แม่เยาวชนคดีทำร้ายนักท่องเที่ยว ชิงทรัพย์ ร่ำไห้ ขอโทษผู้เสียหาย ยอมรับลูกชายติดเพื่อน ที่ผ่านมาพร่ำสอนอยากให้ลูกเป็นคนดี ส่วนเหตุที่เกิดขึ้นแล้ว พร้อมรับผิดชอบ
วันนี้ (14 ส.ค.) เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ สน.มักกะสัน ผู้ปกครองพร้อมเยาวชนที่ก่อเหตุทั้ง 7 คน ได้เดินทางมาเข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อให้สอบปากคำเพิ่มเติมกับพนักงานสอบสวน และทีมสหวิชาชีพ หลังก่อเหตุรุมทำร้ายนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น เพื่อหวังชิงทรัพย์บริเวณป่ารกร้างใกล้สถานีแอร์พอร์ต เรล ลิงก์มักกะสัน
นางเอ (นามสมมติ) อายุ 38 ปี แม่ของหนึ่งในเยาวชนที่ก่อเหตุ กล่าวกับสื่อมวลชนพร้อมขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ว่า เนื่องจากที่ผ่านมาเธอพยายามพร่ำสอนลูกชายให้ได้ดิบได้ดีมาโดยตลอด แต่ก็ยอมรับว่าเธอและสามีไม่มีเวลาดูแลลูกชาย เนื่องจากต้องออกไปทำงานทุกวัน อีกทั้งลูกชายก็เรียนจบเพียงแค่ ป. 6 เท่านั้น จากนั้นก็ไม่ได้ศึกษาต่ออีกทั้งยังมีพฤติกรรมติดเพื่อน ซึ่งทุกเช้าจะออกไปหาเพื่อนย่านแฟลตแถวดินแดง เธอเองก็ไม่รู้ว่าไปทำอะไรกันทุกวัน ที่ผ่านมาพยายามขอให้ลูกไปศึกษาต่อในระบบ กศน. จะได้มีอาชีพติดตัว
ส่วนจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เธอพยายามพูดคุยกับลูกเพื่อสอบถามข้อเท็จจริงว่าได้ลงมือก่อเหตุ ทำร้ายนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นจริงหรือไม่ ซึ่งลูกชายก็ปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นคนลงมือ และไม่ได้ขโมยทรัพย์สินอะไรของผู้เสียหายไป
อย่างไรก็ตาม เธอยืนยันว่าลูกตัวเองไม่ได้เกเรหรือดื้อรั้นจนเอาไม่อยู่ แต่เป็นเพราะว่าติดเพื่อน ซึ่งจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเธอไม่ขอโทษใคร แต่ย้ำกับลูกว่าต้องรับผลกรรมกับสิ่งที่ทำไว้ และขอให้อดทน เพราะเราเป็นผู้ก่อเหตุก็ต้องรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นให้ได้
เช่นเดียวกับนางบี (นามสมมติ) อายุ 50 ปี แม่ของเด็กชาย อายุ 13 ปี ที่ก่อเหตุ เธอยกมือไหว้ขอโทษทั้งน้ำตากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยอมรับว่าเป็นครั้งแรกที่ลูกชายมีพฤติกรรมรุนแรงแบบนี้ ที่ผ่านมาเธอพยายามเลี้ยงดูลูกให้เป็นคนดี แต่เพราะลูกชายไปติดเพื่อนหนัก ทำให้ไม่ค่อยอยู่บ้าน แม้กระทั่งวันเกิดเหตุ ซึ่งเป็นวันแม่เธอก็ตั้งใจที่จะชวนลูกชายไปกินข้าวด้วยกัน แต่ก็ไม่รู้ว่าลูกชายไปอยู่ที่ไหนกระทั่งมาเกิดเรื่องขึ้นซึ่งเธออยากบอกลูกชายว่าขอให้กับตัวกับใจ เธอยังรักลูกคนนี้อยู่เสมอ ส่วนเรื่องคดีก็ขอให้เป็นไปตามขั้นตอนกฎหมาย

ด้าน พ.ต.อ.อุรัมพร ขุนเดชสัมฤทธิ์ ผกก.สน.มักกะสัน เปิดเผยว่า วันนี้ได้เชิญตัวเยาวชนชายทั้ง 7 คน มาให้ปากคำเพิ่มเติมต่อหน้าทีมสหวิชาชีพ เนื่องจากที่ผ่านมา แม้ทั้งหมดจะให้การยอมรับ มีการก่อเหตุจริง แต่ก็ยังไม่สามารถที่จะสรุปคดีได้เนื่องจากในรายละเอียดส่วนลึก ทางผู้เสียหายชาวญี่ปุ่น ยังให้ข้อมูลไม่ชัดเจน ดังนั้น จะต้องเรียกตัวมาสอบปากคำเพิ่มเติมด้วยเช่นกัน จึงจะสามารถสรุปคดีและแจ้งข้อกล่าวหาได้เบื้องต้นหลังสอบปากคำเสร็จ จะนำตัวเยาวชนชายทั้ง 7 คน ไปส่งศาลเยาวชนภายในวันนี้ต่อไป
