พม. – สภาสมาคมสตรี มอบโล่เชิดชู สตรี-เยาวสตรีไทยดีเด่น ปี 69

11

อิมแพ็ค เมืองทองธานี, วันที่ 1 สิงหาคม – นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.) และ นาง3ลาลีวรรณ กาญจนจารี ประธานสภาสมาคมสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ร่วมเป็นประธานในพิธีมอบโล่เชิดชูเกียรติให้กับสตรีไทยและเยาวสตรีไทยดีเด่น เนื่องในวันสตรีไทย ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด “แม่หลวงของแผ่นดิน สถิตถิ่นทิพย์วิมาน สตรีไทยตั้งปณิธาน สานต่องานศิลป์แผ่นดิน” เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงยกย่อง และยกย่องเชิดชูเกียรติ สร้างขวัญกำลังใจแก่สตรีและเยาวสตรีผู้ประพฤติดี มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ และเป็นแบบอย่างที่ดีของสังคม ตลอดจนสร้างคุณประโยชน์ต่อครอบครัว ชุมชน และประเทศชาติ

ทั้งนี้นางสาวพลอย ธนิกุล ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้กล่าวแสดงความยินดีกับเยาวสตรีไทยดีเด่น ประจำปี 2569 พร้อม มอบป้ายทุนการศึกษาให้กับเยาวสตรีไทยดีเด่น ประจำปี 2569 และ เด็กหญิงกรวรรณ ศิริธร นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนวัดโพธิ์งาม ตัวแทนเยาวสตรีไทย กล่าวสุนทรพจน์ ทั้งนี้ นางจตุพร โรจนพานิช อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว, คณะผู้บริหารกระทรวง พม. และ สภาสมาคมสตรีแห่งชาติ และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม

นายกันตพงศ์ กล่าวว่า พระพันปีหลวง ทรงโปรดเกล้าฯ พระราชทานแนวพระราชดำริ หน้าที่สำคัญเบื้องต้นของสตรีไทย 4 ประการ ได้แก่ 1.พึงทำหน้าที่ของแม่ให้สมบูรณ์ โดยทำให้ครอบครัวบังเกิดความรัก ความอบอุ่น และมีความเข้าใจ ไว้วางใจซึ่งกันและกัน, 2.พึงทำหน้าที่ของแม่บ้านให้ดี โดยทำให้บ้านมีความน่าอยู่ เป็นที่พึ่งพิงอันอบอุ่นของสมาชิกในครอบครัว, 3.พึงรักษาเอกลักษณ์ของความเป็นสตรีไทย ผู้มีความนุ่มนวล อ่อนโยน สุภาพ เมตตา และยิ้มแย้มแจ่มใส รวมทั้งธำรงรักษาศิลปะวัฒนธรรมของไทยอันละเอียดอ่อนประณีต ให้เป็นที่ชื่นชมของนานาชาติตลอดไป และ 4.พึงฝึกฝนตนเองให้มีความรู้ ความสามารถยิ่งขึ้น ขยันและอดทน มีความประหยัด ชื่อสัตย์ มีวินัย และรักษาความสามสามัคคีในหมู่คณะไว้ให้มั่นคง

ทั้งนี้ พม. ตระหนักถึงความสำคัญและศักยภาพของสตรีไทยว่าเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาชุมชน สังคม และประเทศชาติอย่างยั่งยืน ในการนี้ กระทรวง พม. ได้ร่วมกับสภาสมาคมสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ และภาคีเครือข่ายทั้ง 77 จังหวัด จัดงานวันสตรีไทยสืบเนื่องเป็นประจำทุกปี สำหรับงานวันสตรีไทยประจำปีนี้ สอดคล้องกับการขับเคลื่อนนโยบาย พม. 8 ด้าน “สร้างสังคมอยู่ดี มีโอกาส เพื่อคนไทยทุกคน” ของนายนิกร โสมกลาง รมว.พม. ที่ต้องการยกระดับพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนทุกช่วยวัย

สำหรับงานครั้งนี้ มีการแสดงนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ โดยกระทรวง พม. ได้นำเสนอภารกิจที่เชื่อมโยงกับพระราชดำรัส “หน้าที่สำคัญของสตรีไทย 4 ประการ คือ ความเป็นแม่ – แม่บ้าน – เอกลักษณ์สตรีไทย – การพัฒนาตนเอง” ด้วยบทบาทของสตรีในบทบาทผู้สานต่องานศิลป์แผ่นดิน อีกทั้งกระทรวง พม. ยังได้น้อมนำและต่อยอดพระราชปณิธานงานด้านสตรีและครอบครัว การเสริมพลังสตรี รวมถึงการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่รัฐบาลขับเคลื่อนมาโดยตลอด ผ่านกิจกรรมการสาธิตและการจัดแสดงทางวัฒนธรรมงานผ้าที่หาชมได้ยาก อาทิ  “การปักแซว” ภูมิปัญญาพื้นบ้านอันเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดศรีสะเกษ, การโชว์ฝีมือ “การผลิตผ้าไหมมัดหมี่พิมาย”  จังหวัดนครราชสีมา เป็นต้น

นางลาลีวรรณ กล่าวว่า พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระราชทานให้วันที่ 1 สิงหาคม ของทุกปี เป็นวันสตรี9ไทย และยังพระราชทานพระราชานุญาตให้ใช้ “ดอกกล้วยไม้ คัทลียา ควีนสิริกิติ์” เป็นดอกไม้สัญลักษณ์ ประจําวันสตรีไทย รวมทั้งได้พระราชทานแนวพระราชดําริหน้าที่สําคัญเบื้องต้นของสตรีไทย 4 ประการ ซึ่งสตรีไทยพร้อมใจกันน้อมนําไปใช้เป็นแนวทางในการดําเนินชีวิตและพัฒนาตนเอง ซึ่งงานครั้งนี้ มีการจัดนิทรรศการ “70 ปี สภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ” นำเสนอภารกิจและกิจกรรมทั้งในประเทศและเวทีสากลที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง, นิทรรศการเชิดชูเกียรติสตรีไทยดีเด่นและเยาวสตรีไทยดีเด่น ประจำปี 2569 , การแสดงความสามารถของเยาวสตรีไทย ทั้งการร้อยมาลัย การแกะสลัก และนาฎศิลป์ไทย , การจัดแสดงสินค้าจากสภาสมาคมสตรีแห่งชาติ เป็นต้น

สำหรับการพิจารณาคัดเลือกสตรีไทยและเยาวสตรีไทยดีเด่น เนื่องในวันสตรีไทย ประจำปี 2569 นั้น ทางคณะกรรมการมีกระบวนการคัดเลือกเป็นไปตามหลักเกณฑ์และมีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กำหนด โดยต้องเป็นสตรีที่มีความสําเร็จในอาชีพหน้าที่การงาน สร้างชื่อเสียงเกียรติคุณ เป็นที่ยอมรับในสังคมโดยรวม มีจิตอาสา และช่วยเหลือผู้อื่นจนเป็นที่ประจักษ์