กรุงเทพฯ, 17 สิงหาคม 2569 — คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประกอบด้วย สมาคมธนาคารไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ร่วมกับกระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และธนาคารโลก ประกาศความพร้อมจัดงานประชุมระดับผู้นำ ‘The Bangkok Business Summit 2026’ ภายใต้แนวคิด ‘Reinvent Thailand, Resilient ASEAN’ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) เพื่อแสดงวิสัยทัศน์ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจไทย และเป็นเวทีปูทางไปสู่การประชุมใหญ่ระดับโลก IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดขึ้นที่กรุงเทพฯ ในเดือนตุลาคม 2569 และปูทางสู่บทบาทการเป็นประธานอาเซียนของไทยในปี 2571
โดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จะแสดงปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ ‘Thailand’s Offer to the World’ เพื่อประกาศความพร้อมของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางการลงทุน ยกระดับประเทศจากการแข่งขันด้านต้นทุนสู่การสร้างขีดความสามารถ นวัตกรรม ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศไทย พร้อมกันนี้ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จะร่วมแสดงปาฐกถาเชิงนโยบายในหัวข้อ ‘Unlocking the Next Growth Engines for Thailand & ASEAN’ เพื่อเปิดเผยลำดับขั้นตอนการปฏิรูปเชิงนโยบายที่จะช่วยปลดล็อกการลงทุนของภาคเอกชนและขับเคลื่อนเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจใหม่ของประเทศ และ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จะกล่าวถึงการวางตำแหน่งประเทศไทยให้เป็นแพลตฟอร์มการลงทุนระดับภูมิภาคสำหรับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง

นายผยง ศรีวณิช ประธาน กกร. กล่าวว่าการจัดงานครั้งนี้มุ่งตอบโจทย์สำคัญว่า ประเทศไทยจะเปลี่ยนความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงของโลกและการเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคอาเซียนให้เป็นโอกาสใหม่ของการลงทุน การสร้างงาน และการเติบโตได้อย่างไร โดย ‘The Bangkok Business Summit 2026’ จะเป็นพื้นที่ที่ประเทศไทยนำเสนอจุดแข็ง โอกาส และทิศทางการพัฒนาประเทศให้ประชาคมธุรกิจทั่วโลกได้เห็นอย่างเป็นรูปธรรม โดยเชื่อมโยงวิสัยทัศน์ของภาครัฐ ข้อเสนอจากองค์กรระหว่างประเทศ และประสบการณ์จริงของภาคธุรกิจเข้าด้วยกัน “โจทย์ของประเทศไทยในวันนี้ไม่ใช่เพียงการเติบโต แต่คือการสร้างการเติบโตที่แข่งขันได้ในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทุกภาคส่วนจึงต้องมีแพลตฟอร์มในการวางแนวทางร่วมกัน ในการ Reinvent Thailand สร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน เพื่อให้ไทยสามารถคว้าโอกาสใหม่ และก้าวขึ้นเป็นส่วนสำคัญของภูมิภาคอาเซียนที่ปรับตัวเข้ากับพลวัตรของโลกได้ หรือ Resilient ASEAN”
นอกจากนี้ นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย จะแสดงปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ ‘Thailand’s New Horizons: From Ambition to Delivery’ และมีการเสวนาเชิงลึก โดย Mr. Carlos Felipe Jaramillo รองประธานธนาคารโลกประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก, Mr. Sarvesh Suri รองประธานบรรษัทเงินทุนระหว่างประเทศ (IFC) ประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก และ Mr. John W.H. Denton เลขาธิการสภาหอการค้าระหว่างประเทศ (ICC) ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองต่อทิศทางเศรษฐกิจ การลงทุน และโอกาสทางธุรกิจ พร้อมเปิดตัว รายงานฉบับใหม่ของธนาคารโลก ‘Building Thailand’s Future Today’ ซึ่งเสนอแนวทางการก้าวไปสู่ประเทศรายได้สูงของประเทศไทย ผ่านลงทุนและการปฏิรูปเพื่อสร้างงาน เพิ่มผลิตภาพ และวางรากฐานการเติบโตระยะยาว โดยชี้เป้าอุตสาหกรรมศักยภาพของไทย อาทิ อุตสาหกรรมการผลิตขั้นสูง การท่องเที่ยวยั่งยืนและสุขภาพ บริการดิจิทัล เกษตรและอาหาร และเศรษฐกิจสร้างสรรค์

