ผบช.ทท.ปฏิวัติตำรวจท่องเที่ยวยุค AI เร่งสปีด Command Center เชื่อม 1155 สแกนใบหน้า-ทะเบียนรถฯ

22

ผบช.ทท.เดินหน้ายกระดับตำรวจท่องเที่ยวยุคดิจิทัล นำ AI เชื่อมศูนย์ Command Center สายด่วน 1155 และแอปพลิเคชันตำรวจท่องเที่ยวแบบเรียลไทม์ พร้อมใช้ระบบสแกนใบหน้า ตรวจจับทะเบียนรถ และโดรนลาดตระเวนอัจฉริยะ เสริมความปลอดภัยเชิงรุกในแหล่งท่องเที่ยวทั่วประเทศ เผยจับกุมผู้ต้องหาแล้ว 914 ราย มุ่งสร้างความเชื่อมั่นและยกระดับภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทยสู่มาตรฐานสากล

พล.ต.ท.ศักย์ศิรา‘เดินหน้ายกระดับการดูแลนักท่องเที่ยวทั่วประเทศ นำเทคโนโลยี AI เชื่อมศูนย์ Command Center พัฒนาแอปฯ และสายด่วน 1155 สู่ระบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ เสริมรถปฏิบัติการอัจฉริยะและโดรนลาดตระเวน ตรวจจับบุคคลและยานพาหนะต้องสงสัยแบบเรียลไทม์ พลิกบทบาทตำรวจท่องเที่ยวจาก “รอรับเหตุ” สู่ “ป้องกันเชิงรุก” พร้อมเผยผลปฏิบัติสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 914 ราย สร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยและภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทย.

เมื่อวันที่ 6 ส.ครับ.2569 2569 ที่กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว(บช.ทท.) พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ
ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว เปิดเผยว่า ก่อนที่ตนมาดำรงตำแหน่ง ผบช.ทท. ได้รับนโยบาย จาก พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.)ให้ปรับรูปแบบการปฎิบัติหน้าของตำรวจท่องเที่ยวให้สอดรับ และตอบโจทย์ ที่รองรับธุระกิจท่องเที่ยว บช.ทท.เป็นองค์กรดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยวสร้างความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์ที่ดีเพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวได้กำหนดแนวทางพัฒนาเทคโนโลยีภายใต้โจทย์สำคัญว่า จะเพิ่มขีดความสามารถในการดูแลนักท่องเที่ยวที่มีจำนวนและความหลากหลายเพิ่มขึ้นได้อย่างไร ภายใต้ข้อจำกัดด้านกำลังพลและพื้นที่รับผิดชอบทั่วประเทศ

พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เปิดเผยต่อว่า ด้วยเหตุนี้ตนจึงได้ตระหนักจึงคิดหามาตราการต่างเพื่องรองรับเชิงรุง เริ่มจากศูนย์ควบคุมและสั่งการ Command Center และแอปพลิเคชันตำรวจท่องเที่ยวสู่สายด่วน 1155 แบบดิจิทัล โครงการชุมชนท่องเที่ยวเข้มแข็ง รถปฏิบัติการเคลื่อนที่ และเครือข่าย AI ความปลอดภัยนักท่องเที่ยวในระยะต่อไป ศูนย์ควบคุมและสั่งการตำรวจท่องเที่ยว Command Center เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของการปฏิบัติงานโดยทำหน้าที่รวบรวม เชื่อมโยงและแสดงข้อมูลจากระบบต่างๆ เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจของผู้บังคับบัญชาและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติศูนย์รับแจ้งเหตุตำรวจท่องเที่ยวหมายเลข 1155 ได้รับการยกระดับเป็นแพลตฟอร์มดิจิทัลเต็มรูปแบบให้บริการตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงและรองรับภาษาต่างประเทศจำนวนแปดภาษา ขณะเดียวกันแอปพลิเคชัน Thailand Tourist Police

นอกจากนี่ได้สั่งการให้เพิ่มช่องทางให้นักท่องเที่ยวสามารถกดขอความช่วยเหลือ ส่งตำแหน่งพิกัด ข้อความ ภาพ และรายละเอียดเข้าสู่ระบบได้โดยตรง ปัจจุบันได้พัฒนารถปฏิบัติการเคลื่อนที่ CCOC Mobile

เพื่อทำหน้าที่เป็นศูนย์ควบคุมและสั่งการย่อยในพื้นที่ท่องเที่ยว พื้นที่จัดกิจกรรมและบริเวณที่มีความเสี่ยง รถปฏิบัติการแต่ละคันติดตั้งกล้องวงจรปิดจำนวนสี่กล้อง ประกอบด้วยกล้องด้านหน้ารถ กล้องด้านท้ายรถ และกล้องเคลื่อนที่จำนวนสองชุด

สำหรับนำไปติดตั้งในจุดสำคัญหรือพื้นที่ที่ต้องการเฝ้าระวังเพิ่มเติม ระบบกล้อง AI ช่วยบันทึกและคัดกรองภาพใบหน้าบุคคล รวมทั้งอ่านและค้นหาแผ่นป้ายทะเบียนรถก่อนเปรียบเทียบกับฐานข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

เมื่อระบบตรวจพบข้อมูลที่เข้าเงื่อนไขจะส่งสัญญาณแจ้งเตือนไปยังเจ้าหน้าที่เพื่อดำเนินการตรวจสอบยืนยันตัวบุคคลหรือยานพาหนะและพิจารณาปฏิบัติตามขั้นตอนที่กำหนดถึงปัจจุบันสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้จำนวนเก้าร้อยสิบสี่รายเป็นการยกระดับจากการรอรับเหตุไปสู่การเฝ้าระวังและป้องกันอาชญากรรมเชิงรุกในพื้นที่ท่องเที่ยว

พล.ต.ท.ศักย์ศิรา ยังเปิดเผยอีกว่ายังมีโครงการเป็นการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวด้วยรถปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็วพร้อมโดรนสี่ลำบินลาดตระเวนอัตโนมัติ ตรวจการณ์กลางวันและกลางคืนด้วยกล้องความร้อน ค้นหาผู้สูญหายและประเมินพื้นที่เสี่ยง สนับสนุนการช่วยเหลือสำหรับการเข้าตรวจสอบเหตุอย่างรวดเร็วและเข้าช่วยเหลือนักท่องเที่ยวได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ

กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวพร้อมนำเทคโนโลยี ข้อมูล และความร่วมมือจากทุกภาคส่วนมาสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และเป็นมาตรฐานสากล ตำรวจท่องเที่ยวเพื่อนคนแรกของนักท่องเที่ยวและกำลังสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประเทศไทย“พล.ต.ท.ศักย์ศิรา กล่าว