สว.สุนทร นำสุ่มตรวจความปลอดภัยอาหารรัฐสภา ย้ำ ‘Safety Food Journey’ ดันมาตรฐานสร้างความมั่นใจผู้บริโภค

10
สุนทร พฤกษพิพัฒน์

รัฐสภา, 13 สิงหาคม 2569 – นายสุนทร พฤกษพิพัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการการคุ้มครองผู้บริโภค ในคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา นำคณะเจ้าหน้าที่จากสำนักงานเขตดุสิต กรุงเทพมหานคร นำโดย นางจิตรา ประดับแก้ว เจ้าพนักงานสาธารณสุขอาวุโส และ คุณนิภาพร ภารดีภาพย์ ผู้แทนจากศูนย์อาหารรัฐสภา KINNIE Foodcourt (กินนี่ ฟู้ดคอร์ด) พร้อมสื่อมวลชน สุ่มตรวจสุขอนามัยและความปลอดภัยทางอาหาร ณ ห้องอาหาร ชั้น 1 (ฝั่งวุฒิสภา) และ ศูนย์อาหาร กินนี่ ฟู้ดคอร์ด ชั้น B2 อาคารรัฐสภา

นายสุนทร เปิดเผยว่า ความปลอดภัยทางด้านอาหารเป็นเรื่องพื้นฐานที่สำคัญที่สุดอย่างยิ่งต่อสุขภาพและชีวิตของประชาชน โดยคณะอนุกรรมาธิการฯ ให้ความสำคัญกับการตรวจสอบครอบคลุมตั้งแต่ ต้นน้ำ อาทิ การสุ่มตรวจสารเคมีตกค้าง ณ ด่านนำเข้าผักผลไม้และแหล่งผลิตและ กลางน้ำ อาทิ การตรวจวัดมาตรฐาน ณ ตลาดสดและตลาดค้าส่ง จนถึง ปลายน้ำ ซึ่งก็คือร้านอาหารและศูนย์อาหารที่ให้บริการประชาชน รวมถึงสถาบันและสถานที่ราชการสำคัญอย่างรัฐสภา

สุนทร พฤกษพิพัฒน์

สำหรับการลงพื้นที่สุ่มตรวจในครั้งนี้ ประกอบด้วย การใช้ชุดทดสอบรวดเร็ว (Test Kit): ตรวจหาสารเคมีตกค้างและสารปนเปื้อนในวัตถุดิบและอาหาร ซึ่งสามารถทราบผลเบื้องต้นได้ทันที และ การเก็บตัวอย่างเพาะเชื้อ (Culture Test): เพื่อตรวจหาสารปนเปื้อนทางชีวภาพและจุลินทรีย์ โดยจะส่งเข้าห้องปฏิบัติการ (Lab) และทราบผลอย่างเป็นทางการภายใน 24 ชั่วโมง

นายสุนทร กล่าวว่า นอกเหนือจากการตรวจวัดสารตกค้างแล้ว คณะอนุกรรมาธิการฯ ยังได้ให้คำแนะนำและกำชับผู้ประกอบการร้านอาหารเกี่ยวกับสุขลักษณะส่วนบุคคลและการประกอบอาหารอย่างเคร่งครัด อาทิ การไม่ควรถอดหรือสวมใส่เครื่องประดับ อย่างแหวน หรือกำไลข้อมือ ขณะปรุงอาหาร เนื่องจากอาจเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคและสิ่งสกปรก รวมถึงแนวปฏิบัติในการเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขอนามัย

นอกจากนี้ เพื่อเป็นการยกระดับและสร้างความตระหนักรู้ในเรื่องความปลอดภัยทางอาหาร คณะอนุกรรมาธิการฯ มีกำหนดจัดงานเสวนา “Safety Food Journey” (เส้นทางอาหารสู่จานเรา) ในวันที่ 9 กันยายน 2569 ณ รัฐสภา โดยจะเชิญผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.), กรุงเทพมหานคร (กทม.), กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์, กรมวิชาการเกษตร ตลอดจนภาคสังคม เข้าร่วมระดมความคิดเห็นเพื่อบูรณาการความร่วมมือในการสกัดกั้นอาหารไม่ปลอดภัยและคุ้มครองผู้บริโภคอย่างยั่งยืนต่อไป