นครบาลขยายผลรวบหนุ่มเวียดนามดีกรีวิศวะคอมพิวเตอร์ ผู้ต้องหาคนที่ 3 คดีซุกไอซ์ในมะขามเปียกส่งญี่ปุ่น พบรับหน้าที่ดูแลเว็บพนันกว่า 20 เว็บไซต์ พร้อมหลักฐานคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์จำนวนมาก ตำรวจเชื่อเชื่อมโยงขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติและแก๊งสแกมเมอร์ เร่งล่าตัวผู้ร่วมขบวนการรายอื่นเพิ่มเติม

พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และพล.ต.ต. ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ไปสอบปากคำ นายเหงียน ทิน เฮา ผู้ต้องหาชาวเวียดนาม พร้อมของกลาง คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์หลายรายการ หลังถูกจับกุมเนื่องจากไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติในคดีหลอกลวงหญิงชาวไทยให้หิ้วมะขามเปียกซุกซ่อนไอซ์ 2 กิโลกรัมไปประเทศญี่ปุ่น แต่เจ้าตัวเห็นผิดสังเกตจึงแจ้งให้ตำรวจไปตรวจสอบ จึงพบว่ามีไอซ์ซุกซ่อนอยู่ในพัสดุที่ฝากให้หิ้วไปส่ง
จากนั้นตำรวจได้ขยายผลไปจับกุมผู้ต้องหารายแรกคือ นายสมพงษ์ ซึ่งเป็นเจ้าของบัญชีธนาคาร 4 บัญชี ที่แก๊งค้ายาเสพติดข้ามชาติชาวเวียดนามใช้ในการโอนเงินและกดเงิน โดยนายสมพงษ์อ้างว่าเปิดบัญชีให้แฟนสาวชาวเวียดนามใช้ในการทำธุรกรรมทางการเงิน
ต่อมาตำรวจขยายผลจับกุมผู้ต้องหารายที่ 2 เป็นหญิงสาวชาวเวียดนาม ซึ่งเป็นคนกดเงินจากบัญชีชื่อนายสมพงษ์ ออกจากตู้เอทีเอ็ม
จนกระทั่งมาจับกุม นายเหงียน ทิน เฮา เป็นผู้ต้องหารายที่ 3 เนื่องจากพบว่าเป็นคนไปกดเงินจากบัญชีชื่อนายสมพงษ์ ออกจากตู้เอทีเอ็มเช่นเดียวกัน ซึ่งตำรวจยังพบว่านายเหงียน ทิน เฮา นั้นไม่ธรรมดา มีดีกรีเป็นถึงโปรแกรมเมอร์ จบการศึกษาวิศวะกรรมคอมพิวเตอร์ จากประเทศเวียดนาม โดยมีการเดินทางวนเวียนเข้าออกประเทศไทยหลายครั้ง โดยใช้วีซ่านักท่องเที่ยวซึ่งสามารถอยู่ในประเทศไทยได้ 60 วัน มาเช่าคอนโดมิเนียมย่านสาทรพักอาศัย ทำหน้าที่เขียนโปรแกรมและดูแลระบบเว็บพนัน ซึ่งอาจเชื่อมโยงกับแก๊งสะแกมเมอร์เวียดนาม

พลตำรวจโท สยาม เปิดเผยว่า ผู้ต้องหาชาวเวียดนามรายนี้ ได้ไปกดเงินที่ตู้เอทีเอ็ม เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคมที่ผ่านมา จากนั้นได้เดินทางออกนอกประเทศโดยเครื่องบิน ได้บินกลับเวียดนาม ในวันที่ 25 กรกฎาคม ก่อนจะเดินทางมาจากประเทศไทยอีกครั้งผ่าน สปป.ลาว เข้าทางจังหวัดนครพนม มายังกรุงเทพมหานคร
จากการตรวจค้นในห้องพัก พบโน๊ตบุ๊ก, โทรศัพท์, และหลักฐานอีกหลายราย ซึ่งตรงกับที่สันนิษฐานไว้ว่าผู้ต้องหารายนี้เป็นกลุ่มองค์กรอาชญากรรมที่ใช้ไทยเป็นฐานกระทำความผิดส่งยาเสพติดไปต่างประเทศ และยังเป็นแอดมินดูแลระบบเว็บพนันออนไลน์ของเวียตนาม 20 เว็บไซต์ โดยมีบอสใหญ่เป็นคนเวียดนามอยู่ในเมืองโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม และนครดูไบประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งหลังจากจับกุมผู้ต้องหารายนี้ได้มีการสั่งปิดระบบในโทรศัพท์ของผู้ต้องหา

โดยผู้ต้องหาให้การภาคเสธว่า เป็นคนไปกดเงินที่ตู้เอทีเอ็มจริง แต่เป็นเงินค่าจ้างในการดูแลเว็บพนัน ไม่ได้เกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติดแต่อย่างใด แต่ตำรวจไม่ปักใจเชื่อ คาดว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติและอาจเกี่ยวข้องกับแก๊งสะแกมเมอร์ด้วย ซึ่งอยู่ระหว่างขยายผลถึงผู้ที่เกี่ยวข้อง เพราะเชื่อว่ามีการหลอกให้คนรับหิ้วขนยาเสพติดไปในหลายประเทศ
ส่วนคดีที่มีหญิงไทยถูกจับกุมที่ประเทศญี่ปุ่น เพราะพบว่ามีการซุกไอซ์ใส่ซองกาแฟ ซึ่งญาติได้ไปแจ้งความที่ สภ. บางบัวทอง และได้ร้องขอความเป็นธรรมกับสื่อมวลชน ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องนั้น มีความเชื่อมโยงกับคดีซุกไอซ์ในมะขามเปียกของ สน. บางยี่ขัน หรือไม่นั้น ต้องตรวจสอบก่อนว่าเป็นกลุ่มเดียวกันหรือไม่ ซึ่งได้ประสานไปยังกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 แล้ว

