ศาสตราจารย์ ลู่ เค่อหลี่ (Lu Keli) จากภาควิชาสังคมนิยมวิทยาศาสตร์ สำนักวิชามาร์กซิสม์ศึกษา มหาวิทยาลัยประชาชนจีน (Renmin University of China) อธิบายแนวคิด “สังคมนิยมที่มีอัตลักษณ์จีน” (Socialism with Chinese Characteristics) ผ่านกรอบยุทธศาสตร์สำคัญของจีน ได้แก่ แผนบูรณาการห้าด้าน (Five-Sphere Integrated Plan) และ ยุทธศาสตร์การพัฒนาแบบครอบคลุมสี่ประการ (Four-Pronged Comprehensive Strategy) ซึ่งเป็นแนวทางหลักในการขับเคลื่อนประเทศจีนในยุคใหม่

ศาสตราจารย์ลู่กล่าวว่า การทำความเข้าใจพัฒนาการของจีนในปัจจุบัน จำเป็นต้องเข้าใจคำถามสำคัญ 3 ประการ ได้แก่
- จีนต้องการสร้างประเทศแบบใด
- จีนต้องการสร้างสังคมแบบใด
- พรรคการเมืองแบบใดที่จะนำพาประเทศไปสู่เป้าหมายดังกล่าว
เขาระบุว่า คำตอบของจีนคือการสร้าง “ประเทศสังคมนิยมสมัยใหม่ที่ยิ่งใหญ่” (A Great Modern Socialist Country) ซึ่งเป็นเป้าหมายระยะยาวที่จีนตั้งไว้ภายในปี 2050
จากสังคมนิยมแบบดั้งเดิมสู่ “เศรษฐกิจตลาดแบบสังคมนิยม”
ศาสตราจารย์ลู่กล่าวว่า หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้จีนสามารถพัฒนาเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว คือการสร้างแนวทางใหม่ที่เรียกว่า “เศรษฐกิจตลาดแบบสังคมนิยม” (Socialist Market Economy)
เขาอธิบายว่า หลังการปฏิรูปและเปิดประเทศในปี 1978 จีนไม่ได้ปฏิเสธกลไกตลาด แต่เลือกผสมผสานระหว่างหลักการสังคมนิยมกับกลไกตลาด เพื่อส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจและเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศ
“สิ่งที่เปลี่ยนแปลงหลังปี 1978 ไม่ใช่บทบาทการนำของพรรค แต่คือการนำกลไกตลาดมาใช้ในการพัฒนาเศรษฐกิจ” ศาสตราจารย์ลู่กล่าว
เขาย้ำว่า การนำของพรรคคอมมิวนิสต์จีน (CPC Leadership) ยังคงเป็นองค์ประกอบสำคัญของสังคมนิยมที่มีอัตลักษณ์จีน
Four Comprehensives ยุทธศาสตร์ 4 ประการสู่เป้าหมายจีนยุคใหม่

ศาสตราจารย์ลู่อธิบายว่า ยุทธศาสตร์การพัฒนาแบบครอบคลุมสี่ประการ (Four Comprehensives) เป็นกรอบสำคัญในการบริหารประเทศ ประกอบด้วย
- สร้างประเทศสังคมนิยมสมัยใหม่อย่างรอบด้าน
(Comprehensively Building a Modern Socialist Country) - ปฏิรูปอย่างลึกซึ้งและรอบด้าน
(Comprehensively Deepening Reform) - ส่งเสริมการบริหารประเทศตามหลักนิติธรรมอย่างรอบด้าน
(Comprehensively Advancing Law-Based Governance) - บริหารจัดการพรรคอย่างเข้มงวดและรอบด้าน
(Comprehensively Strengthening Party Self-Governance)
ศาสตราจารย์ลู่กล่าวว่า เดิมเป้าหมายแรกของยุทธศาสตร์นี้คือ การสร้างสังคมกินดีอยู่ดีระดับปานกลาง (Moderately Prosperous Society หรือ Xiaokang Society) ซึ่งจีนประกาศว่าบรรลุเป้าหมายแล้วในปี 2020
หลังจากนั้น จีนจึงปรับเป้าหมายแรกของยุทธศาสตร์เป็น การสร้างประเทศสังคมนิยมสมัยใหม่ เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายครบรอบ 100 ปีที่สองของประเทศ
Two Centenary Goals หมุดหมายสำคัญของการพัฒนาจีน
ศาสตราจารย์ลู่กล่าวว่า การพัฒนาของจีนเชื่อมโยงกับ เป้าหมายครบรอบ 100 ปีสองประการ (Two Centenary Goals)
เป้าหมายแรก คือการสร้างสังคมกินดีอยู่ดีระดับปานกลาง
ซึ่งจีนประกาศว่าบรรลุแล้วในปี 2020 ก่อนครบรอบ 100 ปีการก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์จีนในปี 2021
ส่วนเป้าหมายที่สอง คือการสร้างประเทศสังคมนิยมสมัยใหม่ที่มั่งคั่ง เข้มแข็ง เป็นประชาธิปไตย มีอารยธรรม และมีความกลมกลืน ซึ่งกำหนดเป้าหมายไว้ในช่วงปี 2049–2050 ตรงกับวาระครบรอบ 100 ปีการก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีน
Five-Sphere Integrated Plan พัฒนาจีนรอบด้าน
นอกจากยุทธศาสตร์ 4 ประการแล้ว ศาสตราจารย์ลู่ยังอธิบายถึง แผนบูรณาการห้าด้าน (Five-Sphere Integrated Plan) ซึ่งเป็นกรอบการพัฒนาประเทศในทุกมิติ ได้แก่
- ด้านเศรษฐกิจ
- ด้านการเมือง
- ด้านวัฒนธรรม
- ด้านสังคม
- ด้านระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม
เขากล่าวว่า แนวคิดนี้สะท้อนมุมมองของจีนที่มองว่าการพัฒนาประเทศไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเศรษฐกิจ แต่ต้องพัฒนาอย่างสมดุลทั้งสังคม วัฒนธรรม การเมือง และสิ่งแวดล้อม
ศาสตราจารย์ลู่ยกตัวอย่างการพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อม โดยกล่าวว่า คุณภาพอากาศของกรุงปักกิ่งดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับในอดีต หลังจากจีนดำเนินมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง

“ความมั่งคั่งร่วมกัน” ไม่ใช่การทำให้ทุกคนเท่ากัน
ในประเด็น Common Prosperity หรือความมั่งคั่งร่วมกัน ศาสตราจารย์ลู่กล่าวว่า จีนไม่ได้หมายถึงการทำให้ประชาชนทุกคนมีรายได้เท่ากันในเวลาเดียวกัน เพราะในโลกความเป็นจริง คนแต่ละกลุ่มมีจังหวะความสำเร็จแตกต่างกัน
ศ.ลู่ ยกตัวอย่างผู้ประกอบการจีนที่ประสบความสำเร็จ เช่น แจ็ค หม่า (Jack Ma) และ จาง อี้หมิง (Zhang Yiming) โดยกล่าวว่า บางคนอาจประสบความสำเร็จก่อน ขณะที่บางคนอาจตามมาภายหลัง แต่เป้าหมายระยะยาวคือการทำให้ประชาชนโดยรวมมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
“การนำของพรรค” หัวใจของสังคมนิยมแบบจีน
ศาสตราจารย์ลู่กล่าวว่า หากต้องการเข้าใจระบบการเมืองจีน สิ่งสำคัญคือการเข้าใจบทบาทของ พรรคคอมมิวนิสต์จีน
เขาอธิบายว่า ในแนวคิดของจีน พรรคมีบทบาทนำในการกำหนดทิศทางของประเทศ ขณะที่แนวคิดมาร์กซิสม์และสังคมนิยมถูกนำมาปรับใช้ภายใต้บริบทของจีน
เขายังกล่าวถึงความแตกต่างของแนวคิดในแต่ละยุค โดยระบุว่า
- เติ้ง เสี่ยวผิง เน้นว่าแก่นของสังคมนิยมคือการพัฒนากำลังการผลิตและการพัฒนาเศรษฐกิจ
- สี จิ้นผิง เน้นบทบาทการนำของพรรคและการสร้างสังคมนิยมที่มีอัตลักษณ์จีนในยุคใหม่

จีนกับเป้าหมายความทันสมัยในปี 2050
ศาสตราจารย์ลู่กล่าวว่า จีนกำหนดเส้นทางการพัฒนาระยะยาวไว้เป็นขั้นตอน
- ปี 2035
จีนตั้งเป้าบรรลุ “ความทันสมัยแบบสังคมนิยมขั้นพื้นฐาน” - ปี 2050
จีนตั้งเป้าสร้าง “ประเทศสังคมนิยมสมัยใหม่ที่ยิ่งใหญ่”
สำหรับกรอบแนวคิด Five-Sphere Integrated Plan และ Four-Pronged Comprehensive Strategy เป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนจีนไปสู่เป้าหมายดังกล่าว ภายใต้แนวคิด สังคมนิยมที่มีอัตลักษณ์จีนสำหรับยุคใหม่
ภาพ-ข่าว มณีนาถ อ่อนพรรณา / กรุงปักกิ่ง

