบาล ศึกษาแนวทางการปรับเส้นทางและตารางเวลาเดินรถโดยสารประจำทาง ให้เหมาะสมกับความต้องการของประชาชน และจัดทำระบบรถเชื่อมต่อ (Feeder) แก้ไขจุดอับการเดินทางที่ไม่ครอบคลุม เพื่อเตรียมพร้อมในการรองรับการเติบโตและประชากรที่จะเพิ่มขึ้น จากการขยายโครงข่ายรถไฟความเร็วสูงและรถไฟฟ้าสายสีแดง

ทั้งนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานในสังกัดเร่งรัดดำเนินงานตามแผนงานอย่างใกล้ชิด พร้อมบูรณาการการทำงานร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและทุกภาคส่วนในพื้นที่ เพื่อให้การพัฒนาระบบขนส่งและโครงข่ายคมนาคมในจังหวัดปทุมธานีมีความสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย และสามารถตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด