หน้าแรกกระบวนการยุติธรรมแจ้ง 3 ข้อหาหนัก "หมวดนัท" ปมแต่งกายคล้ายทหารป่วนที่เกิดเหตุไฟไหม้โรงเบียร์

แจ้ง 3 ข้อหาหนัก “หมวดนัท” ปมแต่งกายคล้ายทหารป่วนที่เกิดเหตุไฟไหม้โรงเบียร์

จากกรณีเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ชื่อดังย่านลาดพร้าว แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งต่อมาได้ปรากฏภาพของ ว่าที่ร้อยโท ชิตพงศ์ ขัตตพงษ์ หรือที่รู้จักกันในนาม “หมวดนัท” แต่งกายคล้ายเครื่องแบบทหารเข้าไปในพื้นที่เกิดเหตุ พร้อมทั้งให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนจนนำไปสู่การบิดเบือนข้อเท็จจริงและสร้างความเข้าใจผิดให้แก่สาธารณชนนั้น ความคืบหน้าล่าสุดในคดีนี้ เมื่อค่ำวันที่ 15 กรกฎาคม “หมวดนัท” ได้ประสานงานเดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.สราวุธ บุตรดี ผู้กำกับการ (สอบสวน) กองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บก.สส.บช.น.) ณ สถานีตำรวจนครบาลพหลโยธิน เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาอย่างเป็นทางการ โดยพนักงานสอบสวนระบุว่าการเดินทางมาครั้งนี้เป็นการติดต่อขอมอบตัวด้วยตนเอง หลังจากที่เจ้าตัวได้เห็นกระแสข่าวของตนเองถูกนำเสนอผ่านสื่อต่าง ๆ อย่างกว้างขวาง

ต่อมาเมื่อเวลา 10.50 น. ของวันที่ 16 กรกฎาคม พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ได้เปิดเผยถึงความคืบหน้าทางคดีว่า ภายหลังผู้ต้องหาเดินทางเข้ามาแสดงตนตามขั้นตอนของกฎหมาย พนักงานสอบสวนจึงได้พิจารณาปล่อยตัวชั่วคราว โดยในชั้นสอบสวนนั้น “หมวดนัท” ได้ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และแจ้งความประสงค์ที่จะจัดส่งคำให้การเพิ่มเติมเป็นลายลักษณ์อักษรในภายหลัง ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาดำเนินคดีรวมทั้งสิ้น 3 ข้อหาหลัก ได้แก่ ข้อหาแสดงตนเป็นเจ้าพนักงานและกระทำการเป็นเจ้าพนักงานโดยที่ตนเองไม่ได้มีอำนาจหน้าที่นั้น ข้อหามีและใช้ซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต และข้อหาแจ้งข้อความเท็จจนเป็นเหตุให้ประชาชนตื่นตกใจ ส่วนของกลางอื่น ๆ ที่ตรวจยึดได้ อาทิ เสื้อเกราะและหมวกเกราะ ขณะนี้ยังคงอยู่ระหว่างขั้นตอนการส่งตรวจพิสูจน์ทางเทคนิคเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าผู้ต้องหาจะให้การปฏิเสธในข้อหามีและใช้วิทยุสื่อสารโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่ทางพนักงานสอบสวนยืนยันว่าได้ทำการรวบรวมพยานหลักฐานเชิงประจักษ์ไว้ประกอบสำนวนอย่างหนาแน่นและรัดกุมที่สุด โดยมีการเก็บรวบรวมคลิปวิดีโอและถอดเทปบันทึกถ้อยคำจากการแถลงข่าวร่วมกับ นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ “กัน จอมพลัง” ซึ่งในวันดังกล่าวตัวผู้ต้องหาเคยยอมรับต่อสื่อมวลชนเองว่าได้ซื้อวิทยุสื่อสารเครื่องดังกล่าวมาจากย่านคลองถม ซึ่งหลักฐานชิ้นสำคัญนี้จะถูกนำไปบรรจุไว้ในสำนวนเพื่อใช้หักล้างคำให้การในชั้นศาล โดยทางตำรวจยืนยันว่าจะดำเนินการสั่งฟ้องผู้ต้องหารายนี้ครบทั้ง 3 ข้อหาตามกระบวนการยุติธรรมอย่างแน่นอน

นอกจากนี้ จากการขยายผลตรวจสอบประวัติอาชญากรรมของ “หมวดนัท” พบว่าเจ้าตัวไม่เคยมีประวัติการกระทำความผิดทางอาญา หรือเคยถูกดำเนินคดีในข้อหาที่เกี่ยวข้องกับการแต่งเครื่องแบบทหารมาก่อน โดยประวัติที่ปรากฏในระบบสารสนเทศของสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีเพียงการตกเป็นผู้เสียหายหรือเจ้าทุกข์ ที่เคยเดินทางไปแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับบุคคลอื่นในข้อหาหมิ่นประมาท จากกรณีที่ถูกนำภาพถ่ายไปโพสต์ลงในสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งเคยแจ้งความไว้ที่สถานีตำรวจนครบาลบางยี่ขันและสถานีตำรวจนครบาลดุสิตเท่านั้น ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบย้ำว่าจะดำเนินการตามกรอบของกฎหมายอย่างเคร่งครัด ตรงไปตรงมา และจะรายงานความคืบหน้าของคดีให้ประชาชนได้รับทราบเป็นระยะต่อไป

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img