‘อนุทิน’ ซัดคนปล่อยข่าวแตกแยก ลั่นเป็นเรื่องภายในบ้าน ยันไม่มีปัญหากัน ไม่มีอะไรต้องเคลียร์ ‘พิพัฒน์-เนวิน’ บอกคบกันมานาน บอกนักวิเคราะห์ข่าวไม่รู้ข้อมูล สวนการศึกษาก็สำคัญ ทำให้คิดวิเคราะห์ได้
วันนี้ (28 ก.ค. 69) ที่กระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่เมื่อวานนี้ได้โพสต์ภาพถ่ายร่วมกับนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และ
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะแกนนำพรรคภูมิใจไทย ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว บรรยากาศเป็นอย่างไร มีการเคลียร์ใจกันเรียบร้อยแล้วหรือไม่
โดยนายอนุทินได้หัวเราะ พร้อมกล่าวว่า เดี๋ยวช่วยมาเทรนตนเองหน่อย เวลาตั้งคำถามให้มันแตกแยกกันแบบนี้ ทำไมต้องเคลียร์ใจ บอกให้ตนเองทราบหน่อยว่าทำไมจะต้องเคลียร์ใจ พร้อมถามอีกว่า “คุณอยู่ในบ้านผมเหรอ ถ้าไม่อยู่ก็ไม่ต้องถาม เป็นเรื่องในบ้าน รู้ได้อย่างไรว่าพวกผมเคลียร์ใจกัน แล้วมีเรื่องอะไรที่จะต้องเคลียร์ใจ อยู่กันมากี่ปีแล้ว อยู่กันมาตั้งแต่คุณยังไม่จบมหาวิทยาลัยเลย เพราะฉะนั้นนี่เป็นเรื่องในครอบครัวของผม เป็นเรื่องภายในของพรรคตน ไม่ใช่ธุระของใครที่จะต้องมานั่งรับทราบ”
ส่วนจะฝากอะไรถึงคนที่ออกมาปล่อยข่าวไม่ดีหรือไม่ นายอนุทินระบุว่าไม่ฝาก พร้อมย้ำว่าเป็นเรื่องของบ้านตนเอง สมมติถ้ามีปัญหาจริง ๆ ตนเองก็เคลียร์ในบ้านแค่นั้นเอง ซึ่งมันไม่เคยมี เพราะถ้ามันมี คงไม่ได้คบหากันมานานขนาดนี้ เราอยู่ด้วยความเป็นพี่เป็นน้องให้เกียรติซึ่งกันและกัน นักข่าวต้องไม่มาถามแบบนี้ บางทีมาถามตนเองคิดอย่างอื่นอยู่แล้วเผลอไปตอบ พวกคุณก็ไปพาดหัว เมื่อวานตอบอย่างก็ไปพาดหัวกันอีกอย่าง มันไม่ดีหรอก เราต้องเป็นนักข่าวที่มีคุณภาพและเป็นมืออาชีพ
สำหรับกรณีที่นางกรุณา ชิดชอบ ภรรยาของนายเนวิน โพสต์ข้อความแปลก ๆ นายอนุทินกล่าวว่า “แปลก ๆ อย่างไร เมื่อวานนี้เบาแล้ว พี่ต่ายผม โอ้โห แปลกตรงไหน”
ผู้สื่อข่าวจึงอธิบายต่อว่าเป็นการโพสต์ว่า “เหลี่ยมจัดก็ตัดทิ้ง ดีก็คบ ทรยศก็ตัดทิ้ง โตแล้วอย่าซับซ้อน” นายอนุทินจึงย้อนถามกลับว่า แล้วพูดผิดหรือไม่ คนที่ไม่ควรคบ คนที่ไม่จริงใจต่อกัน คนที่โกหกหลอกลวงพี่น้องประชาชน เอาความเท็จมาออกสื่อสาธารณะ หิวแสง ไม่มีข้อมูล ไม่มีอาชีพแล้วมาทำตัวเป็นนักวิเคราะห์ข่าวการเมืองทั้งหลาย คนเหล่านี้ไปให้ความเชื่อถือได้อย่างไร หลายคนยังเอาตัวไม่รอดเลย ดูกิจการแต่ละคน ปิดไปทีละเจ้าสองเจ้า แล้วจะไปเชื่อถือคนพวกนี้ คิดว่านักข่าวต้องวิเคราะห์ การศึกษาช่วยอย่างหนึ่งคือทำให้เราวิเคราะห์ได้

