‘ศิริกัญญา’ ชี้งบฯ 70 ยังมีช่องโหว่ แม้รัฐบาลตัดงบแล้ว พบโครงการซ้ำซ้อนเพียบ เจอโครงการ Cloud ซ้ำ ครุภัณฑ์ราคาเกินจริงหลายหน่วยงาน เตรียมหั่นงบเพิ่ม เตือนจับตาโครงการโซลาร์บาดาล 6,500 ล้าน เสี่ยงซ้ำรอยปัญหาทุจริต
วันที่ 24 กรกฎาคม 2569 ที่อาคารรัฐสภา ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน ถึงภาพรวมและทิศทางในอนาคตของ ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 ในความเห็นของพรรคประชาชน หลังจากที่มีการพิจารณาในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ 2570 ผ่านไป 3 สัปดาห์
.
โดยศิริกัญญาระบุว่า ขณะนี้การพิจารณางบประมาณดำเนินมาได้ประมาณ 3 สัปดาห์แล้ว สำหรับห้องประชุมใหญ่ได้พิจารณาไปเกือบครึ่งทาง บรรยากาศในปีนี้ค่อนข้างคึกคัก เพราะเปิดให้ประชาชนติดตามการประชุมผ่านการถ่ายทอดสดตั้งแต่ต้น ทำให้สังคมให้ความสนใจกับการพิจารณางบประมาณมากขึ้น และเนื่องจากรัฐบาลได้ปรับลดงบประมาณของหลายหน่วยงานไปแล้วตั้งแต่ต้น การพิจารณาในห้องใหญ่จึงเน้นการอภิปรายเชิงนโยบายเป็นหลัก
.
อย่างไรก็ตาม จากเดิมที่คาดว่าชั้นอนุกรรมาธิการอาจไม่จำเป็นต้องตัดงบเพิ่มเติมมากนัก แต่เมื่อเริ่มพิจารณารายละเอียดในสัปดาห์นี้ กลับพบว่าหลายโครงการยังมีราคาสูงผิดปกติ และมีการของบประมาณซ้ำซ้อนกันอยู่จำนวนมาก เช่น ปีนี้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้รับงบเพิ่มขึ้นประมาณ 30% โดยส่วนใหญ่เป็นงบสำหรับระบบ Cloud กลางของภาครัฐ มูลค่าราว 5,000 ล้านบาท ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อรวมการจัดเก็บข้อมูลของหน่วยงานต่างๆ มาไว้ที่ส่วนกลาง
.
แต่เมื่อตรวจสอบรายละเอียด กลับพบว่าหลายหน่วยงานยังคงของบเพื่อซื้อหรือเช่า Cloud แยกต่างหาก ทำให้เกิดความซ้ำซ้อน อนุกรรมาธิการจึงกำหนดให้หน่วยงานที่ของบลักษณะนี้ต้องนำหนังสือรับรองจากกระทรวงดีอีมายืนยันว่าไม่ซ้ำกับระบบ Cloud กลาง และระบบดังกล่าวไม่สามารถรองรับความต้องการของหน่วยงานได้จริง
.
ศิริกัญญากล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ยังพบปัญหาในหน่วยงานที่ให้บริการประชาชน เช่น กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) งบสวัสดิการที่ควรถึงมือประชาชนถูกปรับลด แต่กลับมีการตั้งงบด้านการบริหารเพิ่มขึ้น เช่น กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ มีโครงการจัดตั้ง Data Center พร้อมรายการจัดซื้อที่มีราคาสูงเกินจริง ไม่ว่าจะเป็นประตูหนีไฟราคาประมาณ 200,000 บาท ชุดสำรองไฟราคา 800,000 บาท หรือเก้าอี้สำนักงานราคาตัวละ 15,000 บาท ซึ่งรายการเหล่านี้จำเป็นต้องถูกตรวจสอบและพิจารณาปรับลด
.
“แม้อนุกรรมาธิการเพิ่งเริ่มพิจารณารายละเอียดได้เพียงสัปดาห์เดียว แต่ก็พบความผิดปกติจำนวนมาก สะท้อนว่าแม้รัฐบาลจะบอกว่าปรับลดงบประมาณไปมากแล้ว แต่เมื่อพิจารณาในระดับโครงการ ยังพบรายการที่มีราคาสูงเกินจริงอยู่หลายแห่ง” ศิริกัญญากล่าว
.
ศิริกัญญากล่าวถึงงบกลาง 12,000 ล้านบาทว่า เป็นมาตราแรกๆ ที่ กมธ. ได้มีการพิจารณา ขณะนี้ได้รับข้อมูลข้อเท็จจริงเพิ่มเติมแล้ว แต่จะกลับมาพิจารณาอีกครั้งหลังการพิจารณางบประมาณทุกมาตราเสร็จสิ้น กมธ.ฝ่ายรัฐบาลบางส่วนก็เห็นตรงกันว่าหากพบความซ้ำซ้อนจริง ก็สามารถปรับลดงบประมาณได้ จึงต้องติดตามผลการพิจารณาในช่วงท้ายอีกครั้ง
.
ขณะที่ในส่วนของกระทรวงมหาดไทย แม้กรมโยธาธิการและผังเมืองจะถูกปรับลดงบบางส่วนแล้ว แต่ยังพบข้อสังเกตว่าโครงการที่เหลือมีลักษณะกระจายงานให้ผู้รับเหมาชั้นพิเศษ ขณะเดียวกันก็เว้นพื้นที่ให้ผู้รับเหมาชั้นรองสามารถเลื่อนชั้นได้ ซึ่งควรตรวจสอบว่ามีความผิดปกติหรือไม่
.
ศิริกัญญาตั้งข้อสังเกตต่อว่า การที่หลายหน่วยงานมีรายได้นอกงบประมาณอยู่แล้ว แต่ยังขอรับการสนับสนุนจากงบประมาณแผ่นดินเพิ่มเติม ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ หลักสูตรผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเปิดอบรมปีละประมาณ 200-300 คน เก็บค่าอบรมสูงถึงประมาณ 200,000 บาทต่อคน ทำให้มีรายได้หลายสิบล้านบาทต่อปี แต่ยังของบประมาณจากรัฐเพิ่มเติม
.
ทั้งที่เคยมีการตั้งข้อสังเกตเรื่องนี้มาตั้งแต่ปีงบประมาณก่อนแล้ว หลายหลักสูตรมีค่าใช้จ่ายสูง แต่ผู้เข้าอบรมจำนวนมากกลับไม่ได้เลื่อนตำแหน่งก่อนเกษียณ จึงเป็นการใช้งบประมาณที่ไม่มีประสิทธิภาพ และยังเป็นการโยกงบประมาณจากหน่วยงานหนึ่งไปสนับสนุนอีกหน่วยงานหนึ่งผ่านการจัดหลักสูตรอีกด้วย
.
ศิริกัญญากล่าวถึงโครงการก่อสร้างศูนย์ราชการกระทรวงมหาดไทย โดยระบุว่าโครงการนี้เป็นงบผูกพันที่ล่าช้ามาตั้งแต่ระยะแรก เดิมเกิดจากผู้รับเหมาที่เสนอราคาต่ำกว่าราคากลางมากจนไม่สามารถส่งมอบงานได้ตามกำหนด ซึ่งปลัดกระทรวงมหาดไทยก็เคยชี้แจงเรื่องนี้ไว้ และล่าสุดยังพบปัญหาสภาพคล่องของบริษัทผู้ควบคุมงาน ทำให้โครงการมีแนวโน้มล่าช้าออกไปอีก
.
ทั้งที่เดิมตั้งเป้าแล้วเสร็จในปี 2569 แต่ปัจจุบันมีความคืบหน้าเพียงประมาณหนึ่งในสาม แม้จะขยายเวลาก่อสร้างออกไปอีกหนึ่งปี ก็ไม่น่าจะแล้วเสร็จทัน ผลกระทบคือหน่วยงานต่างๆ ที่ยังใช้อาคารเดิม จำเป็นต้องของบประมาณมาปรับปรุงอาคารเพิ่มเติมระหว่างรอโครงการใหม่แล้วเสร็จ ทำให้เกิดค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อนอีก
.
ศิริกัญญากล่าวต่อถึงกรณีการอนุมัติงบกลางประมาณ 6,500 ล้านบาท สำหรับโครงการน้ำบาดาลพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้ง โดยระบุว่า ในสถานการณ์ที่งบประมาณมีจำกัดและรัฐบาลต้องโอนงบประมาณมารองรับรายจ่ายจำเป็น กลับยังมีการอนุมัติโครงการขนาดใหญ่ลักษณะนี้ จึงน่ากังวลว่าจะซ้ำรอยโครงการบริหารจัดการน้ำในปี 2568 ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เคยชี้ว่ามีความเสี่ยงต่อการทุจริต และรัฐบาลต้องยกเลิกบางโครงการในเวลาต่อมา
.
ขณะนี้ร่าง TOR อยู่ระหว่างการเปิดรับฟังความคิดเห็น จึงอยากเชิญชวนผู้ที่มีความรู้ช่วยตรวจสอบว่ามีการกำหนดคุณลักษณะเฉพาะหรือเงื่อนไขที่เอื้อประโยชน์ให้เอกชนรายใดหรือไม่ เพราะโครงการนี้เกี่ยวข้องทั้งระบบน้ำบาดาล ระบบโซลาร์เซลล์ อุปกรณ์ไฟฟ้า และอินเวอร์เตอร์ ซึ่งมีความซับซ้อน
.
ศิริกัญญากล่าวทิ้งท้ายว่า งบประมาณของประเทศมีอยู่อย่างจำกัด ขณะเดียวกันรัฐบาลยังมีภาระรายจ่ายจำนวนมาก ทั้งคดีคลองด่าน โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม และมาตรการช่วยเหลือประชาชนด้านอื่นๆ จึงน่าตั้งคำถามว่าเหตุใดรัฐบาลจึงเลือกใช้งบกลางกว่า 6,500 ล้านบาทกับโครงการนี้ ทั้งที่กรมชลประทานเพิ่งถูกตัดงบประมาณไปประมาณ 7,000 ล้านบาท จึงสะท้อนถึงความไม่สอดคล้องในการจัดลำดับความสำคัญของงบประมาณในปีนี้ิ

