หน้าแรกกระบวนการยุติธรรมเปิดใจ"น้องทียน”พ้นคุกญี่ปุ่น 20 วัน ลั่นเลิกหิ้วของตลอดชีวิต ปมแก๊งเวียดนามซุกไอซ์

เปิดใจ”น้องทียน”พ้นคุกญี่ปุ่น 20 วัน ลั่นเลิกหิ้วของตลอดชีวิต ปมแก๊งเวียดนามซุกไอซ์

เปิดใจ “น้องเทียน” หลังพ้นคุกญี่ปุ่น 20 วัน รับเอะใจตั้งแต่ผู้ว่าจ้างใช้ภาษาพูดผิดปกติ เผยไม่กล้ารับหิ้วของอีก ด้าน ผบช.ปส.เผยจับผู้โอนเงินชาวเวียดนามได้แล้ว 1 ราย พบเงินหมุนเวียนกว่า 12 ล้านบาทต่อปี ส่วนหัวหน้าขบวนการเผ่นหนีออกนอกประเทศ เร่งล่าตัวและขยายผลผู้ร่วมขบวนการเพิ่มเติม พร้อมยืนยันยังไม่แจ้งเอาผิด พ.ร.บ.ศุลกากร สอบปากคําฐานะพยาน

พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ได้แถลงถึงกรณีหญิงไทยถูกจับที่ประเทศญี่ปุ่นว่า ในวันที่ 12 กรกฎาคม เวลาประมาณ 07.00 น. มีการคุมตัวหญิงไทย ที่สนามบินฟุกุโอกะ เมืองฟุกุโอกะ ประเทศญี่ปุ่น พร้อมกับยาเสพติด ประเภทไอซ์ โดยใส่ในซองกาแฟสำเร็จรูปและสินค้าอื่นๆอีกหลายประเภท เช่น ชา น้ำพริก ปลากระป๋อง ซึ่งเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม ข่าวยังไม่ถึงไทย และเพิ่งจะมารู้ว่ามีการจับกุม เมื่อวันที่ 26-27 กรกฎาคม

จากนั้นทาง บช.ปส. จึงได้ร่วมกับ ป.ป.ส. จึงได้ร่วมกันดำเนินการสืบสวน ได้ขอข้อมูลเบื้องต้นมาจากญี่ปุ่นเพื่อเร่งรัดหาตัวคนร้ายในไทย จึงมีการเปิดคดีตาม พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ที่มีผู้กระทำผิดระหว่าง 2 ประเทศไม่ต่ำกว่า 3 คน และการสืบสวนขยายผลจนทราบว่ามีการดำเนินการ เป็นขบวนการของแก๊งต่างชาติ

พฤติการณ์คือ เริ่มต้นจากน้องเทียนมีกำหนดเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นวันที่ 11 กรกฎาคม โดยแอคเคาท์ชื่อ ING ING ได้มีการส่งพัสดุมาให้โดยจะฝากไปที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นครั้งที่ 2 (ครั้งแรกเมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา) จากการสืบสวน ING ING คือนายแบง สัญชาติเวียดนาม โดยนายแบงเดินเข้ามา ผ่านทางสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 2 จ.มุกดาหาร ในวันที่ 8 ก.ค. และในวันที่ 10 กรกฎาคม นายแบงได้ไปซื้อของที่ห้างแห่งหนึ่งในย่านบางกะปิ โดยนำของที่ซื้อมาแพ็ครวมกับซองกาแฟ และจ้างคนส่งพัสดุจากแอปพลิเคชันไปส่งที่บ้านน้องเทียนในวันที่ 10 ก.ค. เวลา 21.20 น. หลังจากนั้นนายแบงก็ได้เดินทางไปยังสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 3 จ.นครพนม

จากการตรวจสอบเส้นทางการเงิน นายแบงได้มีการประสานงานไปยังนายถัง ชาวเวียดนาม ที่เป็นคนดูแลเรื่องเงินในขบวนการนี้ และเป็นคนสั่งการให้โอนเงินค่าของ และค่าพัสดุทั้งหมด ซึ่งนายถังก็ได้ประสานกับ น.ส.โฮ ซึ่งพบว่า น.ส.โฮพำนักอยู่ในประเทศไทยและมีการเปิดบัญชีของไทยเพื่อใช้ในการโอนเงิน โดย น.ส.โฮ ได้ใช้บัญชีของตัวเอง โอนเงินเป็นค่าหิ้วของให้กับน้องเทียน จากการตรวจสอบบัญชีของ น.ส.โฮ ระยะเวลา 1 ปีพบว่ามีเงินหมุนเวียน 12 ล้านบาท และเป็นเงินที่เข้าและออกทันที โดยตำรวจได้มีการทำการจับกุม น.ส.โฮ ตั้งแต่วันที่ 28 กรกฎาคม ขณะนี้อยู่ในเรือนจำ ซึ่งตำรวจจะเข้าไปสอบปากคำเพิ่มเติมอีกครั้ง

จากการสอบปากคำเบื้องต้น น.ส.โฮ ยังให้การภาคเสธ ยอมรับเพียงว่าเป็นแค่คนบริหารเงิน โดยผ่านบัญชีของตัวเอง แต่อ้างว่าทำตามคำสั่งของนายแบง แต่น.ส.โฮไม่ได้รับค่าจ้างเนื่องจากเป็นหนึ่งในขบวนการอยู่แล้ว

แนวทางการสืบสวนยังพบว่า น.ส.โฮ กับนายเหงียน มีความสัมพันธ์เป็นสามีภรรยากัน และนายเหงียนเป็นน้องของนายถัง ที่อยู่ประเทศเวียดนาม ซึ่งขณะนี้ตัวของนายเหงียนยังอยู่ในประเทศไทย โดยตำรวจ บช.ปส. ได้มีการเชิญตัวมาสอบปากคำไว้ในฐานะพยาน เพราะขณะนี้ยังไม่พบหลักฐานเชื่อมโยงไปถึง โดยจะต้องมีการขยายผลเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตามขบวนการนี้ตัวการใหญ่คือนายแบง ที่หนีออกนอกประเทศไปแล้ว ส่วนไรเดอร์ที่ส่งพัสดุที่ขับรถเก๋งสีขาว ตำรวจได้สอบปากคำไว้ในฐานะพยานเนื่องจากไรเดอร์ทำงานนี้อยู่แล้ว และรับงานตามระบบปกติ อีกทั้งยังเป็นครั้งแรกที่เข้ามารับงานของขบวนการนี้และไม่ได้เป็นคนเดียวกับที่ส่งพัสดุให้กับน้องเทียนกับครั้งแรกเมื่อเดือนพฤษภาคม อย่างไรก็ตามไรเดอร์ให้การเป็นประโยชน์กับเจ้าหน้าที่

เมื่อถามถึงการนำเข้าของการลักลอบนำเข้ายาเสพติด พล.ต.ต.วรพจน์ ดิษยบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ระบุว่า การนำเข้ามี 2 รูปแบบ คือบรรจุมาจากต่างประเทศแล้วนำเข้ามา หรือ นำยาเสพติดเข้ามาบรรจุในประเทศไทย ในประเด็นนี้ตำรวจอยู่ระหว่างสืบสวนขยายผล

สำหรับคนรับพัสดุปลายทาง คาดว่าเป็นคนเดียวกันกับการส่งพัสดุครั้งแรก และคาดว่าจะสามารถจับกุมได้ในอนาคต

พล.ต.ท.อาชยน กล่าวว่า ทาง บช.ปส. และ ป.ป.ส. จะต้องมีการเข้มงวดในเรื่องของการตรวจสอบเรื่องนี้ให้มากขึ้น และขอเตือนประชาชนว่า 1.การส่งของประเภทนี้จะใช้ชื่ออวตารทั้งหมด และไม่ใช้ชื่อจริง 2. จะใช้เวลาระยะกระชั้นชิด เพื่อไม่ให้ผู้เสียหายมีเวลาตรวจสอบสินค้า 3.ต้องดูลักษณะสินค้าที่ส่งว่าน่าส่งหรือไม่ และหาซื้อได้ง่ายในประเทศปลายทางหรือไม่ และ 4.และไม่แนะนำให้รับหิ้วเพราะจะมีกฎหมายหลายตัวเข้ามาพัวพันเช่นกฎหมายทางศุลกากรหรือกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติด จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบในเรื่องนี้

ขณะที่ตัวของ น.ส.เทียน เปิดเผยว่า ตัวเองได้รับการติดต่อจ้างงานผ่านทาง LINE ให้รับหิ้วของไปส่งประเทศญี่ปุ่น ซึ่ง ยืนยันว่า ตัวเองได้ตรวจสอบสินค้าแล้วเห็นว่า เป็นประเภทของกิน และขนมปกติ ซึ่งเนียนมากจนไม่ได้เอะใจอะไร แต่ขณะเดียวกันคำพูดที่สื่อสารในแชทบางครั้งก็แปลกๆลักษณะเหมือนเป็นการแปลภาษา ไม่ใช่คนไทย เช่น เวลาโอนเงินส่งข้อความมาบอกว่า “ฉันจะโอนเงินให้คุณเดี๋ยวนี้” เป็นต้น

ทั้งนี้ น.ส.เทียน ได้เตือนคนที่รับหิ้วของว่า หากเป็นไปได้ควรจะซื้อของแล้วนำมาแพ็กส่งเอง ไม่ควรรับของที่มีการแพ็กมาให้แล้ว อย่างตัวเองติดคุกอยู่ที่ญี่ปุ่นถึง 20 วัน โดยไม่รู้ชะตากรรมว่าจะถูกจับอีกนานแค่ไหน ซึ่งมองย้อนกลับไปแล้วไม่คุ้มกับเงินที่ได้รับมาเลย เมื่อถามว่าหลังจากนี้จะรับหิ้วของส่งอีกหรือไม่ น.ส.เทียน บอกว่า คงไม่รับอีกแล้ว

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img