นับเป็นความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของวงการบันเทิงไทย กับการจากไปของ “คุณยายน้ำเงิน บุญหนัก” หรือ นางสวง จารุวิจิตร นักแสดงอาวุโสผู้เป็นที่รักและเคารพของคนในวงการ ซึ่งได้เสียชีวิตลงอย่างสงบด้วยโรคชราตามธรรมชาติ ในวัย 86 ปี ท่ามกลางความโศกเศร้าอาลัยของครอบครัว ญาติมิตร และแฟนละครทั่วประเทศ
คุณไก่-อาจณรงค์ จารุวิจิตร บุตรชายเพียงคนเดียวของคุณยายน้ำเงิน ได้เปิดใจถึงการจากไปของมารดาว่า คุณแม่เสียชีวิตตามธรรมชาติเนื่องจากอายุที่มากขึ้น โดยในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ร่างกายของท่านเริ่มช้าลงตามวัย และได้ปฏิเสธการรับงานแสดงมาระยะหนึ่งแล้วเพื่อพักผ่อน กระทั่งในวันเกิดเหตุ ช่วงเช้ามีน้องจากที่ทำงานเดินทางมาหาคุณแม่ที่บ้านแต่ไม่สามารถเข้าบ้านได้ ตนจึงได้เข้าไปเปิดประตูและพบว่าคุณแม่ได้นอนหลับนิ่งและจากไปอย่างสงบแล้ว โดยเป็นการนอนหลับไปเฉย ๆ ไม่มีอาการเจ็บปวดใด ๆ
บรรยากาศพิธีรดน้ำศพเต็มไปด้วยความโศกเศร้า ต่อมาเมื่อเวลา 16.00 น. ณ ศาลา 11 วัดนวลจันทร์ ได้มีการจัดพิธีรดน้ำศพเพื่อไว้อาลัยให้แก่คุณยายน้ำเงิน บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความโศกเศร้าและอบอุ่น มีบุคคลในวงการบันเทิง ทั้งผู้จัดละคร นักแสดงรุ่นใหญ่ รุ่นยอดนิยม และแฟนละคร หลั่งไหลมาร่วมแสดงความเสียใจและไว้อาลัยแก่การจากไปของนักแสดงอาวุโสชั้นครูท่านนี้อย่างต่อเนื่อง
คุณยายน้ำเงิน บุญหนัก (ชื่อจริง: สวง จารุวิจิตร) เกิดเมื่อวันที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2483 มีชื่อเล่นที่คนใกล้ชิดเรียกว่า “เปี๊ยก” มีพี่น้องร่วมกันทั้งหมด 5 คน สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนขัตติยาณีผดุงศึกษา เข้าสู่วงการแสดงครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2498 จากการชักนำของ หม่อมหลวงทรงสอางค์ ทิฆัมพร ผลงานภาพยนตร์เรื่องแรกคือ “สาปสวรรค์” (พ.ศ. 2499) โดยใช้ชื่อในวงการว่า “น้ำเงิน บุญหนัก” รับบทเป็น “รุ่งทิพย์” นางเอกในวัยเด็ก แสดงร่วมกับนักแสดงชื่อดังในยุคนั้น อาทิ ส.อาสนจินดา, เชาว์ แคล่วคล่อง และจุฑารัตน์ จินรัตน์ เริ่มมีชื่อเสียงโด่งดังเป็นพลุแตกจากภาพยนตร์เรื่อง “ชาติเสือ” (พ.ศ. 2501) ซึ่งได้แสดงคู่กับพระเอกตลอดกาล “มิตร ชัยบัญชา” และ “เรวดี ศิริวิไล” หลังจากนั้นก็มีผลงานภาพยนตร์และละครโทรทัศน์ต่อเนื่องยาวนานกว่าครึ่งศตวรรษ เกียรติยศสูงสุดในชีวิตการแสดง
ด้วยฝีมือการแสดงที่เฉียบขาดและเข้าถึงบทบาท คุณยายน้ำเงิน บุญหนัก ได้รับเกียรติยศสูงสุดในชีวิตนักแสดง โดยได้รับพระราชทานรางวัลจากพระหัตถ์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ถึง 2 ปีซ้อน ได้แก่: รางวัลพระราชทานพระสุรัสวดี (ตุ๊กตาทอง) ประเภทตุ๊กตาเงิน สาขานักแสดงหญิงสมทบยอดเยี่ยม จากภาพยนตร์เรื่อง “นางสาวโพระดก” (พ.ศ. 2508) รางวัลพระราชทานตุ๊กตาทอง สาขานักแสดงหญิงสมทบยอดเยี่ยม จากภาพยนตร์เรื่อง “กาเหว่า” (พ.ศ. 2509)

