“ผบช.ทท.”สั่งบุกรวบ 7 ต่างชาติ!แฝงตัวคลองสามวา–โอเวอร์สเตย์ทะลุพันวัน

8

ตำรวจท่องเที่ยวเปิดปฏิบัติการบุกคลองสามวา รวบชายต่างชาติ 7 ราย หลังชุดสืบสวนแกะรอยพบแฝงตัวในพื้นที่ ไม่มีงาน–ที่พักไม่เป็นหลักแหล่ง ตรวจประวัติถึงกับเจอ 4 ราย “โอเวอร์สเตย์” ยาวเหยียด สูงสุด 1,052 วัน อีก 3 รายไม่พบเอกสารประจำตัวหรือข้อมูลการเดินทางเข้าประเทศ “ผบช.ทท.” กำชับทุกหน่วยกวาดล้างต่างชาติผิดกฎหมาย สกัดการแฝงตัวกระทำผิด–โรแมนซ์สแกม–ขบวนการหลอกลวง ปิดช่องภัยคุกคามประชาชนและนักท่องเที่ยว

พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผบช.ทท.

เมื่อวันที่ 14 ก.ค. 2569 พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผบช.ทท. เปิดเผยว่า จากนโยบายของรัฐบาลและ ข้อสั่งการของ พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ. ตร. ให้เร่งตรวจสอบจับคุมบุคคลชาวต่างชาติที่เข้ามาอยู่อาศัยอยู่ในประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย ตนจึงสั่งการให้ตำรวจท่องเที่ยวเปิดปฏิบัติการตรวจสอบชาวต่างชาติผิดกฎหมายในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ก่อนเข้าควบคุมตัวชายชาวต่างชาติรวม 7 ราย บริเวณถนนประชาร่วมใจ เขตคลองสามวา หลังชุดสืบสวนลงพื้นที่หาข่าวและพบความผิดเกี่ยวกับการเข้าเมืองและการพำนักอยู่ในราชอาณาจักร

พ.ต.อ.ปิยะพงษ์ เอนสาร ผกก.1 บก.ทท.1

พ.ต.อ.ปิยะพงษ์ เอนสาร ผกก.1 บก.ทท.1 กล่าวว่าปฏิบัติการครั้งนี้มีขึ้นตามข้อสั่งการของตนที่สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว เร่งสืบสวน ตรวจสอบ และจับกุมชาวต่างชาติที่กระทำผิดกฎหมาย รวมถึงกลุ่มบุคคลที่อาจแฝงตัวเข้ามาในประเทศไทยเพื่อกระทำความผิดในรูปแบบต่างๆ เป้าหมายสำคัญคือการเฝ้าระวังความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ ชีวิตและร่างกาย ตลอดจนภัยจากโรแมนซ์สแกม การหลอกลวง และการเอารัดเอาเปรียบประชาชนหรือนักท่องเที่ยว เพื่อยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยและสร้างความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยว

ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ดนุ กล่ำสุ่ม ผบก.ทท.1, พ.ต.อ.ศราวุฒิ ตันกุล, พ.ต.อ.วีระวิทธ์ ผลประสิทธิ์, พ.ต.อ.ปิยรัช สุภารัตน์ และ พ.ต.อ.ทรงวุฒิ เชื้อพลากิจ รอง ผบก.ทท.1, ตน และ พ.ต.ท.ณัฐพล คนหลัก รอง ผกก.1 บก.ทท.1 สั่งการให้ ว่าที่ พ.ต.ต.ภูมิ มั่นเมือง สว.กก.1 บก.ทท.1 พร้อมกำลังตำรวจท่องเที่ยว งานสืบสวน กก.1 บก.ทท.1 กระจายกำลังลงพื้นที่สืบสวนหาข่าวอย่างเข้มข้น

ชุดสืบสวนได้เบาะแสว่า มีกลุ่มชาวต่างชาติผิวสีเข้ามาแฝงตัวอยู่ในพื้นที่เขตคลองสามวา โดยไม่พบการทำงานและไม่มีที่พักเป็นหลักแหล่ง เจ้าหน้าที่จึงวางแผนเข้าตรวจสอบบริเวณหน้าบริษัท เดอะวัน คาร์โก้ จำกัด ถนนประชาร่วมใจ แขวงทรายกองดินใต้ เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร ทันทีที่เข้าตรวจสอบ เจ้าหน้าที่พบชายชาวต่างชาติรวม 7 ราย เป็นชาวไนจีเรีย 6 ราย และชาวเซเนกัล 1 ราย จึงตรวจสอบเอกสารประจำตัวและข้อมูลการเดินทางเข้า–ออกราชอาณาจักรอย่างละเอียด

ผลตรวจสอบพบ 4 รายอยู่ในประเทศไทยเกินกำหนดอนุญาต หรือ “โอเวอร์สเตย์” โดยแต่ละรายอยู่เกินกำหนดเป็นเวลาหลายร้อยวัน ขณะที่หนึ่งในนั้นมีประวัติอยู่เกินกำหนดถึง 1,052 วัน หรือเกือบ 3 ปี

ผู้ถูกจับกลุ่มแรกประกอบด้วย Mr. Christian Tounkara อายุ 33 ปี ชาวเซเนกัล โอเวอร์สเตย์ 913 วัน, Mr. Monday Akachukwu Anikpe อายุ 28 ปี ชาวไนจีเรีย โอเวอร์สเตย์ 856 วัน, Mr. Chineze Emmanuel Onyechere อายุ 45 ปี ชาวไนจีเรีย โอเวอร์สเตย์ 1,052 วัน และ Mr. Mazi Ejiofor Edochie อายุ 45 ปี ชาวไนจีเรีย โอเวอร์สเตย์ 782 วัน เจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาทั้ง 4 รายว่า “เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด”

ส่วนอีก 3 ราย จากการตรวจสอบไม่พบเอกสารประจำตัวหรือข้อมูลการเดินทางเข้าประเทศ ประกอบด้วย Mr. Emeka Frank Uzoije อายุ 42 ปี, Mr. Emmanuel Kelechi Ewulu อายุ 33 ปี และ Mr. Ikechkuwu Prince Umunna อายุ 47 ปี ทั้งหมดเป็นชาวไนจีเรีย ตำรวจแจ้งข้อกล่าวหาว่า “เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” หลังเสร็จสิ้นการจับกุม เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวชายต่างชาติทั้ง 7 ราย ส่งพนักงานสอบสวน สน.มีนบุรี ดำเนินคดีตามกฎหมาย

การจับกุมครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งปฏิบัติการกวาดล้างบุคคลต่างด้าวที่ฝ่าฝืนกฎหมายเข้าเมือง หลังตำรวจท่องเที่ยวได้รับคำสั่งให้เพิ่มความเข้มในการสืบสวนหาข่าวและตรวจสอบกลุ่มชาวต่างชาติในพื้นที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะกลุ่มที่ไม่มีอาชีพหรือที่พักเป็นหลักแหล่ง รวมถึงพฤติการณ์ที่มีเหตุอันควรตรวจสอบ เพื่อปิดช่องไม่ให้ประเทศไทยถูกใช้เป็นพื้นที่แฝงตัวของผู้กระทำผิด และสกัดภัยหลอกลวงที่อาจกระทบต่อประชาชนและภาพลักษณ์การท่องเที่ยว

งานนี้ “ตำรวจท่องเที่ยว” ไม่รอให้เกิดเหตุแล้วค่อยไล่ล่า—แต่เลือกเดินเข้าหาเบาะแส ตรวจให้ชัด และจัดการความผิดที่พบตามกฎหมาย เพราะต่างชาติอยู่ไทยได้…แต่ต้องอยู่ใต้กติกาเดียวกัน! ”พ.ต.อ.ปิยะพงษ์ กล่าว