วันนี้ (29 กรกฎาคม 2569) นายศุภชัย ใจสมุทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรภูมิใจไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว กรณีที่มีนักวิชาการออกรายการทีวีกล่าวท้าทายว่า หากกลุ่ม “สว.ส้ม” ทำผิดหรือโกงการเลือกตั้ง สว. ก็ให้ไปร้องเรียนต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
นายศุภชัย ระบุว่า ความจริงแล้วต่อให้ไม่มีผู้ร้อง กกต. ก็มีอำนาจตามกฎหมายในการเริ่มสืบสวนหรือไต่สวนได้เอง แม้ไม่มีผู้ร้องเรียน หากมีเหตุอันควรสงสัยหรือมีข้อมูลปรากฏว่าการเลือกตั้งอาจไม่เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมโดยได้ยกฐานกฎหมายสำคัญตาม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2560 มาตรา 41 ซึ่งบัญญัติไว้ว่า “เมื่อมีเหตุอันควรสงสัยหรือความปรากฏต่อคณะกรรมการไม่ว่าโดยทางใด ไม่ว่าจะมีผู้แจ้งหรือผู้กล่าวหาหรือไม่… คณะกรรมการมีหน้าที่ต้องดำเนินการให้มีการสืบสวนหรือไต่สวนเพื่อแสวงหาข้อเท็จจริงและหลักฐานโดยพลัน”
สำหรับสาระสำคัญของมาตรา 41 ที่นายศุภชัย ชี้แจง มีดังนี้
1. ไม่จำเป็นต้องมีผู้ร้อง
กกต. อาจทราบเรื่องจากข่าวสาร สื่อมวลชน หน่วยงานของรัฐ รายงานของเจ้าหน้าที่ หรือข้อมูลอื่นใดก็ได้ *หากเห็นว่ามี “เหตุอันควรสงสัย” และมีข้อมูลเพียงพอ ก็มีหน้าที่ต้องเริ่มสืบสวนหรือไต่สวนเอง
2. เป็นหน้าที่ ไม่ใช่เพียงดุลพินิจ
กฎหมายใช้คำว่า “มีหน้าที่ต้องดำเนินการ” แสดงว่าหากมีเหตุอันควรสงสัย กกต. ไม่ควรเพิกเฉย หลักการนี้ได้รับการยืนยันทั้งจากตัวบทกฎหมายและแนวปฏิบัติของ กกต.
นอกจากนี้ นายศุภชัย ได้อธิบายคำว่า Ex officio power ว่าเป็นภาษาละติน หมายถึง “โดยอำนาจแห่งตำแหน่ง” หรือ “โดยอำนาจหน้าที่ของตนเอง” ซึ่งในทางกฎหมายหมายถึง อำนาจที่กฎหมายให้องค์กรหรือเจ้าหน้าที่รัฐดำเนินการได้เองโดยไม่ต้องมีผู้ร้อง ผู้กล่าวหา หรือผู้เสียหายมายื่นคำร้องก่อน โดยมีคำสำคัญคือ “ไม่ว่าจะมีผู้แจ้งหรือผู้กล่าวหาหรือไม่”
นายศุภชัย ระบุเพิ่มเติมว่า หาก กกต. เห็นกรณีการนัดชุมนุมของกลุ่ม “สว.ประชาชน” หรือ “สว.สีส้ม” กกต. ย่อมมีอำนาจตามกฎหมายนี้ในการสืบสวนไต่สวนว่า ผู้สมัคร 300 คนที่มาร่วมชุมนุม ใครเป็นคนจ่ายค่าจัดเลี้ยง ค่าเช่าห้องประชุม เดินทางมาอย่างไร ซื้อตั๋วเครื่องบินเองหรือมีคนจ่ายให้ พักที่ไหน ค่าน้ำมันรถมีคนจ่ายให้หรือไม่ ฯลฯ และกกต. ก็สามารถสืบสวนไต่สวน ไปได้ว่า ท่าน สว.กลุ่มท่าน เช่น ท่านเทวฤทธิ์หรือท่านอาจารย์นันทนา ได้รับการเลือกมาเป็น สว. มาตั้งแต่ระดับอำเภอจนถึงมาระดับประเทศนั้นมีกระบวนการ ฮั้ว (โกง) หรือไม่
พร้อมกันนี้ นายศุภชัย ได้เรียกร้องให้ กกต. รีบดำเนินการตามมาตรา 41 โดยเร็ว และทิ้งท้ายว่า หากอยากให้มีการยื่นคำร้อง ก็ยินดีจะจัดให้เนื่องจากมีหลักฐานพร้อม

