สวก.โชว์พลัง App Tech ลดต้นทุนเพิ่มผลผลิตทุเรียนจีไอ ใช้ระบบ IoT ให้น้ำอัจฉริยะ/RFID ตรวจสอบย้อนกลับ

4

ปัญหาของคนเมืองกาญจนบุรี ก็ไม่ได้ต่างจากที่อื่น ปรับเปลี่ยนจากการปลูกไม้ยืนต้นอื่นๆ มาปลูกทุเรียน จากเหตุผลทางด้านราคา เมื่อเปลี่ยนมาปลูกทุเรียน ก็ยังคงขาดประสบการณ์ในการทำสวนไม้ผล ซึ่งต้องใช้รู้ความเข้าใจและความใส่ใจ จากปี 2561 ที่เริ่มปลูกมีพื้นที่ประมาณ 6,000 ปัจจุบันมีประมาณ 12,000 ไร่ นะครับ

ส่วนทุเรียนจีไอทองผาภูมิ จะแตกต่างจากทุเรียนพื้นที่อื่นอย่างไร ดร.ปิยะพร พิทักษ์ตันสกุล หัวหน้าโครงการวิจัยการขยายผลเทคโนโลยีที่เหมาะสมฯ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี อธิบาย…ทุเรียนทองผาภูมิมีลักษณะเฉพาะตัว ด้วยลักษณะระบบนิเวศ ลักษณะภูมิศาสตร์ ที่เป็นลักษณะพื้นที่ตะวันตก และเป็นแนวเทือกเขาตะนาวศรี ครอบคลุม 4 อำเภอคือ อำเภอทองผาภูมิ, อำเภอไทรโยค, อำเภอสังขละบุรี และอำเภอศรีสวัสดิ์

ลักษณะทรงผลของทุเรียนทองผาภูมิ จะเป็นทรงคล้ายกระสวย ออกทรงวงรี ลักษณะเนื้อข้างในจะมีสีเหลืองวาวๆ กลิ่นไม่แรง รสชาติหวานมันนำ เนื้อจะละเอียดเป็นครีม ราคาสูงประมาณ กก.ละ 300 – 1,200 บาท ด้วยเหตุนึ้จึงได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นหนึ่งในสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์หรือสินค้าจีไอของ จ.กาญจนบุรี

ด้วยเหตุที่ชาวสวนยังคงมีประสบการณ์กับทุเรียนค่อนข้างน้อย สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ ARDA จึงได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยฯ นำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยทุเรียน GI ทองผาภูมิ เข้ามาช่วยลดต้นทุน ส่งผลให้ผลผลิตเพิ่ม 76% ลดทุเรียนอ่อน 77% หนุนรายได้ชุมชนปีละกว่า 300 ล้านบาท โดยสนับสนุนการพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีที่เหมาะสม ให้แก่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่ทุเรียนทองผาภูมิ และเครือข่ายผู้ปลูกทุเรียนในพื้นที่ ผ่าน 2 เทคโนโลยีสำคัญ ได้แก่ ระบบ IoT บริหารจัดการน้ำอัจฉริยะ ร่วมกับระบบ Mini Sprinkler เพื่อควบคุมความชื้นในแปลง ลดความเสี่ยงโรครากเน่าโคนเน่า และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำ และ ระบบ RFID ตรวจสอบย้อนกลับ ที่ช่วยติดตามแหล่งผลิตและควบคุมคุณภาพผลผลิตตลอดห่วงโซ่การผลิต สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคและตลาด

ผลจากการนำเทคโนโลยีไปใช้จริง ทำให้ผลผลิตทุเรียนเพิ่มจากไร่ละ 1,700–2,000 กก. เป็นกว่าไร่ละ 3,000 กก. หรือเพิ่มขึ้นสูงสุดกว่า 76% พร้อมลดปัญหาการตัดทุเรียนอ่อนจากร้อยละ 32.5 เหลือไม่เกินร้อยละ 10 หรือลดจาก 650 กก.ต่อไร่ เหลือไม่เกิน 150 กก.ต่อไร่ คิดเป็นการลดลงกว่า 77% ส่งผลให้คุณภาพผลผลิตมีความสม่ำเสมอ สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค และยกระดับมาตรฐานทุเรียน GI ทองผาภูมิให้สามารถแข่งขันในตลาดคุณภาพสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ความสำเร็จดังกล่าวส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้เฉลี่ยเพิ่มขึ้นจาก 138,160 บาท เป็น 216,900 บาทต่อไร่ต่อฤดูกาลผลิต ก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจในพื้นที่กว่า 15 – 20 ล้านบาทต่อปี

ทีมข่าวเกษตร ไทยแทบลอยด์ รายงาน