กรณีคดีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (สถ.) ภายหลังมีการจับกุมผู้ต้องหา 3 ราย ได้แก่ จ่าสิบตรี ดร.พิชิต ทั้งพรม หรือ “จ่าพิชิต” ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และงบประมาณ เทศบาลเมืองวิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์, นายอัศวิน โชติพนัง หรือ “ดร.วิน” ที่ปรึกษาผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและฝึกอบรม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ น.ส.ศตพร ธนพชรโภคิน ซึ่งถูกนำตัวฝากขังต่อศาลแล้วทั้งหมด ตามที่เป็นข่าวไปแล้วนั้น
ความืบหน้า วันที่ 16 ก.ค. ที่กองปราบปราม พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. เปิดเผยว่า จากการสอบสวนจ่าพิชิต ยังให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และไม่ให้ความร่วมมือในการสอบสวน แม้แต่คำถามเกี่ยวกับข้อมูลส่วนตัวก็ไม่ยอมตอบ ขณะที่ดร.วินแม้จะให้การปฏิเสธเช่นกัน แต่ก็ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี โดยระบุว่าตนเองและน.ส.ศตพร มีหน้าที่รับไฟล์ข้อมูลข้อสอบจากจ่าพิชิต ก่อนนำไปส่งต่อให้บุคคลภายในบ้านพักที่ถูกตรวจค้นในพื้นที่ อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี เพื่อทำการแก้ไขข้อมูล อย่างไรก็ตาม การตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายทั้ง 9 จุด ยังไม่พบพยานหลักฐานเพิ่มเติมที่เป็นประโยชน์ต่อคดี
สำหรับแนวทางการดำเนินคดีหลังจากนี้ พนักงานสอบสวนจะหารือผู้บังคับบัญชาเพื่อเสนอออกหมายเรียกบุคคลที่อยู่ภายในบ้านหลังดังกล่าวรวม 15 ราย มารับทราบข้อกล่าวหา แต่การดำเนินการจะต้องรอความชัดเจนจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่าจะมอบหมายให้ตำรวจดำเนินการในส่วนนี้หรือไม่
พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ กล่าวอีกว่า ส่วนผู้ที่สอบผ่านและได้รับการบรรจุเข้ารับราชการกว่า 5,000 ราย ทางเจ้าหน้าที่มีแผนเรียกตัวมาสอบปากคำทั้งหมด โดยอาจเสนอให้ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มีคำสั่งให้ตำรวจในพื้นที่ทั่วประเทศร่วมดำเนินการสอบสวนตามประเด็นที่กำหนด ก่อนรวบรวมผลส่งให้ส่วนกลางพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ผบก.ป. กล่าวด้วยว่า ในส่วนที่กองปราบปรามรับผิดชอบ ได้เร่งรัดการสืบสวนจนสามารถจับกุมผู้ต้องหาตัวการสำคัญได้ภายในเวลาเพียง 17 วัน ซึ่งได้รับความพึงพอใจจากนายกรัฐมนตรี และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ อย่างไรก็ตาม คดีหลักยังอยู่ในความรับผิดชอบของ ป.ป.ช. และหาก ป.ป.ช. ประสงค์ให้ตำรวจเข้าร่วมสนับสนุนการดำเนินคดี กองปราบปรามก็พร้อมให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่อีกด้วย

