กสถ. ยกเลิกบัญชีสอบท้องถิ่นเดิม ประกาศใหม่ตามคะแนนจริง 1.2 หมื่นราย ปลัด มท. ชี้ 97 รายได้อัปคะแนนไม่ถูกตัดสิทธิ์ เหตุคะแนนดิบผ่านเกณฑ์ ลุยสอบขยายผลต่อ

14

วันนี้ (5 ส.ค. 69) เวลา 16.20 น. ที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) วาระเร่งด่วน เพื่อพิจารณาแนวทางดำเนินการกับผู้ที่ถูกตรวจพบว่าทุจริตการสอบแข่งขัน

นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า ที่ประชุมรับรองมติภายหลังนายวันชัย จันทร์พร ประธาน กสถ. ลงนามยกเลิกบัญชีผู้สอบขึ้นบัญชีเดิม และประกาศขึ้นบัญชีใหม่เรียบร้อยแล้ว พร้อมกำหนดแนวทางปฏิบัติภายหลังการประกาศบัญชีใหม่ โดยผู้ที่สอบได้ตามคะแนนจริงประมาณ 12,000 คน จะได้รับการดำเนินการตามสิทธิที่พึงมี ส่วนผู้ที่มีคะแนนไม่ถูกต้อง จะไม่ถูกขึ้นบัญชีเดิม และจะมีการนำผู้มีสิทธิ์ตามคะแนนจริงเข้ามาแทน

ทั้งนี้ ในวันที่ 6 ส.ค. จะมีการประชุม ก.กลาง เพื่อนำเรื่องการประกาศขึ้นบัญชีใหม่และแนวทางปฏิบัติทั้งหมดเสนอให้พิจารณา เพื่อยืนยันว่าเป็นไปตามกฎหมาย

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีผู้สอบผ่านอยู่แล้ว แต่มีการปรับคะแนนให้ลำดับดีขึ้น นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า กลุ่มดังกล่าวแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ กลุ่มที่ยังไม่ได้รับการบรรจุเกือบ 500 คน ซึ่งจะไม่ได้รับการขึ้นบัญชี ส่วนอีกกลุ่มที่ได้รับการบรรจุแล้วมีไม่ถึง 100 คน จะต้องกำหนดแนวทางดำเนินการต่อไป โดยยืนยันว่าคนกลุ่มนี้สอบผ่านตามเกณฑ์อยู่แล้ว จึงต้องขึ้นบัญชีตามคะแนนจริงก่อน

“เราไม่ได้ทำอะไรเลย เราประกาศตามคะแนนที่เขาสอบได้จริง ตอนนี้ประกาศคือทุกคนสอบได้จริงเท่าไหร่ก็ประกาศขึ้นไป แต่คนสอบได้จริงที่มีคะแนนเพิ่มขึ้นไม่ถึง 100 คน เราจะดูว่าจะดำเนินการอย่างไรกับคนกลุ่มนี้” นายอรรษิษฐ์กล่าว

ด้านนายบุญประสงศ์ นวลสายย์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ในฐานะเลขานุการ กสถ. กล่าวว่า กลุ่มผู้สอบผ่านแต่มีการอัปคะแนนมีประมาณ 774 คน เมื่อตรวจสอบพบว่า ในบัญชีรอบแรกมีผู้ขึ้นบัญชี 561 คน ไม่มารายงานตัว 211 คน และในจำนวน 561 คน เมื่อตรวจเรียงลำดับตามคะแนนจริง จะเหลือผู้ที่ยังอยู่ในบัญชีเพียง 97 คน ส่วนอีก 464 คน จะถูกเพิกถอนเพื่อไปรอตามลำดับคะแนนที่แท้จริง

เมื่อถูกถามว่า สังคมอาจตั้งข้อสงสัยว่ากลุ่ม 97 คนได้รับคะแนนเพิ่มขึ้นแต่ยังอยู่ในบัญชี นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า การดำเนินการต้องเป็นไปตามกฎหมาย โดยอาศัยหลักเกณฑ์ตามข้อ 18 และข้อ 19 หากผู้สอบมีคะแนนดิบผ่านเกณฑ์ก็ถือว่ามีสิทธิ์สอบแข่งขันได้ ส่วนการดำเนินการเรื่องทุจริตเป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ป.ป.ท. และหน่วยงานสอบสวน

นายอรรษิษฐ์ ยืนยันว่า หากพบหลักฐานว่าผู้ใดเกี่ยวข้องกับการทุจริต ก็จะดำเนินการตามกฎหมายทั้งหมด โดยขณะนี้ยังมีการสอบสวนขยายผล ซึ่งอาจมีผู้เกี่ยวข้องมากกว่า 5 รายที่ถูกตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรงก่อนหน้านี้ และเมื่อผลสอบถึงตัวผู้เกี่ยวข้องก็จะต้องเข้าสู่กระบวนการทางวินัยและทางคดี

“เราไม่มีทาง ใครที่ไม่ถูกต้อง สุดท้ายก็ไม่ถูกต้อง อยู่ไม่ได้หรอก อยู่ก็ไม่มีความสุข เพราะเขารู้ตัวอยู่แล้ว” นายอรรษิษฐ์กล่าวว

เมื่อถามว่า ผู้สอบที่ได้รับคะแนนเพิ่มขึ้นอาจไม่ใช่ผู้กระทำเองใช่หรือไม่ นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า ขณะนี้ทราบเพียงว่ามีการเพิ่มคะแนนจริง แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าใครเป็นผู้ดำเนินการ อาจเป็นตัวผู้สอบเอง หรือบุคคลอื่น เช่น พ่อแม่หรือญาติเป็นผู้ติดต่อให้ได้คะแนนเพิ่ม ซึ่งเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนในการสืบสวนหาผู้กระทำผิด และหากพบผู้เกี่ยวข้องก็จะต้องถูกดำเนินคดีทั้งหมด

ส่วนกรณีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงข้าราชการกระทรวงมหาดไทย 5 ราย นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า เป็นอำนาจของคณะกรรมการสอบสวนที่มีอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เป็นประธาน หากเห็นว่าพยานหลักฐานเพียงพอ ก็สามารถสรุปผลและเสนอให้กระทรวงมหาดไทยพิจารณา ก่อนเสนอคณะกรรมการ อ.ก.พ. กระทรวงมหาดไทย เพื่อพิจารณาโทษตามขั้นตอน

นายอรรษิษฐ์ กล่าวอีกว่า ในการประชุม ก.กลาง วันที่ 6 ส.ค. จะมีการเสนอทั้งเรื่องการรับทราบบัญชีรายชื่อใหม่ และแนวทางปฏิบัติต่อผู้ที่ได้รับการบรรจุแล้ว โดยเสนอให้ผู้ที่บรรจุและปฏิบัติราชการมาเกือบ 5 เดือนแล้ว ยังคงปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งเดิม ส่วนผู้ที่ขึ้นบัญชีใหม่จะให้เลือกบรรจุในตำแหน่งว่างที่เกิดขึ้นจากการเพิกถอนรายชื่อ โดยทั้งหมดขึ้นอยู่กับการพิจารณาของ ก.กลาง