“พิชัย” เตือน อย่านำ “คอบร้าโกลด์” มาต่อรองเรื่องภาษี หวั่นไทยเสียมากกว่าได้ ชี้ปัญหาอาจอยู่ที่ทีมเจรจา ควรพิจารณาปรับทีม

16

กรุงเทพฯ, 14 ส.ค.69 – พิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว. พาณิชย์ กล่าวถึงรายงานจากต่างประเทศเกี่ยวกับการนำการฝึกร่วม “คอบร้าโกลด์” ระหว่างไทยกับสหรัฐมาเชื่อมโยงกับการเจรจาภาษีการค้า ว่า หากมีการส่งข้อมูลในลักษณะดังกล่าวจากฝ่ายไทยจริง ถือเป็นเรื่องที่ไม่รอบคอบอย่างมาก เพราะอาจสร้างความเสียหายทั้งด้านเศรษฐกิจและความมั่นคง จึงควรตรวจสอบว่าก่อนส่งข้อมูลดังกล่าวได้มีการหารือกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องอย่างรอบคอบแล้วหรือไม่

นายพิชัยกล่าวว่า แม้รัฐบาลจะออกมาปฏิเสธ แต่เพียงการที่ประเด็นดังกล่าวปรากฏขึ้นก็อาจสร้างความไม่เชื่อใจและความไม่มั่นใจต่อความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสหรัฐ ซึ่งเป็นความสัมพันธ์ที่มีความสำคัญต่อประเทศไทยทั้งด้านเศรษฐกิจและความมั่นคง จึงไม่ควรนำเรื่องความมั่นคงมาเชื่อมโยงกับการต่อรองทางการค้าโดยไม่จำเป็น หลายคนอาจไม่ทราบว่า ความสัมพันธ์ด้านการทหารระหว่างไทยกับสหรัฐมีความแน่นแฟ้นมายาวนาน และ “คอบร้าโกลด์” เป็นความร่วมมือที่มีความสำคัญต่อทั้งสองประเทศ โดยการฝึกร่วมดังกล่าวช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถ การทำงานร่วมกัน การวางแผน และความพร้อมในการรับมือกับภัยคุกคาม รวมถึงมีส่วนช่วยสร้างเสถียรภาพและความร่วมมือในภูมิภาค โดย Cobra Gold 2026 เป็นการฝึกครั้งที่ 45 มีทหารจาก 30 ประเทศเข้าร่วม

พิชัยกล่าวว่า หากมีการนำเรื่องคอบร้าโกลด์มาใช้เป็นเครื่องมือต่อรองเรื่องภาษีจริง ก็ไม่ใช่แนวทางที่เหมาะสม เพราะอาจทำให้ประเทศไทยเสียประโยชน์มากกว่าที่จะได้ และที่จริงควรใช้ความสัมพันธ์ที่มีอยู่เป็นพื้นฐานในการสร้างความร่วมมือกับสหรัฐให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ทั้งด้านเศรษฐกิจ การค้า และความมั่นคง ซึ่งก่อนหน้านี้ตนได้เตือนเรื่องการเจรจาภาษีกับสหรัฐที่ล่าช้า และเห็นว่าต้องวิเคราะห์ให้ชัดว่าสหรัฐมีข้อกังวลหรือไม่พอใจไทยในเรื่องใด เพื่อแก้ปัญหาให้ตรงจุด รวมถึงต้องทบทวนว่าท่าทีและการสื่อสารของฝ่ายไทยในช่วงที่ผ่านมา มีส่วนสร้างความเข้าใจผิดหรือความไม่พอใจต่อสหรัฐหรือไม่ และหลังจากไทยถูกเรียกเก็บภาษีในอัตราสูงแล้ว ได้มีการแก้ไขปัญหาอย่างไร

“จากประสบการณ์การเจรจากับสหรัฐ ผมเชื่อว่าปัญหาระหว่างไทยกับสหรัฐไม่มี แต่ปัญหาอาจอยู่ที่วิธีการเจรจาและทีมเจรจามากกว่า และกรณีคอบร้าโกลด์ยิ่งทำให้ต้องทบทวนกระบวนการเจรจาให้รอบคอบ ดังนั้น หากพบว่าปัญหาอยู่ที่ทีมเจรจา ก็ควรพิจารณาปรับทีมเจรจา เพื่อให้การเจรจามีประสิทธิภาพมากขึ้น และสามารถแก้ไขปัญหาภาษีกับสหรัฐได้ โดยไม่กระทบความสัมพันธ์ที่มีมายาวนาน” อดีต รมว.พาณิชย์ ระบุ และยืนยันว่า สิ่งสำคัญคือไทยต้องแยกเรื่องการค้าออกจากความมั่นคงอย่างชัดเจน พร้อมใช้ความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยกับสหรัฐเป็นจุดแข็งในการเจรจา เพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศ และรักษาสมดุลทางภูมิรัฐศาสตร์ของไทยในเวทีโลก