ทุกครั้งที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต้องเปลี่ยนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.)สื่อมวลชนทุกสำนักให้ความสำคัญเป็นพิเศษ พร้อมใจกันนำเสนอทั้งข่าวความเคลื่อนไหว บทวิเคราะห์ รวมถึงประวัติของรอง ผบ.ตร.ที่มีชื่อติดโผแคนดิเดต เพราะเป็นตำแหน่งสำคัญที่ประชาชนและตำรวจกว่า 2 แสนนาย ให้ความสนใจ เนื่องจากเกี่ยวพันกับชีวิตประจำวันในทุกๆด้าน

สำนักข่าวไทยแทบลอยด์ ได้นำเสนอแบบเกาะติดมาโดยตลอดทั้งผ่านคอลัมน์ประจำ และสกู๊ปพิเศษได้นำเสนอประวัติแคนดิเดตทั้งสี่นาย มีคุณสมบัติครบถ้วนตามกฎหมายกำหนด แต่ถ้าจับความเคลื่อนไหวโค้งสุดท้ายก่อนถึงวันที่ 22 กรกฎาคม ที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีในฐานะประธานคณะกรรมข้าราชการตำรวจ(ก.ตร.) นัด ก.ตร.โหวตเลือก ผบ.ตร.คนใหม่ จะพบว่ามีทั้งข่าวลือข่าวปล่อยหลายกระแสมีทั้งใส่ร้ายและเชียร์
บางกระแสถึงขั้นปล่อยข่าวว่า อดีต ผบ.ตร.บางคนเดินหน้าเต็มสูบ ระดมเงินสีเทาจากกลุ่มธุรกิจใต้ดิน ประเคนให้บ้านใหญ่หวังดัน 1 ใน 4 แคนดิเดตที่เป็นลูกน้องใกล้ชิด ผงาดนั่งเจ้าสำนักปทุมวัน ซึ่งข่าวลือลักษณะนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้งที่มีการโหวตเลือก ผบ.ตร. แต่จะเป็นข่าวจริงหรือข่าวปลอม ให้ดูผลจากการโหวตเลือก ก่อนที่ถึงการลงมติ จะมีขั้นตอนนอกรอบเริ่มจาก นายกรัฐมนตรี จะเรียก ผบ.ตร.หารือถึงคุณสมบัติของ รองผบ.ตร.และจเรตำรวจแห่งชาติ ว่าใครเหมาะสม ซึ่ง ผบ.ตร.อาจจะเสนอทั้งสี่นายหรืออาจจะเสนอชื่อใครเป็นพิเศษ เพื่อให้นายกรัฐมนตรี พิจารณา แต่บางปีนายรัฐมนตรี รับทราบแค่คุณสมบัติเพราะมีชื่อในมือมาจากบ้านแล้ว
หลังนั้นมาห้องประชุมนายกรัฐมนตรีนั่งโต๊ะทำหน้าที่ประธาน ก.ตร. ซึ่งได้ชื่อใว้ในใจเรียบร้อยแล้ว นำเสนอเข้าสู่ประชุม ก.ตร. ถ้าชื่อถูกนำเสนอไปตามขั้นตอนกฎหมายทั้งอาวุโส ผลงาน เป็นที่ยอมรับ ก.ตร.จะโหวตให้ผ่านแบบฉลุยแต่ถ้าคุณสมบัติกำกึ่ง สังคมแคลงใจ ก.ตร.จะอภิปรายทักท้วงก่อนลงมติ
ถ้าชื่อที่นายกรัฐมนตรีนำเสนอไม่ผ่านความเห็นชอง ทางนายกรัฐมนตรีจะต้องนำไปกลับพิจารณาเสนอชื่อคนใหม่ที่คุณสมบัติเด่นสุดเข้ามา แต่ถ้ายังเสนอคนเดิมที่โหวตไม่ผ่านรอบแรก ส่วนใหญ่นายรัฐมนตรีจะขอเลื่อนการประชุมออกไปแล้วนัดประชุมใหม่ในวันถัดไปหรือสัปดาห์ถัดไป
หากมองถึงบทบาทในการเลือกเจ้าสำนักปทุมวัน ถือว่า ก.ตร.มีบทบาทสูงสุด เพราะเป็นด่านสุดท้ายที่ต้องโหวตเลือก ถ้าเสียงส่วนใหญ่ไม่ผ่านชื่อที่นายกรัฐมนตรีเสนอมา ต้องกลับไปทบทวนใหม่ จนกว่าเสียงส่วนใหญ่ของ ก.ตร.จะเห็นชอบ ถ้าดูตามเจตนารมณ์ของกฎหมายตำรวจไม่ว่าจะเป็นฉบับเก่าหรือฉบับ 2565 การมี ก.ตร.ไว้เพื่อคานอำนาจกับนายกรัฐมนตรีและผบ.ตร.ที่สำคัญช่วยเป็นปากเป็นเสียงแทนตำรวจที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการแต่งตั้งโยกย้ายหรือถูกกลั่นแกล้งจากผู้บังคับบัญชา
โครงสร้างของ ก.ตร.ตามกฎหมายตำรวจฉบับใหม่บัญญัติไว้ว่า นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ก.ตร. ผบ.ตร. เป็นรองประธาน กรรมการโดยตำแหน่งประกอบด้วย เลขาธิการ ก.พ. เลขาธิการ ก.พ.ร. รอง ผบ.ตร. 5 คน(ตามลำดับอาวุโส) จเรตำรวจแห่งชาติ ผู้ทรงคุณวุฒิ 6 คน แยกประเภท ก. 3 คน มีคุณสมบัติเคยดำรงตำแหน่งระดับผู้บัญชาการ(ผบช.)ขึ้นไป และพ้นจากความเป็นตำรวจอย่างน้อย 1 ปี และ ข.คุณสมบัติไม่เคยเป็นข้าราชการตำรวจมาก่อน
ผู้ทรงคุณวุฒิทั้ง 6 คน ต้องผ่านการเลือกตั้งจากตำรวจระดับรองผู้กำกับการขึ้นไป มีวาระดำรงตำแหน่ง 4 ปี ดำรงตำแหน่งเพียงวาระเดียว
สำหรับ ก.ตร.โดยตำแหน่ง ชุดปัจจุบันประกอบด้วย นายอนุทิน พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. รองผบ.ตร.ประกอบด้วย พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี พล.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร พล.ต.อ.สำราญ นวลมา พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประสิทธิ์ จเรตำรวจแห่งชาติ นายปิยวัฒน์ ศิริรักษ์ เลขาธิการ ก.พ.และน.ส.อ้อนฟ้า เวชชาชีวะ เลขาธิการ ก.พ.ร.
ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ ประกอบด้วย พล.ต.อ.วินัย ทองสอง พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม. นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย นายประทิต สันติประภพ อดีตรองอธิการบดี มาหวิทยาลัยอัสสัมชัญ ดร.ศุภชัย ยาวะประภาษ คือ คณบดีสถาบันรัฐประศาสนศาสตร์และนโยบายสาธารณะ ม.รังษิต
การโหวตเลือก ผบ.ตร. แทน พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ จะมีขึ้นในวันที่ 22 กรกฎาคม มีแคนดิเดตทั้งหมด 4 นาย เรียงตามลำดับอาวุโส พล.ต.อ.นิรันดร ,พล.ต.อ.ธัชชัย พล.ต.อ.สำราญ และพล.ต.อ.อิทธิพล ก่อนการประชุมนายอนุทิน อาจจะหารือกับ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ว่าจะเสนอใครเป็น ผบ.ตร. หรือจะเป็นเชื่อที่นายอนุทินเลือก นำเสนอเข้าที่ประชุม ก.ตร. ก่อนที่จะเสนอชื่อให้ที่ประชุมลงมติ รอง ผบ.ตร.ที่เป็นแคนดิเดตทั้ง 4 นายซึ่งเป็น ก.ตร.โดยตำแหน่ง ต้องออกจากที่ประชุมเพราะมีส่วนได้เสีย
ดังนั้นในวันที่ 22 กรกฎาคม ต้องจับตาดูกันตั้งแต่ขั้นตอนแรกว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ หารือนอกรอบเสนอแนชื่อใครเป็นพิเศษ นายอนุทินจะตอบรับตามที่เสนอหรือจะปฏิเสธเพราะมีชื่อที่เขียนมาจากบ้านแล้ว เมื่อนายอนุทิน นำเสนอให้ก.ตร.ลงมติ จะมีการแสดงความเห็นคัดค้านเพราะไม่ได้ยึดหลักเกณฑ์อย่างเคร่งครัดตามระบบคุณธรรมที่ใช้หลักอาวุโสนำหรือไม่ ? ล้วนต้องติดตาม เพราะผลโหวตจะเป็นดัชนีวัดระบบคุณธรรมของ ก.ตร.
แต่เชื่อว่าผลจะลงเอยได้ ผบ.ตร.คนใหม่ ตามที่นายกรัฐมนตรีเสนอ เพราะ ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิทั้ง 6 คน โหวตเลือก ผบ.ตร.ตามที่นายกรัฐมนตรีเสนอมาแล้วถึงสองคน !!!
ทีมข่าว กระบวนการยุติธรรม รายงาน

