“อนุทิน” มอบนโยบายความมั่นคง สั่งยกระดับการป้องกันปราบปรามภัยคุกคาม ดูแลประชาชน ดันยาเสพติดเป็นสาระเร่งด่วน

2

สวนนงนุชพัทยา จังหวัดชลบุรี, วันที่ 22 กรกฎาคม – นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมมอบนโยบาย “การขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านความมั่นคงตามนโยบายรัฐบาลในพื้นที่จังหวัดชลบุรี” โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม นายอนุทินระบุว่า สถานการณ์ภัยคุกคามในปัจจุบันมีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนและความเชื่อมั่นต่อการบังคับใช้กฎหมายของภาครัฐ โดยรัฐบาลให้ความสำคัญกับการป้องกันและปราบปรามภัยคุกคามทุกรูปแบบ ขณะที่จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวและศูนย์กลางเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ จำเป็นต้องยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยและการป้องกันอาชญากรรมให้เป็นต้นแบบ โดยรัฐบาลพร้อมสนับสนุนการปฏิบัติงานของทุกหน่วยงานอย่างเต็มที่

โดยนายกรัฐมนตรีได้มอบนโยบายการขับเคลื่อนงานด้านความมั่นคงใน 3 มิติ ได้แก่ 1. การป้องกัน ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนการทำงานร่วมกับฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจ และทุกภาคส่วน เชื่อมโยงข้อมูล วิเคราะห์สถานการณ์ และวางแผนเชิงรุก พร้อมอาศัยความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายในพื้นที่เฝ้าระวังและป้องกันปัญหายาเสพติด อาชญากรรมทางเทคโนโลยี และกลุ่มผู้มีอิทธิพลอย่างเป็นระบบ โดยยึดเป้าหมาย “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข พิทักษ์สันติราษฎร์ พิฆาตยาเสพติด พิชิตอันธพาล”

2. การปราบปราม ให้ทุกหน่วยงานดำเนินการอย่างจริงจัง เด็ดขาด และต่อเนื่อง ยึดหลักหลักนิติธรรม และความเสมอภาคทางกฎหมาย พร้อมถือการแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นวาระเร่งด่วน เดินหน้าปราบปรามยาเสพติดผ่านปฏิบัติการ “Operation 90 Days พิฆาตยาเสพติด” อย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง ควบคู่กับการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ สแกมเมอร์ เว็บพนันออนไลน์ การหลอกลวงผ่านช่องทางดิจิทัล ธุรกิจนอมินี อาวุธปืน และธุรกิจผิดกฎหมาย โดยเร่งสืบสวน ขยายผล ตัดเส้นทางการเงินของเครือข่ายอาชญากรรม และดำเนินคดีกับผู้บงการและผู้สนับสนุนตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด

3. การช่วยเหลือประชาชน ให้ทุกหน่วยยกระดับการให้บริการประชาชน โดยให้ศูนย์ดำรงธรรมเป็นกลไกหลักในการรับเรื่องร้องเรียนและติดตามการแก้ไขปัญหา พร้อมยกระดับการให้บริการของสถานีตำรวจทุกแห่ง เพิ่มประสิทธิภาพการรับแจ้งเหตุ การจัดกำลังสายตรวจ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที

นายอนุทินกล่าวว่า นอกจากนี้ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ร่วมมือกันเพื่อเร่งรัดการคลี่คลายคดีที่มีความซับซ้อนและนำผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอย่างมีประสิทธิภาพ

“จังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ถือเป็นพื้นที่สำคัญทั้งด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และการลงทุนของประเทศ ดังนั้น เราจำเป็นต้องร่วมกันยกระดับมาตรการด้านความมั่นคง ควบคู่กับการดูแลคุณภาพชีวิตของประชาชน เพื่อสร้างความปลอดภัย ความเชื่อมั่น และเสริมสร้างศักยภาพของพื้นที่ให้มีความพร้อมในการรองรับนักท่องเที่ยว การลงทุน และการเติบโตทางเศรษฐกิจ” นายกรัฐมนตรี ย้ำ